รู้จักบ้าน เข้าใจแบบ ดูแปลนให้ออก ก่อนคิดสร้างบ้าน (ตอนที่ 1)

กิตติคม พจนี
รู้จักบ้าน เข้าใจแบบ ดูแปลนให้ออก ก่อนคิดสร้างบ้าน (ตอนที่ 1)
สำหรับใครที่คิดจะสร้างบ้านเอง สิ่งสำคัญที่จำเป็นต้องศึกษาก็คือการดูแบบแปลนบ้านเบื้องต้น เพื่อที่จะเข้าใจถึงรายละเอียดของบ้าน โดยแบบก่อสร้างบ้าน แบบแปลนหรือพิมพ์เขียวก่อสร้างบ้านนั้น ถือเป็นเอกสารสำคัญที่ผู้ออกแบบซึ่งเป็นสถาปนิก ได้จัดทำขึ้น ร่วมกับวิศวกร และส่งต่อไปยังผู้รับเหมาเพื่อใช้ในการก่อสร้าง
โดยบ่อยครั้งระหว่างการพูดคุยเกี่ยวกับแบบแปลนบ้านเจ้าของบ้านจะพบกับศัพท์เทคนิคสำหรับการสร้างบ้านมากมาย ทำให้ไม่ทราบถึงรายละเอียดของบ้านก่อนสร้างอย่างชัดเจน
ดังนั้นหากคิดจะสร้างบ้าน เบื้องต้นก็ควรดูแบบบ้านให้เป็น อย่างน้อย ๆ ต้องทราบถึงรายละเอียดของโครงสร้าง และแบบก่อสร้างเพื่อที่จะได้ทราบถึงรายละเอียดของบ้านก่อนลงมือให้ผู้รับเหมาสร้าง ซึ่งในปัจจุบันสำหรับการดูแบบแปลนบ้านให้ออกนั้น อันดับแรกเจ้าของบ้านควรทราบและทำการรู้จักกับส่วนประกอบต่าง ๆ ของบ้าน แบบสถาปัตยกรรม แบบวิศวกรรมโครงสร้าง แบบวิศวกรรมไฟฟ้า และแบบวิศวกรรมสุขาภิบาล รวมไปถึงสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่ปรากฎในแบบแปลนบ้าน
sportlight

ส่วนประกอบของการสร้างบ้านที่พักอาศัย

การจะดูแบบแปลน หรือ พิมพ์เขียวในการสร้างบ้านให้ออก จะต้องรู้จักกับส่วนประกอบในการสร้างบ้านเบื้องต้น ซึ่งประกอบไปด้วย 12 ส่วนประกอบหลัก ๆ ด้วยกัน ดังนี้

1. เสาเข็ม

เสาเข็มถือเป็นส่วนประกอบแรกของบ้าน เนื่องจากเป็นการก่อสร้างก่อนส่วนอื่นๆ โดยปัจจุบันจะใช้รถแบคโฮลในการตอกเสาเข็มลงพื้นแทนการตอกโดยใช้แรงคน ซึ่งจะรวดเร็วและมีความแน่นหนาคงทนกว่า ส่วนใหญ่แบบบ้านจะใช้วัสดุเสาเข็มหลากหลายประเภทตามแบบบ้าน อาทิ เสาเข็มไม้ และเสาเข็มคอนกรีต
  • เสาเข็มไม้
เสาเข็ม
ภาพ via bangkokbanksme.com
เสาเข็มไม้จะมีขนาดเล็ก ไม่สามารถรับน้ำหนัดได้มาก หากต้องปลูบ้านไม้ขนาดใหญ่ ก็จะใช้เทคนิคปักเสาเข็มหลายๆ ต้นรวมกันเพื่อให้รับน้ำหนักได้มากขึ้น ดังนั้นเสาเข็มไม้จึงนิยมใช้กับบ้านหลังเล็กๆ หรือบ้านชั้นเดียว
  • เสาเข็มคอนกรีต
เสาคอนกรีต
เสาเข็มคอนกรีตคือเสาเข็มที่ได้รับความนิยมในการสร้างบ้านที่มีขนาดใหญ่หรือสูงมากกว่าสองชั้น เพราะมีความแข็งแรงทน ทานและมีความยาว ซึ่งในกรณีพิเศษบนสถานที่ที่มีการก่อสร้างยาก ที่แคบ ที่ไม่สะดวกในการตอกเสาเข็ม ก็มีเสาเข็มคอนกรีตแบบเข็มเจาะที่มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าแบบอื่นๆ เป็นตัวเลือก

2. ฐานราก

เสาฐานราก
ฐานรากคือแผ่นคอนกรีตที่หล่อทับหัวเสาเข็มที่ฝังลงพื้นดินไปแล้ว จะเป็นการวางฐานรากแบบตื้นเพื่อเสริมความแข็งแรงให้กับเสาเข็ม หรือในกรณีที่พื้นที่นั่นมีเนื้อดินที่มีเนื้อแข็ง มีความหนาแน่นสูง มีความแข็งแรงพอจะรองรับน้ำหนักของตัวบ้านได้ก็ไม่จำเป็นต้องใช้เสาเข็มช่วยในการรับน้ำหนักก็ได้ แต่ต้องมั่นใจว่าชั้นดินมีความแน่นอย่างเหมาะสม ไม่อย่างนั้นจะเกิดอาการทรุดตัวได้ โดยฐานราก เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาดประมาณ 0.80 ถึง 1.20 เมตร สำหรับบ้าน 2 ชั้นทั่วไป มีความหนาไม่ต่ำกว่า 20 ซม.

3. ตอม่อ

SCG_XP_Glossary_JULY2015_ตอม่อ_3
เสาส่วนที่ตั้งบนฐานราก ขึ้นมารับคานพื้นชั้นล่าง ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในดิน ทำหน้าที่เหมือนกับเสา ทุกประการ ต่างกันเพียง ตำแหน่งที่ตั้งเท่านั้น โดยตำแหน่งที่ตั้งในจุดนี้ทำให้ตอม่อเป็นตัวที่ทำหน้าที่รับน้ำหนักบ้านต่อจากตัวอาคารเหนือพื้นดินแล้วถ่ายน้ำหนักลงสู่ฐานรากต่อไป และเป็นตัวปรับระดับความสูง-ต่ำของระดับพื้นบ้าน ให้ได้ตามระดับที่กำหนดในแบบก่อสร้างซึ่งโดยทั่วไปเสาตอม่อจะจมอยู่ใต้ดิน เมื่อทำฐานรากและเสาตอม่อเรียบร้อยแล้ว จึงทำการถมดินฐานราก ปรับระดับ เพื่อทำการก่อสร้างคาน พื้น เสา ซึ่งเป็นโครงสร้างเหนือพื้นดินกันต่อไป

4. คาน

http://www.perfectbuilder.co.th/imgfiles/5YXlT3eVu6sdLD8mhHRyf_2013-03-04%2009.46.33.jpg
คาน ทำหน้าที่รับน้ำหนักจากตง (ส่วนรับน้ำหนักให้กับคาน) เพื่อถ่ายลงเสา โดยส่วนใหญ่โครงสร้างของคานจะทำการออกแบบจากวิศวกร เพราะต้องทำการคำนวณค่าแฟคเตอรต่างๆเพื่อความปลอดภัย ยิ่งบ้านสูงมากก็ต้องยิ่งมีการคำนวณแรงลม การบิดตัว หรือป้องกันแผ่นดินไหว โดยปัจจุบันสามารถใช้วัสดุได้หลายประเภทไม่ว่าจะเป็น คานไม้ คานคอนกรีต หรือคานเหล็ก ปกติคานจะเป็นส่วนที่ติดกับเสา ขนาดของคานนั้นจะต้องสัมพันธ์กับเสา ซึ่งก็อยู่ในการคำนวณทางวิศวกรรมเช่นกัน ถ้าช่วงเสาห่างกันมากก็จะต้องทำคานให้ใหญ่ขึ้น เพื่อรับน้ำหนักมากขึ้น และนอกจากนั้นกำลังรับน้ำหนักของคานนั้น ยังขึ้นอยู่กับความหนาและความลึกของคานด้วย

5. พื้น

http://www.kc.co.th/private_folder/Product/Plank_Slab/P_04.jpg
พื้นบ้าน เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง ที่รองรับน้ำหนักของการอยู่อาศัย เพื่อถ่ายน้ำหนักลงสู่เสาและฐานราก การก่อสร้างบ้านในปัจจุบันนิยมใช้โครงสร้างพื้นด้วยกัน 2 ประเภท คือ พื้นไม้และพื้นคอนกรีต โดยพื้นไม้ จะเป็นพื้นเรียบโดยวางทอดไปตลอดเพื่อรับน้ำหนัก และถ่ายลงสู่ตง เพื่อช่วยรับน้ำหนักอีกต่อหนึ่ง ซึ่งพื้นไม้ทั่วไปจะใช้วัสดุเป็นไม้เนื้อแข็ง อาทิ ไม้มะค่า ไม้แดง
ส่วนพื้นคอนกรีตถือว่าเป็นโครงสร้างพื้นที่ได้รับความนิยมมาก เนื่องจากมีราคาต้นทุนถูกกว่าโครงสร้างพื้นไม้ และยังสามารถตกแต่งพื้นปูนได้หลากหลายรูปแบบด้วยการปูกระเบื้องทับ ทำให้สามารถดูแลทำความสะอาดง่าย ไม่เสี่ยงต่อปลวก และใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างพื้นในเวลาไม่นานมาก

6. เสา

http://www.scgbuildingmaterials.com/th/getattachment/bd41afe8-4620-459e-99b4-a2142ab8a1bb/.aspx
เสาถือเป็นหนึ่งส่วนที่สำคัญของบ้าน นอกจากช่วยถ่ายน้ำหนักจากคานบ้าน เสายังเป็นแกนที่รับน้ำหนักจากโครงสร้างส่วนอื่นๆ พวกถ่ายน้ำหนักลงสู่ฐานราก ดังนั้นเสาคือสิ่งที่คนที่คิดจะสร้างบ้านจะต้องรู้จัก หากตำแหน่งของเสาไม่ถูกต้อง วัสดุที่ใช้ไม่มีความแข็งแรง วางเสาถี่เกินไป ก็อาจมีผลกระทบต่อโครงสร้างบ้านภายหลังได้ ถึงแม้ตัวเจ้าของบ้านเองจะไม่รู้ลึกถึงวิธีการคำนวณการรับน้ำหนัก แต่ถ้ารู้องค์ประกอบบ้านก็สามารถสอบถามวิศวกรได้โดยตรงหากสงสัยในจุดนี้

7. โครงหลังคา

http://www.homeidea.in.th/wp-content/uploads/2014/05/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B2.jpg
ในปัจจุบันโครงหลังคาจะใช้วัสดุในการก่อสร้างหลักๆ 2 ได้แก่ โครงไม้ กับ โครงเหล็ก ส่วนคอนกรีตเสริมเหล็กหรือตัวย่อ คสล. ที่เราคุ้นๆ หูกันและใช้ในโครงสร้างบันไดบ้านบ่อยนั้น ก็สามารถเอามาทำโครงหลังคาได้ แต่ส่วนใหญ่จะนิยมใช้กับโครงสร้างบ้านใหญ่ๆ ในอดีตโครงหลังคาส่วนใหญ่จะใช้ไม้เป็นหลัก แต่ด้วยความที่ไม้มีราคาสูงขึ้นทุกวันๆ จึงมีการก่อสร้างที่นำโครงเหล็กแบบดั้งเดิมมาใช้ ซึ่งสามารถก่อสร้างและทำงานได้รวดเร็วกว่าโครงไม้ และประหยัดกว่า แต่ก็ยังมีข้อเสีย อาทิ การติดตั้งไม่ได้มาตรฐาน มีน้ำหนักมาก และสิ้นเปลืองวัสดุ มีการผุกร่อนของเหล็ก แม้จะทาสีกันสนิมแล้วก็ตาม

8. วัสดุมุงหลังคา

stucture roooorf
วัสดุมุงหลังคาก็คือกระเบื้องมุงหลังคา วัสดุตรงนี้ถือว่ามีส่วนสำคัญไม่แพ้โครงสร้างบ้านส่วนอื่นๆ หลายคนคงเคยเห็นบ้านที่มีการผุผังของหลังคาบ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นพายุฝน หรือ อุบัติเหตุอื่นๆ ก็ตาม ดังนั้นปัจจุบันเทคโนโลยีของวัสดุมุงหลังคาจึงมีการผลิตกระเบื้องที่มีความทนทานกว่ากระเบื้องลอนที่นิยมใช้ในอดีต หรือ ที่เรียกกันว่า กระเบื้องโมเนีย กระเบื้องโมเนียเป็นกระเบื้องซีเมนต์ มีความหนากว่ากระเบื้องลอน ลักษณะของกระเบื้องโมเนียจะมีความยาวไม่จำกัด จึงไม่มีรอยต่อของแผ่น ตัดปัญหาการรั่วซึมได้ และน้ำหนักเบา เหมาะกับบ้านแบบโมเดิร์น ที่ต้องการหลังคาแบนๆแบบตะวันตก และไม่ต้องโชว์ตัวหลังคา

9. ฝ้าชายคา

http://f.ptcdn.info/789/027/000/1422162039-IMG1697IJF-o.jpg
ฝ้าชายคาเป็นอีกหนึ่งส่วนที่จำทำให้บ้านดูเป็นบ้านมากยิ่งขึ้น โดยปัจจุบันฝ้าชายคามีวัสดุก่อสร้างชนิดใหม่ที่เขามาซัพพอร์ทสมรรถภาพของฝ้าชายคาให้ดียิ่งขึ้น ก็คือฉนวนกันความร้อน ซึ่งสามารถพบได้ตามโครงการบ้านจัดสรรทั่วไปในปัจจุบันแล้ว โดยหากใครที่จะสร้างบ้านแล้วทราบดีว่าวัสดุในการประกอบฝ้าชายคามีความบางและสะท้อนความร้อนไม่ดีพอ ก็ต้องเพิ่มเติมในส่วนของฉนวนกันความร้อนเข้าไป

10. ประตู หน้าต่าง

http://corningbldg.com/communities/1/000/001/362/971//images/3975357.jpg
ประตู หน้าตาง ถือเป็นงานตกแต่งความสวยงาม และเป็นหน้าตาให้กับตัวบ้าน ดังนั้นการก่อสร้างจึงต้องออกแบบ ช่องเปิดต่างๆ เช่นหน้าต่าง ช่องแสง ช่องลม เพื่อให้บ้านดูน่าอยู่ ซึ่งนอกจากความสวยงามแล้ว ก็ต้องคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอย ติดตั้งให้พอดีไม่มากไม่น้อยจนเกินไป
โดยการการเจาะช่อง ประตู หน้าต่าง ต้องคำนึงถึงการระบายอากาศ วิวที่ได้รับภายนอก การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ภายใน ถึงแม้โครงสร้างผนังบ้านจะมีความแข็งแรง และงานก่อสร้างอยู่ในฐานราคาที่ไม่แพงมาก แต่การเจาะช่องเปิดจะต้องใช้งบประมาณพอสมควร ยังไม่รวมวัสดุประตู หน้าต่างที่จะตามมา
ดังนั้นเราจะเห็นว่าบ้านจัดสรรส่วนใหญ่มีช่องเปิดหน้าต่างไม่มาก แต่หากนำมาเปรียบเทียบกับบ้านที่สร้างเองจะเห็นว่าบ้านที่ทำการสร้างเองส่วนใหญ่จะเลือกให้บ้านมีความโปร่งโล่งสบายจากมุมหน้าต่างที่เยอะพอสมควรของบ้าน

11. ฝ้าเพดาน

https://www.thisoldhouse.com/sites/default/files/migrated/tout-images/ceiling-promo.jpg
ฝ้าเพดานเป็นส่วนหนึ่งในงานตกแต่งบ้าน เป็นวัสดุที่ใช้ในการปิดพื้นบริเวณใต้หลังคาเพื่อไม่ให้เห็นโครงสร้างภายใน อาทิงานระบบต่างๆ เช่น สายไฟ ท่อน้ำ และเพื่อป้องกันความร้อนใต้หลังคา โดยวัสดุส่วนใหญ่ที่นำมาทำฝ้าเพดานมีหลายชนิด แตกต่างกันไปทั้งฝ้าเพดานจากกระเบื้องแผ่นเรียบ ฝ้าอลูมิเนียม และฝ้ายิปซั่มบอร์ดที่เป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมสูงสุดในการประกอบฝ้าเพดาน เนื่องจากทนไฟ สามารถฉาบปิดผิวเพื่อไม่ให้เห็นรอยต่อได้ และมีความสวยงามกว่าฝ้าเพดานชนิดอื่น ๆ

