การล้างเครื่องซักผ้าเป็นเรื่องที่หลายคนมักมองข้าม จนกระทั่งเริ่มสังเกตเห็นคราบดำติดเสื้อผ้าหรือมีกลิ่นอับรบกวน ซึ่งนั่นคือสัญญาณเตือนว่าถึงเวลาต้องล้างเครื่องซักผ้าแล้ว
หลายคนซักผ้าทุกวัน แต่มักลืมดูแลทำความสะอาดตัวเครื่อง ทั้งที่ความจริงแล้ว การล้างเครื่องซักผ้านั้นไม่ได้ยากอย่างที่คิด หากรู้วิธีที่ถูกต้องก็สามารถทำได้ด้วยตัวเอง
อ่านหัวข้อที่คุณสนใจ
- เตรียมความพร้อมก่อนล้างเครื่องซักผ้า
- ล้างเครื่องซักผ้าฝาบน ทำอย่างไร
- ล้างเครื่องซักผ้าฝาหน้า ทำอย่างไร
- เปรียบเทียบ ล้างเครื่องซักผ้าฝาบน vs ฝาหน้า
- วิธีเลือกเครื่องซักผ้าให้เหมาะกับการใช้งาน
- สรุป ล้างเครื่องซักผ้า บอกลาผ้ามีกลิ่นอับ
เตรียมความพร้อมก่อนล้างเครื่องซักผ้า
การล้างเครื่องซักผ้า แนะนำให้ล้างทุก 1-2 เดือน หรือหากใช้งานเป็นประจำ ควรล้างทุกเดือน เพื่อให้เครื่องซักผ้าทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยก่อนเริ่มล้างเครื่องซักผ้า ควรเตรียมอุปกรณ์ที่ใช้ทำความสะอาดเครื่องซักผ้าให้พร้อม ดังนี้
- น้ำยาล้างเครื่องซักผ้าโดยเฉพาะ หาซื้อได้ตามซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป
- น้ำส้มสายชู ช่วยขจัดคราบตะกรันและกลิ่นอับได้ดี
- เบกกิ้งโซดา ช่วยดับกลิ่นและทำให้ถังสะอาดขึ้น
- ผ้าไมโครไฟเบอร์หรือแปรงขนนุ่ม สำหรับเช็ดทำความสะอาดส่วนต่าง ๆ
ล้างตู้เย็นง่าย ๆ
ล้างตู้เย็น เสร็จไว สะดวก ประหยัดเวลา ด้วย 8 ขั้นตอนง่าย ๆ
ล้างเครื่องซักผ้าฝาบน ทำอย่างไร
วิธีล้างเครื่องซักผ้าฝาบน (Top Load) ซึ่งมีโครงสร้างถังที่เปิดโล่งด้านบน ทำให้เข้าถึงพื้นที่ภายในได้ง่ายกว่าเครื่องซักผ้าฝาหน้า
ขั้นตอนล้างเครื่องซักผ้าฝาบน
1. เตรียมถังซัก : เติมน้ำระดับสูงสุด (เลือกโปรแกรมน้ำร้อนถ้ามี)
2. ขจัดคราบสะสม : เทน้ำส้มสายชู 2-3 ถ้วยลงไป ปั่น 2 นาทีแล้วพักแช่ไว้ 1 ชั่วโมง
3. ล้างออก : เดินเครื่องจนครบรอบโปรแกรม
4. ดีท็อกซ์ถัง : ทำซ้ำอีกครั้งด้วยเบกกิ้งโซดา หรือน้ำยาล้างเครื่อง เพื่อขจัดกลิ่นและคราบที่เหลือ
5. ส่วนอื่น ๆ : ล้างถุงกรองเศษผ้าและเช็ดขอบถังให้แห้ง
ล้างไมโครเวฟ ขจัดคราบมัน ดับกลิ่น
ล้างไมโครเวฟ รวม 5 วิธีทำความสะอาดไมโครเวฟ ขจัดคราบมัน ดับกลิ่น
ล้างเครื่องซักผ้าฝาหน้า ทำอย่างไร
เครื่องซักผ้าฝาหน้า (Front Load) มักสะสมความชื้นและเชื้อราได้ง่ายกว่าเครื่องซักผ้าฝาบน โดยเฉพาะที่ยางขอบประตู จึงต้องใส่ใจในการล้างมากกว่าเล็กน้อย
ขั้นตอนล้างเครื่องซักผ้าฝาหน้า
1. เตรียมน้ำยา : ใส่เบกกิ้งโซดาในช่องผงซักฟอก และน้ำส้มสายชูลงในถังซัก
2. ตั้งโปรแกรม : เลือกโหมด Drum Clean หรือตั้งอุณหภูมิน้ำร้อน 60-90 องศาเซลเซียส
3. เดินเครื่อง : ปล่อยให้เครื่องทำงานจนจบกระบวนการ
4. ทำความสะอาดจุดอับ : เช็ดยางขอบประตู และล้างช่องใส่ผงซักฟอก
5. ระบายความชื้น : เปิดฝาทิ้งไว้อย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง เพื่อป้องกันเชื้อรา
เปรียบเทียบ ล้างเครื่องซักผ้าฝาบน VS ฝาหน้า
ความยากในการล้าง
ง่าย เข้าถึงได้สะดวก
ปานกลาง มีหลายจุดที่ต้องดูแล
จุดสะสมคราบหลัก
ที่กรองเศษผ้า, ขอบถังซัก
ขอบยางประตู, ช่องระบายน้ำทิ้ง, ช่องใส่ผงซักฟอก
ความถี่ในการล้าง
