กู้บ้านไม่ผ่านเพราะ 4 เหตุผลนี้ ขอคืนเงินจองได้ไหม

DDproperty Editorial Team
กู้บ้านไม่ผ่านเพราะ 4 เหตุผลนี้ ขอคืนเงินจองได้ไหม
กว่าจะได้ซื้อบ้านเดี่ยวหรือซื้อคอนโดเป็นของตัวเองต้องใช้เงินจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ก็ต้องผ่านขั้นตอนการกู้เงินและรอลุ้นผลใช้เวลาประมาณ 10-20 วันทำการ แม้จะเตรียมตัวเป็นอย่างดี แต่ก็ยังกู้ไม่ผ่าน ทั้งที่จ่ายเงินจองไปแล้ว ทางเลือกที่เหลืออยู่คงไม่ใช่การปล่อยให้เวลาล่วงเลยไป แต่ต้องทบทวนว่า เราควรจะเดินหน้าต่อหรือหยุดไว้แค่นี้ดี โดยหาทางแก้ไขตามสาเหตุที่ทำให้กู้ไม่ผ่าน

5 ขั้นตอนกู้เงินซื้อบ้าน คอนโด

กู้เงินซื้อบ้าน-คอนโด ไม่ผ่านเพราะอะไร

1. เอกสารไม่ครบ

การพิจารณาอนุมัติเงินกู้ของแต่ละธนาคารใช้เวลาไม่เท่ากัน แต่มีขั้นตอนการพิจารณาที่คล้ายคลึงกัน คือ ผู้กู้ต้องติดต่อขอแบบฟอร์มและยื่นแสดงความจำนงขอกู้ พร้อมยื่นหลักฐานประกอบการขอกู้ให้ครบตามที่ธนาคารกำหนด ซึ่งแต่ละธนาคารมีเงื่อนไขแตกต่างกัน
โดยเอกสารพื้นฐานส่วนใหญ่จะประกอบด้วย สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน, ทะเบียนบ้าน, สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 6 เดือน, รายการเดินบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน และหนังสือรับรองเงินเดือน เป็นต้น ซึ่งในบางกรณีที่เรายื่นเอกสารไม่ครบก็อาจจะทำให้ยื่นกู้ไม่ผ่านในครั้งแรกได้

2. ฐานเงินเดือนไม่มั่นคงเพียงพอ

ส่วนใหญ่ธนาคารจะพิจารณาเอกสารรายได้ของผู้ขอสินเชื่อที่มีความมั่นคงและสม่ำเสมอจากสลิปเงินเดือนและบัญชีธนาคารที่มีเงินเดือนเข้าเป็นประจำทุกเดือนอย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไป ในกรณีที่ถูกปฏิเสธการขอสินเชื่อ เพราะฐานเงินเดือนไม่มั่นคงหรือไม่มากเพียงพอ เราอาจจะลองหาผู้กู้ร่วมเพิ่ม เพื่อให้ฐานเงินเดือนมากขึ้นและมั่นคงขึ้น
โดยทั่วไปธนาคารมักให้วงเงินกู้ประมาณ 15-30 เท่าของรายได้ อาจจะลดหลั่นมากน้อยตามกลุ่มอาชีพ และมักจะกำหนดเงินงวดต่อเดือนประมาณ 25-30% ของรายได้รวมผู้กู้ เช่น รายได้ 20,000 บาทต่อเดือน จะผ่อนประมาณ 5,000-6,000 บาทต่อเดือนตามการพิจารณาสินเชื่อของธนาคาร
ตารางเปรียบเทียบจำนวนเงินผ่อนชำระบ้าน และวงเงินกู้ซื้อบ้าน-คอนโดสูงสุด
เงินเดือน 15,000 บาท
6,000 บาท
900,000 บาท
เงินเดือน 20,000 บาท
8,000 บาท
1,200,000 บาท
เงินเดือน 25,000 บาท
10,000 บาท
1,500,000 บาท
เงินเดือน 30,000 บาท
12,000 บาท
1,800,000 บาท
เงินเดือน 35,000 บาท
14,000 บาท
2,100,000 บาท
เงินเดือน 40,000 บาท
16,000 บาท
2,400,000 บาท
เงินเดือน 45,000 บาท
18,000 บาท
2,700,000 บาท
เงินเดือน 50,000 บาท
20,000 บาท
3,000,000 บาท
เงินเดือน 55,000 บาท
22,000 บาท
3,300,000 บาท
เงินเดือน 60,000 บาท
24,000 บาท
3,600,000 บาท
เงินเดือน 65,000 บาท
26,000 บาท
3,900,000 บาท
เงินเดือน 70,000 บาท
28,000 บาท
4,200,000 บาท
เงินเดือน 80,000 บาท
32,000 บาท
4,800,000 บาท
เงินเดือน 90,000 บาท
36,000 บาท
5,400,000 บาท
เงินเดือน 100,000 บาท
40,000 บาท
6,000,000 บาท
หมายเหตุ: ตัวเลขโดยประมาณ

3. ภาระหนี้มากเกินไป

การอนุมัติสินเชื่อเป็นเงินก้อนใหญ่อาจจะทำให้ธนาคารเกิดความเสี่ยงได้ หากพิจารณาไม่ละเอียดรอบคอบเพียงพอ ดังนั้น ธนาคารจึงต้องพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ไม่ให้เกินจุดเสี่ยงที่ธนาคารสามารถยอมรับได้
ส่วนใหญ่มักจะกำหนดให้ผู้กู้มีหนี้สินได้ไม่เกิน 1 ใน 3 ของรายได้ รวมถึงภาระหนี้บัตรเครดิตที่จะนำไปพิจารณาคิดเป็นค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนด้วย หรือหากกดเงินสดบ่อย ๆ และมีการชำระขั้นต่ำเป็นประจำ ยิ่งมีผลต่อการพิจารณาของธนาคาร