12. ผนัง

http://img.kapook.com/u/surauch/home/vdfs2.jpg
ผนังบ้านเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างที่มีความสัมพันธ์โดยตรงเชื่อมโยงไปถึงความสวยงามทั้งภายนอกและภายใน รวมไปถึงการใช้งานด้านการกันแดด กันฝน กันลม กันความร้อน ดังนั้นเมื่อรู้จักกับผนังแล้วก็ต้องรู้จักที่จะเลือกวัสดุ รวมไปถึงขนาดระยะต่าง ๆ ที่ต้องเหมาะสมกับการใช้สอย
โดยทั่วไปผนังที่อยู่ภายนอกทั้งหมดผู้รับเหมาหรือวิศวกรจะเลือกใช้วัสดุที่แข็งแรงทนทาน เพื่อป้องกันความร้อน แสงแดด และน้ำฝน ได้เต็มที่ โดยเฉพาะในบ้านเรา มีอากาศร้อน แดดแรง ผนังควรจะสามารถเป็นฉนวนกันความร้อนได้ดีอีกด้วย
ส่วนผนังภายใน อาจไม่จำเป็นต้องใช้วัสดุที่แข็งแรงมาก เพราะเราอาจมีการเปลี่ยนแปลงประโยชน์ใช้สอยได้ในภายหลัง ก็จะเปลี่ยนแปลงได้ง่าย ซึ่งส่วนใหญ่วัสดุที่นิยมใช้กันมากที่สุดก็คือ อิฐมอญ พร้อมฉนวนกันความร้อนโดยเฉพาะผนังด้านทิศตะวันออก และทิศตะวันตก
เมื่อเจ้าของบ้านหรือผู้สร้างเข้าใจในส่วนประกอบหลักต่างๆ ของบ้านแล้ว ก็จะนำไปสู่การดูแบบแปลนเบื้องต้นที่ถูกต้อง รวมไปถึงการควบคุมงานผู้รับเหมาเบื้องต้นได้ ซึ่งองค์ประกอบต่าง ๆ นี้ ภายในแบบแปลนหรือพิมพ์เขียวก็จะออกมาในรูปแบบของสัญลักษณ์ต่างๆ โดยสามารถติดตามบทความการดูแบบแปลนเบื้องต้นนี้ได้ใน รู้จักบ้าน เข้าใจแบบ ดูแปลนให้ออก ก่อนคิดสร้างบ้าน (ตอนที่ 2)
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กิตติคม พจนี Content Writer ประจำ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kittikom@ddproperty.com
สนใจรับบทความดีดี อัปเดต ข่าวอสังหาริมทรัพย์ และ อ่านคู่มือซื้อขาย พร้อม รีวิวโครงการคอนโดฯ ใหม่ บ้านใหม่ หลากหลายทำเลและราคา รวมถึง ทำความรู้จักกับทำเลฮอตทั่วกรุง เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการซื้อ-ขาย-เช่า

คำนวณยอดผ่อนต่อเดือนตามระยะเวลากู้

เพียงใส่ยอดเงินกู้ที่คุณต้องการ เราจะคำนวณให้คุณเห็นถึงยอดผ่อนชำระต่อเดือนตามระยะเวลาผ่อนและอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกัน

คำนวณยอดผ่อนต่อเดือน

คำนวณยอดผ่อนชำระต่อเดือนตามอัตราดอกเบี้ยของคุณด้วยเครื่องมือคำนวณสินเชื่อนี้

คำนวณวงเงินกู้สูงสุด

คำนวณสินเชื่อบ้าน ยอดวงเงินกู้บ้านใหม่ที่คาดว่าจะได้รับจากแบงก์และยอดผ่อนชำระในแต่ละเดือน