ทุก 1-2 เดือน
ทุก 1 เดือน (ควรทำบ่อยกว่าเพราะชื้นง่าย)
น้ำยาที่เหมาะสม
น้ำส้มสายชู, เบกกิ้งโซดา, น้ำยาล้างเครื่อง
น้ำส้มสายชู, เบกกิ้งโซดา, น้ำยาล้างเครื่อง
เวลาที่ใช้ในการล้าง
1-2 ชั่วโมง
1.5-2.5 ชั่วโมง (รวมเวลาแกะช่องระบายน้ำ)
เปิดฝาทิ้งไว้หลังล้าง
แนะนำ
จำเป็น (เพื่อป้องกันเชื้อราและกลิ่น)
วิธีเลือกเครื่องซักผ้าให้เหมาะกับการใช้งาน
การเลือกขนาดเครื่องซักผ้าควรพิจารณาจากขนาดครอบครัว พื้นที่ติดตั้ง และงบประมาณ
1. ขนาดครอบครัว
- 1-2 คน (หอพัก, คอนโด) ควรใช้ขนาด 6-7 กิโลกรัม
- 3-4 คน (ครอบครัวขนาดกลาง) ควรใช้ขนาด 8-9 กิโลกรัม
- 5 คนขึ้นไป (ครอบครัวใหญ่, ซักผ้านวม) ควรใช้ขนาด 10 กิโลกรัม ขึ้นไป
2. พื้นที่วางเครื่อง
- ฝาบน ต้องเผื่อพื้นที่ความสูงด้านบนไว้อย่างน้อย 50-60 เซนติเมตร สำหรับการเปิดฝาจนสุด และควรเลี่ยงการวางใต้เคาน์เตอร์หรือชั้นวางของที่เตี้ยเกินไป เพราะจะทำให้หยิบผ้าลำบาก
- ฝาหน้า ต้องเผื่อพื้นที่ระยะสวิงของฝาหน้าประมาณ 60-80 เซนติเมตร เพื่อให้เปิดฝาได้กว้างที่สุด และมีที่ว่างพอสำหรับผู้นั่งย่อตัวลงไปหยิบผ้าได้สะดวก
3. งบประมาณ
- ฝาบน ราคาเข้าถึงง่ายและค่าบำรุงรักษาต่ำกว่า เพราะอะไหล่และการซ่อมแซมส่วนใหญ่ไม่ซับซ้อน
- ฝาหน้า ราคาสูงกว่าในช่วงแรก แต่คุ้มค่าในระยะยาว เพราะถนอมผ้าได้ดีกว่า ลดโอกาสผ้าเสีย และประหยัดค่าน้ำ ค่าไฟ ได้มากกว่า
เครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด
ค่าไฟแพง เช็ก 10 เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านที่กินไฟมากที่สุด
สรุป ล้างเครื่องซักผ้า บอกลาผ้ามีกลิ่นอับ
การล้างเครื่องซักผ้า เป็นสิ่งที่ทุกบ้านควรทำเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องฝาบนหรือฝาหน้า ต่างก็มีวิธีและจุดที่ต้องระวังแตกต่างกันเล็กน้อย แต่ทั้งหมดทำได้เองที่บ้านโดยใช้ของง่าย ๆ อย่างน้ำส้มสายชูหรือเบกกิ้งโซดา
หากดูแลเครื่องซักผ้าอย่างสม่ำเสมอ นอกจากผ้าจะสะอาดและไม่มีกลิ่นแล้ว ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องและประหยัดค่าซ่อมในระยะยาวได้อีกด้วย
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น DDproperty by PropertyGuru ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท ออลพร็อพเพอร์ตี้ มีเดีย จำกัด ไม่สามารถรับรองหรือรับประกันเกี่ยวกับข้อมูล รวมทั้งไม่สามารถรับรองหรือรับประกันใด ๆ เกี่ยวกับความเหมาะสม สำหรับวัตถุประสงค์เฉพาะใด ๆ ของข้อมูล ตามขอบเขตสูงสุดที่กฎหมายอนุญาต แม้ว่าเราได้พยายามอย่างเต็มที่ เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้ถูกต้อง เชื่อถือได้ และครบถ้วน ณ เวลาที่เขียน แต่ข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้ไม่ควรนำไปใช้ในการตัดสินใจทางการเงิน, การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือทางกฎหมายทันที ผู้อ่านไม่ควรใช้ข้อมูลในบทความ แทนคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรมซึ่งสามารถพิจารณาข้อเท็จจริงและสถานการณ์ส่วนตัวของคุณได้ ทั้งนี้ เราไม่สามารถรับผิดชอบใด ๆ หากคุณเลือกที่จะนำข้อมูลไปใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจ





