จ่ายหนี้บัตรเครดิตขั้นต่ำ เสียประวัติไหม เช็ก 5 เรื่องควรรู้ก่อนกู้บ้าน

DDproperty Editorial Team
จ่ายหนี้บัตรเครดิตขั้นต่ำ เสียประวัติไหม เช็ก 5 เรื่องควรรู้ก่อนกู้บ้าน
จ่ายหนี้บัตรเครดิตขั้นต่ำ ต้องจ่ายกี่เปอร์เซ็นต์ และจะทำให้เสียประวัติเครดิตบูโรหรือไม่? เป็นคำถามสำคัญสำหรับผู้ที่มีภาระหนี้บัตรเครดิต โดยเฉพาะผู้ที่วางแผนกู้ซื้อบ้านในอนาคต ปัจจุบันธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดให้คงอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำไว้ที่ 8% จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569
แม้การจ่ายขั้นต่ำครบและตรงเวลาจะไม่ถือเป็นการผิดนัดชำระหนี้ แต่การชำระไม่เต็มจำนวนอาจทำให้มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น และส่งผลต่อความสามารถในการขอสินเชื่อบ้าน มาทำความเข้าใจ 5 เรื่องสำคัญก่อนตัดสินใจจ่ายขั้นต่ำ
อ่านหัวข้อที่คุณสนใจ

การจ่ายหนี้บัตรเครดิตขั้นต่ำ คืออะไร

การจ่ายหนี้บัตรเครดิตขั้นต่ำ คือ การชำระหนี้บัตรเครดิตตามจำนวนขั้นต่ำที่กำหนดในใบแจ้งยอดบัญชี โดยผู้ถือบัตรไม่จำเป็นต้องชำระยอดทั้งหมดในครั้งเดียว สำหรับปี 2569 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ขยายระยะเวลามาตรการผ่อนปรนให้ชำระขั้นต่ำที่ 8% ของยอดหนี้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-31 ธันวาคม 2569
อย่างไรก็ตาม ผู้ถือบัตรควรตรวจสอบยอดชำระขั้นต่ำและวันครบกำหนดจากใบแจ้งยอดบัญชีของธนาคารผู้ออกบัตรทุกครั้ง เพราะอาจมีเงื่อนไขเกี่ยวกับจำนวนเงินขั้นต่ำหรือรายการหนี้บางประเภทเพิ่มเติม
เทคนิคการใช้บัตรเครดิตให้คุ้มค่า

เทคนิคการใช้บัตรเครดิตให้คุ้มค่า

ตัวอย่างการจ่ายหนี้บัตรเครดิตขั้นต่ำ ปี 2569

หากมียอดหนี้บัตรเครดิตตามใบแจ้งยอดบัญชี 30,000 บาท และกำหนดอัตราชำระขั้นต่ำที่ 8% จะสามารถคำนวณได้ดังนี้
30,000 × 8% = 2,400 บาท
หมายความว่า หากไม่มีเงื่อนไขขั้นต่ำอื่นเพิ่มเติม ผู้ถือบัตรต้องชำระอย่างน้อย 2,400 บาทภายในวันครบกำหนดชำระ และจะเหลือเงินต้นจากยอดตัวอย่างอีก 27,600 บาท ก่อนรวมดอกเบี้ยและรายการอื่นที่อาจเกิดขึ้น
รายการจำนวนเงิน
ยอดหนี้ตามใบแจ้งยอด30,000 บาท
อัตราชำระขั้นต่ำ8%
จำนวนเงินชำระขั้นต่ำ2,400 บาท
ยอดเงินต้นที่เหลือ27,600 บาท
ทั้งนี้ การชำระขั้นต่ำไม่ได้หมายความว่าดอกเบี้ยจะคิดเฉพาะจากยอด 27,600 บาทตั้งแต่ต้นรอบรายการ เพราะการคำนวณดอกเบี้ยขึ้นอยู่กับวันที่ทำรายการ วันที่ชำระเงิน และเงื่อนไขของธนาคารผู้ออกบัตร
หากมีเงินเพียงพอ ควรพิจารณาชำระเต็มจำนวนภายในกำหนด เพื่อหลีกเลี่ยงดอกเบี้ยจากการชำระไม่เต็มยอดตามเงื่อนไขของบัตรเครดิต