4. ประวัติทางการเงินไม่ดี

หากเคยผิดนัดชำระหนี้จนมีประวัติทางการเงินไม่ดี หรือมีประวัติค้างชำระอยู่ในเครดิตบูโรหรือที่เราเรียกกันติดปากว่าติดเครดิตบูโร หรือติดแบล็กลิสต์
ประวัติทางการเงินของผู้ขอสินเชื่อเป็นหนึ่งในหลายปัจจัยที่ธนาคารใช้พิจารณาและปฏิเสธการขอสินเชื่อ ในกรณีมีประวัติค้างชำระ ตามเกณฑ์ธนาคารส่วนใหญ่จะต้องรอ 3 ปี แต่มีบางธนาคารที่สามารถทำได้ แต่ต้องไม่ต่ำกว่า 6 เดือน โดยธนาคารจะพิจารณาประวัติการค้างชำระ ได้แก่ ระยะเวลาการค้างชำระ รายได้ต่อเดือน เงินออม และหลักทรัพย์ปลอดภาระ
ในกรณีลูกค้าเคยเป็นผู้ค้ำประกันให้กับผู้กู้ทุกราย กฎหมายห้ามมิให้สถาบันการเงินนำส่งข้อมูลมาที่เครดิตบูโร แต่หากลูกค้าถูกสถาบันการเงินฟ้องเป็นคดี ลูกค้าอาจจะถูกตรวจสอบข้อมูลคดีจากฐานข้อมูลอื่น และสถาบันการเงินตรวจสอบข้อมูลคดีดังกล่าว สถาบันการเงินอาจนำข้อมูลคดีนั้นมาประกอบการพิจารณาสินเชื่อและปฏิเสธสินเชื่อของลูกค้าจากข้อมูลคดีนั้นได้

กู้เงินซื้อบ้าน-คอนโดไม่ผ่าน ตัดใจและขอคืนเงินจอง

ถ้าพิจารณารอบด้านแล้วมองไม่เห็นหนทางที่จะเดินหน้าต่อ เราคงต้องตัดใจถอยออกมา ซึ่งโดยปกติแล้วเป็นสิทธิของเราที่จะได้รับเงินจองคืน เว้นแต่จะมีระบุไว้ในสัญญาว่าไม่จ่ายคืนเงินจองในกรณีที่กู้ไม่ผ่าน
เนื่องจากตามกฎหมายแล้วเงินจองหรือเงินมัดจำไม่ใช่เงินที่ตกลงกันเพื่อเป็นการชำระหนี้ล่วงหน้า แต่เป็นหลักฐานที่แสดงว่าสัญญาซื้อทำกันไว้จริง และเป็นหลักประกันว่า ผู้จองซื้อที่เป็นผู้วางเงินมัดจำจะปฏิบัติการชำระหนี้ต่อผู้รับจองตามข้อตกลงในสัญญาจองซื้อตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 377
ในกรณีกู้ไม่ผ่านไม่สามารถโทษเป็นความผิดของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้ และไม่ใช่ความผิดของลูกหนี้ จึงถือเป็นการหลุดพ้นจากการชำระหนี้ซื้อบ้านกับทางโครงการ และโครงการย่อมไม่มีสิทธิที่จะรับชำระหนี้ตอบแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 219 และมาตรา 372
ดังนั้น โครงการต้องคืนเงินจองทั้งหมดคืนให้ หากไม่คืน เราสามารถโต้แย้งสิทธิที่จะได้รับเงินจองคืนตามกฎหมาย และสามารถใช้สิทธิฟ้องคดีต่อศาลเรียกให้โครงการคืนเงินดังกล่าวได้ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 55
สิ่งสำคัญคือ ก่อนจ่ายเงินจองควรสอบถามเงื่อนไขการคืนเงินอย่างชัดเจน และเตรียมตัวขอสินเชื่อให้พร้อมทั้งเอกสารทางการเงิน รายได้มั่นคงสม่ำเสมอ ภาระหนี้สินไม่มากเกินตัว และประวัติทางการเงินที่ดี
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กิตติคม พจนี Content Writer ประจำ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kittikom@ddproperty.com
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น DDproperty by PropertyGuru ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท ออลพร็อพเพอร์ตี้ มีเดีย จำกัด ไม่สามารถรับรองหรือรับประกันเกี่ยวกับข้อมูล รวมทั้งไม่สามารถรับรองหรือรับประกันใด ๆ เกี่ยวกับความเหมาะสม สำหรับวัตถุประสงค์เฉพาะใด ๆ ของข้อมูล ตามขอบเขตสูงสุดที่กฎหมายอนุญาต แม้ว่าเราได้พยายามอย่างเต็มที่ เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้ถูกต้อง เชื่อถือได้ และครบถ้วน ณ เวลาที่เขียน แต่ข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้ไม่ควรนำไปใช้ในการตัดสินใจทางการเงิน, การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือทางกฎหมายทันที ผู้อ่านไม่ควรใช้ข้อมูลในบทความ แทนคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรมซึ่งสามารถพิจารณาข้อเท็จจริงและสถานการณ์ส่วนตัวของคุณได้ ทั้งนี้ เราไม่สามารถรับผิดชอบใด ๆ หากคุณเลือกที่จะนำข้อมูลไปใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจ

คำถามยอดนิยม

อาจเกิดได้หลายสาเหตุ เช่น เอกสารไม่ครบ, ฐานเงินเดือนไม่มั่นคง, ภาระหนี้มากเกินไป และประวัติทางการเงินไม่ดี