เจ้าบ้านในทะเบียนบ้านกับเจ้าของบ้าน 2 อย่างนี้แตกต่างกันอย่างไร

DDproperty Editorial Team
เจ้าบ้านในทะเบียนบ้านกับเจ้าของบ้าน 2 อย่างนี้แตกต่างกันอย่างไร
เจ้าบ้านในทะเบียนบ้านกับเจ้าของบ้านต่างกันอย่างไร หลายคนอาจสงสัยว่า "เจ้าของบ้าน" กับ "เจ้าบ้าน" ที่ถูกระบุไว้ในทะเบียนบ้าน นั้นเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร เพราะดูเหมือนบางคนอาจจะเข้าใจผิดกับอำนาจกรรมสิทธิ์ที่แท้จริง ซึ่งตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 ได้อธิบายบทบาทของทั้ง 2 คำไว้ดังนี้
รวมประกาศขายโครงการใหม่ในกรุงเทพฯ
อ่านหัวข้อที่คุณสนใจ

เจ้าบ้านในทะเบียนบ้านกับเจ้าของบ้านแตกต่างกันอย่างไร

เจ้าบ้านในทะเบียนบ้าน คือ ผู้ซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครองบ้าน ในฐานะเป็นเจ้าของ ผู้เช่า หรือ ในฐานะอื่นใดก็ตาม โดยในกรณีที่ไม่ปรากฎเจ้าบ้านหรือไม่อยู่ ตาย สูญหาย สาบสูญ หรือไม่สามารถปฏิบัติกิจการได้ ให้ถือว่าบุคคลผู้มีหน้าที่ดูแลบ้านในขณะนั้นเป็นเจ้าบ้าน
เจ้าของบ้าน เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่มีชื่อในโฉนดที่ดิน สัญญาซื้อขาย โดยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หมายถึง ผู้ทรงกรรมสิทธิ์ หรือผู้มีอำนาจใช้สอย จำหน่าย จ่ายโอน ปล่อยเช่า ได้ดอกผลจากการติดตามและเอาคืน ซึ่งทรัพย์สินของตนรวมถึงขัดขวางมิให้ผู้อื่นเข้ามาเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินนั้นโดยมิชอบกฎหมาย
เจ้าบ้านในทะเบียนบ้านกับเจ้าของบ้าน 2 อย่างนี้แตกต่างกันอย่างไร

เป็นเจ้าบ้านได้กี่หลัง เป็นเจ้าบ้าน 2 หลังได้ไหม

บุคคลหนึ่งคนสามารถเป็น เจ้าบ้านในทะเบียนบ้าน ได้เพียง 1 หลังเท่านั้น ในเวลาเดียวกัน โดยสามารถทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้านได้เฉพาะในทะเบียนบ้านเล่มที่ตนเองมีชื่ออยู่เท่านั้น
ส่วนเจ้าของบ้าน จะเป็นเจ้าของบ้านหรือคอนโดกี่แห่งก็ได้ แต่ไม่สามารถเป็นเจ้าบ้านเองได้ทุกหลัง
โดยในทะเบียนราษฎร ได้กำหนดไว้แล้วว่า บุคคลคนหนึ่งสามารถมีภูมิลำเนาได้เพียงภูมิลำเนาเดียวเท่านั้น จึงเป็นเหตุให้ผู้เป็นเจ้าของบ้าน สามารถมีชื่อเป็นเจ้าบ้านได้เพียงที่เดียว ส่วนบ้านที่เหลือ ผู้เป็นเจ้าของบ้านจะต้องทำการแต่งตั้งเจ้าบ้านขึ้นมาเพื่อให้มีหน้าที่ดูแลการย้ายเข้า-ย้ายออกของผู้อยู่อาศัยภายในบ้านนั้น ๆ