จ่ายหนี้บัตรเครดิตขั้นต่ำ คิดอัตราดอกเบี้ยอย่างไร

หากชำระบัตรเครดิตไม่เต็มจำนวนภายในกำหนด ผู้ถือบัตรอาจต้องเสียดอกเบี้ยตามเงื่อนไขของธนาคารผู้ออกบัตร โดยอัตราดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องรวมกันต้องไม่เกิน 16% ต่อปี ตามหลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย
โดยทั่วไป การคำนวณดอกเบี้ยกรณีใช้บัตรซื้อสินค้าและบริการแล้วชำระไม่เต็มจำนวนอาจแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่
1. ดอกเบี้ยจากยอดใช้จ่าย: คำนวณจากยอดรายการใช้จ่ายตามช่วงเวลาที่ธนาคารกำหนด ซึ่งโดยทั่วไปอาจเริ่มนับตั้งแต่วันที่ธนาคารสำรองจ่ายให้ร้านค้า
2. ดอกเบี้ยจากยอดเงินต้นคงค้าง: คำนวณจากยอดที่ยังไม่ได้ชำระหลังจากจ่ายบางส่วนแล้ว จนถึงวันที่ธนาคารใช้คำนวณดอกเบี้ยในรอบถัดไป
สูตรคำนวณดอกเบี้ยเบื้องต้น คือ
ดอกเบี้ย = เงินต้น × อัตราดอกเบี้ยต่อปี × จำนวนวันที่คิดดอกเบี้ย ÷ 365
ตัวอย่างเช่น หากมียอดใช้จ่าย 30,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 16% ต่อปี และสมมติให้คิดดอกเบี้ยจากยอดเต็มจำนวนเป็นเวลา 25 วัน จะได้
30,000 × 16% × 25 ÷ 365 = 328.77 บาท
หากชำระขั้นต่ำ 2,400 บาท และสมมติให้คิดดอกเบี้ยจากยอดเงินต้นคงเหลือ 27,600 บาท อีก 16 วัน จะได้
27,600 × 16% × 16 ÷ 365 = 193.58 บาท
ดังนั้น ดอกเบี้ยรวมในตัวอย่างเท่ากับประมาณ 522.35 บาท โดยเป็นเพียงตัวอย่างคำนวณภายใต้จำนวนวันที่สมมติขึ้น ไม่ใช่ยอดดอกเบี้ยที่ผู้ถือบัตรทุกคนจะถูกเรียกเก็บจริง
ทั้งนี้ วิธีนับวันเริ่มคิดดอกเบี้ย วันที่ชำระ และการคำนวณยอดคงค้างอาจแตกต่างกันตามเงื่อนไขของธนาคาร ควรตรวจสอบรายละเอียดในใบแจ้งยอดบัญชีหรือสอบถามธนาคารผู้ออกบัตรโดยตรง

จ่ายหนี้บัตรเครดิตขั้นต่ำ ติดเครดิตบูโรหรือไม่

การจ่ายหนี้บัตรเครดิตขั้นต่ำครบตามจำนวนที่กำหนดและตรงเวลา ไม่ถือเป็นการผิดนัดชำระหนี้เพียงเพราะไม่ได้จ่ายเต็มจำนวน แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้ถือบัตรจะไม่มีข้อมูลอยู่ในเครดิตบูโร
เครดิตบูโร หรือบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด มีหน้าที่รวบรวมข้อมูลสินเชื่อและประวัติการชำระหนี้จากสถาบันการเงินที่เป็นสมาชิก โดยข้อมูลดังกล่าวครอบคลุมทั้งบัญชีที่ชำระปกติและบัญชีที่มีการค้างชำระ
ดังนั้น ควรแยกความหมายของ 3 กรณีต่อไปนี้ให้ชัดเจน
พฤติกรรมการชำระหนี้ผลต่อประวัติการชำระหนี้
ชำระเต็มจำนวนและตรงเวลาโดยทั่วไปมีสถานะชำระปกติ
ชำระขั้นต่ำครบและตรงเวลาไม่ถือเป็นการผิดนัดเพียงเพราะชำระขั้นต่ำ แต่ยังมีภาระหนี้คงค้าง
ชำระต่ำกว่ายอดขั้นต่ำหรือชำระล่าช้าอาจเกิดยอดค้างชำระและส่งผลต่อประวัติการชำระหนี้ตามข้อเท็จจริง
แม้การจ่ายขั้นต่ำตรงเวลาจะไม่ใช่หนี้เสีย แต่ยอดหนี้ที่ยังคงเหลืออาจมีผลต่อการประเมินความสามารถในการขอสินเชื่อใหม่ เพราะธนาคารพิจารณาทั้งประวัติการชำระหนี้ รายได้ และภาระหนี้ปัจจุบันประกอบกัน
ผู้ที่วางแผนกู้ซื้อบ้านจึงควรลดภาระหนี้บัตรเครดิตเท่าที่ทำได้ และตรวจสอบข้อมูลเครดิตของตนเองก่อนยื่นขอสินเชื่อ เพื่อให้สามารถวางแผนการเงินได้เหมาะสมยิ่งขึ้น