สิทธิของเจ้าบ้านในทะเบียนบ้านมีอะไรบ้าง

เมื่อเข้าใจความหมายของคำว่าเจ้าบ้านแล้ว รู้แล้วว่าเป็นเจ้าบ้านในทะเบียนบ้านได้กี่หลัง มารู้บทบาทสิ่งที่คนเป็นเจ้าบ้านต้องทำ ซึ่งตาม พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 ได้กำหนดให้ผู้เป็นเจ้าบ้าน มีหน้าที่ต้องแจ้งต่อนายทะเบียนดังต่อไปนี้
สิทธิรายละเอียด
สิทธิที่ 1แจ้งคนเกิดในบ้าน
สิทธิที่ 2 แจ้งคนตายในบ้าน
สิทธิที่ 3แจ้งคนย้ายเข้า-ย้ายออก
สิทธิที่ 4 สร้างบ้านใหม่หรือรื้อถอน
สิทธิที่ 5 ขอเลขที่บ้าน
โดยการแจ้งเกิด ย้ายเข้า-ออก สร้างบ้านใหม่หรือรื้อถอน และขอเลขที่บ้าน ต้องแจ้งภายใน 15 วัน ส่วนการแจ้งตายต้องแจ้งภายใน 24 ชั่วโมง นับแต่เวลาตาย หรือพบศพ และถ้าไม่ปฏิบัติจะต้องเสียค่าปรับ 1,000 บาท
ทั้งนี้ หากเจ้าบ้านมีกิจธุระไม่สามารถมาแจ้งด้วยตนเองได้ สามารถมอบอำนาจให้สมาชิกภายในบ้านเข้ามาแจ้งกับเจ้าหน้าที่ได้ โดยเจ้าหน้าที่จะระบุว่าบุคคลอันได้รับมอบหมาย เป็นผู้ดูแลบ้านแทนเจ้าบ้าน
ขั้นตอนการขอทะเบียนบ้าน

ขั้นตอนการขอทะเบียนบ้าน

ใครเป็นผู้มีสิทธิ คัดชื่อคนในทะเบียนบ้านออก

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า สิทธิของชื่อเจ้าบ้านในทะเบียนบ้านนั้น ในทางทะเบียนราษฎรมีหน้าที่เพียงดูแลเอกสารทะเบียนบ้านเท่านั้น ไม่ได้มีสิทธิ์ครอบครองบ้าน
ดังนั้น หากวันดีคืนดีเกิดไม่พอใจสมาชิกในบ้าน แล้วต้องการไล่ออกจากบ้าน พร้อมคัดชื่อออก กรณีนี้เจ้าบ้านไม่มีสิทธิทำได้ ยกเว้นชื่อเจ้าบ้านเป็นชื่อเดียวกับเจ้าของบ้านเท่านั้น
ยกเว้นในกรณีการคัดชื่อย้ายบุคคลนั้นออกจากทะเบียนบ้านปกติ เพื่อส่งรายชื่อไปไว้ที่ทะเบียนบ้านกลาง หากบุคคลนั้นไม่ได้พักอาศัยอยู่จริงในบ้านหลังนี้แล้ว และเจ้าบ้านไม่สามารถติดต่อได้ หรือไม่ทราบว่าย้ายไปอยู่ที่ใด เป็นเวลาติดต่อกันเกินกว่า 180 วัน
ทะเบียนบ้านกลางคืออะไร

ทะเบียนบ้านกลางคืออะไร

วันดีคืนดี เจ้าบ้านหายตัวหรือเสียชีวิต กรรมสิทธิ์เป็นของใคร

หากเกิดเหตุการณ์ที่เจ้าบ้านในทะเบียนบ้านหายตัวหรือเสียชีวิต จนระยะเวลาล่วงเลยไปกว่า 180 วัน สามารถไปแจ้งสำนักงานเขตเพื่อแก้ไข โดยสามารถคัดชื่อเจ้าบ้านไปทะเบียนกลางได้ พร้อมคัดชื่อเจ้าบ้านใหม่ จากความเห็นชอบของสมาชิกในบ้าน
เจ้าของบ้านกับเจ้าของที่ดินชื่อไม่ตรงกัน

เจ้าของบ้านกับเจ้าของที่ดินชื่อไม่ตรงกัน

มีชื่อในทะเบียนบ้านหลายหลังได้หรือไม่

คำตอบ คือ ไม่ได้ สำหรับคนที่มีบ้านหลายหลัง โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ แน่นอนว่าคนเหล่านี้จะมีทะเบียนบ้านหลายฉบับ แต่ทางกฎหมาย จะต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านได้เพียงฉบับเดียวเท่านั้น
โดยสามารถใช้ชื่อฐานะเจ้าบ้านหรือผู้ดูแลบ้านได้ เนื่องจากตามกฎหมายไม่อนุญาตให้บุคคลเดียวกันมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านมากกว่าหนึ่งฉบับในเวลาเดียวกัน เพราะจะกระทบต่อบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ดังนั้น นักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือกลุ่มคนทำงานที่ซื้อบ้าน ซื้อคอนโด สามารถใช้วิธีนำชื่อของญาติ พ่อแม่ พี่น้อง มาใส่ในทะเบียนบ้านหลังอื่น ๆ ได้

ชื่อในทะเบียนบ้าน ปล่อยว่างได้หรือไม่

หากไม่สามารถหาชื่อญาติ พ่อแม่ พี่น้อง มาใส่ในทะเบียนบ้านได้ สามารถทำให้ชื่อในทะเบียนปล่อยว่างได้หรือไม่ กรณีดังกล่าวสามารถทำได้ แต่ถ้าวันหนึ่งอยากขายบ้าน ขายคอนโดขึ้นมาและถือครองอสังหาริมทรัพย์นั้นไม่ถึง 5 ปี จะต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตามที่กฎหมายกำหนด หากไม่อยากเสียภาษีแนะนำให้หาญาติมาใส่ชื่อในทะเบียนบ้านน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด
ขอบคุณข้อมูลจากสำนักบริหารการทะเบียน
เรื่องข้างต้นเขียนโดย อารยา ศิริพยัคฆ์ Content Writer ประจำเว็บไซต์ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kittikom@ddproperty.com
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น DDproperty by PropertyGuru ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท ออลพร็อพเพอร์ตี้ มีเดีย จำกัด ไม่สามารถรับรองหรือรับประกันเกี่ยวกับข้อมูล รวมทั้งไม่สามารถรับรองหรือรับประกันใด ๆ เกี่ยวกับความเหมาะสม สำหรับวัตถุประสงค์เฉพาะใด ๆ ของข้อมูล ตามขอบเขตสูงสุดที่กฎหมายอนุญาต แม้ว่าเราได้พยายามอย่างเต็มที่ เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้ถูกต้อง เชื่อถือได้ และครบถ้วน ณ เวลาที่เขียน แต่ข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้ไม่ควรนำไปใช้ในการตัดสินใจทางการเงิน, การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือทางกฎหมายทันที ผู้อ่านไม่ควรใช้ข้อมูลในบทความ แทนคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรมซึ่งสามารถพิจารณาข้อเท็จจริงและสถานการณ์ส่วนตัวของคุณได้ ทั้งนี้ เราไม่สามารถรับผิดชอบใด ๆ หากคุณเลือกที่จะนำข้อมูลไปใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจ

คำถามยอดนิยม

บุคคลหนึ่งคนสามารถเป็น "เจ้าบ้าน" ได้เพียง 1 หลังเท่านั้น ในเวลาเดียวกัน โดยสามารถทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้านได้เฉพาะในทะเบียนบ้านเล่มที่ตนเองมีชื่ออยู่เท่านั้น

เป็นเจ้าของบ้านหรือคอนโดกี่แห่งก็ได้ แต่ไม่สามารถเป็นเจ้าบ้านเองได้ทุกหลัง

เจ้าบ้าน ผู้ซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครองบ้าน ในฐานะเป็นเจ้าของ ผู้เช่า หรือ ในฐานะอื่นใดก็ตาม โดยในกรณีที่ไม่ปรากฎเจ้าบ้านหรือไม่อยู่ ตาย สูญหาย สาบสูญ หรือไม่สามารถปฏิบัติกิจการได้ ให้ถือว่าบุคคลผู้มีหน้าที่ดูแลบ้านในขณะนั้นเป็นเจ้าบ้าน

เจ้าของบ้าน เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่มีชื่อในโฉนดที่ดิน สัญญาซื้อขาย โดยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หมายถึง ผู้ทรงกรรมสิทธิ์ หรือผู้มีอำนาจใช้สอย จำหน่าย จ่ายโอน ปล่อยเช่า ได้ดอกผลจากการติดตามและเอาคืน ซึ่งทรัพย์สินของตนรวมถึงขัดขวางมิให้ผู้อื่นเข้ามาเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินนั้นโดยมิชอบกฎหมาย