จ่ายหนี้บัตรเครดิตขั้นต่ำปี 2569 มีมาตรการช่วยเหลืออะไรบ้าง

ธนาคารแห่งประเทศไทยขยายมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้บัตรเครดิตตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม 2569 เพื่อช่วยบรรเทาภาระการชำระหนี้ โดยมีสาระสำคัญดังนี้
1. คงอัตราชำระขั้นต่ำที่ 8%: ผู้ถือบัตรสามารถชำระขั้นต่ำตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยไม่ต้องกลับไปใช้อัตรา 10% ในปี 2569
2. เครดิตเงินคืนสำหรับผู้เข้าเงื่อนไข: ลูกหนี้ที่ชำระได้ตั้งแต่ 8% ขึ้นไปตามเงื่อนไขของมาตรการ อาจได้รับเครดิตเงินคืนเทียบเท่าการลดดอกเบี้ย 0.25% ต่อปีของยอดค้างชำระ โดยมีการคืนเครดิตทุก 3 เดือน ทั้งนี้ ไม่ใช่การคืนเงิน 0.25% ของยอดหนี้โดยตรงในทุกเดือน และต้องตรวจสอบเงื่อนไขจากผู้ออกบัตร
3. ทางเลือกสำหรับผู้ที่จ่ายไม่ถึง 8%: สามารถติดต่อเจ้าหนี้เพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้ก่อนเป็นหนี้เสีย เช่น เปลี่ยนหนี้บัตรเครดิตเป็นสินเชื่อระยะยาวที่ผ่อนชำระเป็นงวดตามเงื่อนไขที่ตกลงกัน
หากเริ่มมีปัญหาด้านสภาพคล่อง ควรติดต่อธนาคารผู้ออกบัตรตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่จำเป็นต้องรอให้เกิดหนี้ค้างชำระก่อนจึงขอความช่วยเหลือ

จ่ายหนี้บัตรเครดิตขั้นต่ำ กู้ซื้อบ้านได้ไหม

ผู้ที่จ่ายบัตรเครดิตขั้นต่ำยังสามารถยื่นขอสินเชื่อบ้านได้ เพราะการชำระขั้นต่ำครบและตรงเวลาไม่ได้หมายความว่ามีประวัติหนี้เสียโดยอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม การอนุมัติสินเชื่อขึ้นอยู่กับการพิจารณาของธนาคารแต่ละแห่ง
ธนาคารอาจนำยอดหนี้บัตรเครดิต ภาระผ่อนชำระรายเดือน รายได้ และประวัติการชำระหนี้มาประเมินความสามารถในการผ่อนบ้าน หากมีภาระหนี้บัตรเครดิตสูง อาจทำให้วงเงินกู้ซื้อบ้านที่ได้รับอนุมัติลดลง หรือมีผลต่อการพิจารณาสินเชื่อได้
สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนซื้อบ้าน ควรเตรียมตัวดังนี้
1. ชำระหนี้บัตรเครดิตให้ตรงเวลาอย่างสม่ำเสมอ
2. ลดหนี้คงค้างให้มากที่สุดเท่าที่สภาพคล่องเอื้ออำนวย
3. หลีกเลี่ยงการสร้างภาระหนี้ใหม่ที่ไม่จำเป็นก่อนยื่นกู้
4. ตรวจสอบรายงานข้อมูลเครดิตและแก้ไขข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง
5. ประเมินค่างวดบ้านที่สามารถผ่อนได้ โดยคำนึงถึงค่าใช้จ่ายจำเป็นในชีวิตประจำวัน
การจัดการหนี้บัตรเครดิตก่อนยื่นกู้ไม่ได้รับประกันว่าจะได้รับอนุมัติสินเชื่อบ้าน แต่ช่วยให้เห็นภาพภาระทางการเงินชัดเจนขึ้นและเตรียมตัวขอสินเชื่อได้อย่างเหมาะสม

จ่ายหนี้บัตรเครดิตอย่างไร ถึงไม่เป็นภัยกับตัวเอง

แน่นอนว่า การจ่ายหนี้บัตรเครดิตขั้นต่ำนั้น ธนาคารมักจะชอบ เพราะคุณต้องเสียดอกเบี้ยให้กับธนาคาร แต่ในทางตรงข้าม เหล่ามนุษย์ใช้เงินในอนาคตทั้งหลาย จะต้องเผชิญกับภาระหนี้สินที่ต้องจัดสรรให้ดีต่อไป มิฉะนั้นจะเป็นภัยต่อตนเองได้
ทางที่ดีนอกจากจะต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยใหม่ ด้วยการทำบัญชีรายรับ รายจ่ายแล้ว แนะนำให้ฝากเงินไว้อีกบัญชี เพื่อเมื่อถึงวันกำหนดชำระจะได้นำเงินดังกล่าวไว้จ่ายหมดทีเดียว โดยไม่ต้องมีปัญหา ชำระไม่ครบ หรือผ่อนจ่าย
วิธีการใช้งานบัตรเครดิตที่ถูกวิธีมีดังนี้
1. ใช้เท่าไหร่จ่ายเท่านั้นเสมอ
2. จ่ายตรงเวลาอย่าให้ทวงถาม
3. ไม่ใช้บัตรเครดิตเกินตัว
4. อย่าตกหลุมพรางเงินผ่อน
5. ปิดบัตรเครดิตที่ไม่จำเป็น
6. อย่ากดเงินสดจากบัตรเครดิต
7. ปลดเปลื้องหนี้บัตรก่อนกู้ซื้อบ้าน
วิธีใช้บัตรเครดิตอย่างถูกวิธี

วิธีใช้บัตรเครดิตอย่างถูกวิธี

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น DDproperty by PropertyGuru ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท ออลพร็อพเพอร์ตี้ มีเดีย จำกัด ไม่สามารถรับรองหรือรับประกันเกี่ยวกับข้อมูล รวมทั้งไม่สามารถรับรองหรือรับประกันใด ๆ เกี่ยวกับความเหมาะสม สำหรับวัตถุประสงค์เฉพาะใด ๆ ของข้อมูล ตามขอบเขตสูงสุดที่กฎหมายอนุญาต แม้ว่าเราได้พยายามอย่างเต็มที่ เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้ถูกต้อง เชื่อถือได้ และครบถ้วน ณ เวลาที่เขียน แต่ข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้ไม่ควรนำไปใช้ในการตัดสินใจทางการเงิน, การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือทางกฎหมายทันที ผู้อ่านไม่ควรใช้ข้อมูลในบทความ แทนคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรมซึ่งสามารถพิจารณาข้อเท็จจริงและสถานการณ์ส่วนตัวของคุณได้ ทั้งนี้ เราไม่สามารถรับผิดชอบใด ๆ หากคุณเลือกที่จะนำข้อมูลไปใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจ

คำถามยอดนิยม

หากคิดขั้นต่ำ 8% จะเท่ากับ 2,400 บาท โดยยังต้องตรวจสอบเงื่อนไขของธนาคาร

ไม่ถือเป็นการผิดนัดชำระหนี้ หากชำระครบตามขั้นต่ำและตรงเวลา แต่ยังมีหนี้คงค้างที่ธนาคารอาจนำมาประเมินความสามารถในการกู้

เครดิตบูโรจัดเก็บข้อมูลสินเชื่อทั้งบัญชีปกติและบัญชีค้างชำระ การมีข้อมูลในเครดิตบูโรไม่ได้หมายความว่ามีประวัติหนี้เสีย

ยื่นกู้ได้ แต่การอนุมัติขึ้นอยู่กับรายได้ ภาระหนี้ ประวัติชำระหนี้ และหลักเกณฑ์ของธนาคาร

โดยทั่วไปเสียดอกเบี้ยเมื่อชำระไม่เต็มจำนวนตามเงื่อนไขของบัตร แม้จะจ่ายขั้นต่ำตรงเวลาก็ตาม

ควรติดต่อผู้ออกบัตรเพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้ก่อนเกิดหนี้เสีย โดยพิจารณาเงื่อนไขการผ่อนชำระที่เหมาะสมกับรายได้