ค่านายหน้า คือ ค่าตอบแทนให้กับเอเจนต์หรือนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นเสมือนเป็นตัวแทนในการช่วยจัดการซื้อ ขาย หรือเช่าอสังหาริมทรัพย์แทนเจ้าของที่อาจไม่มีเวลา หรือไม่มีช่องทางในการสื่อสารที่เพียงพอจนสามารถขายอสังหาริมทรัพย์สำเร็จได้ตัวเอง จึงตกลงว่าจ้างนายหน้า
ดังนั้น เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ควรจะต้องทราบวิธีคำนวณค่านายหน้า เพื่อจะได้เตรียมตัวเจรจาตกลงกับนายหน้าได้อย่างเหมาะสม
อ่านหัวข้อที่คุณสนใจ
- ค่านายหน้า คืออะไร
- นายหน้าอสังหาฯ คือใคร
- ประโยชน์ในการจ้างนายหน้าอสังหาฯ
- การคิดค่าคอมมิชชั่นให้นายหน้าอสังหาริมทรัพย์
- เลือกนายหน้าอสังหาฯ อย่างไรให้ได้คนที่น่าเชื่อถือ
ค่านายหน้า คืออะไร
ค่านายหน้า คือ ค่าตอบแทนที่ผู้ว่าจ้างจ่ายให้แก่นายหน้าหรือคนกลาง ซึ่งทำหน้าที่ช่วยซื้อ ขาย และให้เช่าสำเร็จ
นายหน้าอสังหาริมทรัพย์คือใคร
นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ คือ อาชีพหนึ่งในวงการอสังหาริมทรัพย์ มีหน้าที่เป็นตัวแทนเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ในการนำทรัพย์สิน ไม่ว่าจะเป็นขายบ้าน คอนโด หรือ ที่ดิน ไปเสนอขายหรือปล่อยเช่าให้กับผู้ที่สนใจ
เมื่อการซื้อขายสำเร็จ เจ้าของบ้านก็ต้องจ่ายค่านายหน้าให้แก่นายหน้าตามสัญญาที่ตกลงไว้ร่วมกัน
แต่งานของนายหน้าไม่ได้มีแบบเดียวเท่านั้น โดยนายหน้าจะช่วยค้นหาและอำนวยความสะดวกในการซื้อหรือเช่าอสังหาริมทรัพย์ให้ตรงตามความต้องการของผู้ซื้อหรือผู้เช่าอีกด้วย
ประโยชน์ในการจ้างนายหน้าอสังหาริมทรัพย์
หากจ้างนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ผู้ว่าจ้างก็ไม่ต้องหาช่องทางทำการตลาด ไม่ต้องเสียค่าโฆษณา ไม่ต้องเจรจาอธิบายและต่อรองกับทุกคน ไม่ต้องจัดการร่างสัญญา
รวมถึงอำนวยความสะดวกในการโอนกรรมสิทธิ์ หรือส่ง/รับมอบอสังหาริมทรัพย์ เพราะสามารถมอบอำนาจให้นายหน้าดำเนินการแทนได้ ผู้ว่าจ้างจึงมีเวลาให้กับงานและชีวิตส่วนตัวได้ตามปกติ
เอเจนต์ ผู้ช่วยคนสำคัญในการขายบ้าน
ทำไมเอเจนต์คือผู้ช่วยคนสำคัญในการขายบ้าน ดู 7 ข้อดีที่ควรรู้ ได้ที่นี่
การคิดค่านายหน้าให้นายหน้าอสังหาริมทรัพย์
ใครเป็นผู้จ่ายค่านายหน้า
เมื่อการซื้อขายหรือเช่าอสังหาริมทรัพย์เสร็จสิ้น ผู้ว่าจ้างไม่ว่าจะเป็นผู้ขายหรือผู้ให้เช่าจะต้องจ่ายค่าตอบแทนให้นายหน้าทันที หรือตามแต่การตกลงกันระหว่างนายหน้าและผู้ว่าจ้าง
หนังสือสัญญาซื้อขายคืออะไร
หนังสือสัญญาซื้อขาย และสัญญาจะซื้อจะขาย แตกต่างกันอย่างไร หาคำตอบได้ที่นี่
ค่านายหน้าของผู้ประสานงาน
ในระหว่างที่นายหน้ามองหาผู้ซื้อ ผู้ขาย หรือผู้เช่าให้ผู้ว่าจ้าง นายหน้าอาจประสานงานกับคนรู้จักอีกหลายทอดกว่าผู้ซื้อและผู้ขายจะได้พบกัน ซึ่งตามมารยาทแล้ว ผู้ประสานงานทุกคนต้องได้รับค่าตอบแทนด้วย
แต่นั่นก็เป็นเรื่องระหว่างนายหน้ากับผู้ประสานงานจะตกลงกัน ผู้ว่าจ้างไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินเพิ่มจากที่เคยตกลงไว้กับนายหน้าของตัวเองอีก

อัตราค่านายหน้า
ตามมาตรฐานโดยทั่วไป ค่านายหน้าของนายหน้าขายอสังหาริมทรัพย์จะคิดในอัตรา 3% จากราคาขาย และอาจสูงหรือต่ำกว่านั้น ขึ้นอยู่กับพื้นที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์ ความยากง่ายในการซื้อขาย มูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ ระยะจนเวลากว่าจะขายได้ และเงื่อนไขอื่น ๆ ที่ได้ตกลงกันไว้
แต่ถ้าเป็นค่านายหน้าในการจัดหาอสังหาริมทรัพย์ ก็จะขึ้นอยู่กับการตกลงกันระหว่างนายหน้ากับผู้ว่าจ้าง หรือนายหน้าอาจไปตกลงขอค่านายหน้าจากผู้ขายเองก็ได้
แต่ตามกฎของสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่าด้วยจรรยาบรรณนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2544 จะกำหนดให้นายหน้าจะต้องรับค่าตอบแทนจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงฝ่ายเดียวเท่านั้น
ทั้งนี้ อัตราค่านายหน้าอสังหาริมทรัพย์นั้นมีความแตกต่างกันไปบ้างตามแต่ละพื้นที่ และบริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ (โบรกเกอร์) ดังนี้
| ทำเล | ค่านายหน้าอสังหา 2569 |
| กรุงเทพฯ | 3% |
| เชียงใหม่ | 3% |
| ภูเก็ต | 3% |
| หัวหิน | 3% |
| อุดรธานี | 3% |
| พัทยา | 3-10% |
หมายเหตุ: ค่านายหน้าข้างต้นเป็นเพียงค่าบริการโดยทั่วไปเท่านั้น ก่อนใช้บริการควรสอบถามนายหน้าอีกครั้งหนึ่ง
ส่วนค่านายหน้าสำหรับนายหน้าปล่อยเช่าอสังหาริมทรัพย์จะคิดในอัตราค่าเช่า 1 เดือนต่อสัญญาเช่า 12 เดือนขึ้นไป และเป็นการจ่ายค่านายหน้าเพียงครั้งเดียวเมื่อทำสัญญาเช่า หลังจากนั้นผู้เช่าจะเช่าต่อหรือไม่ ก็จะไม่เกี่ยวข้องกับนายหน้าอีก
ประเมินค่าเช่าบ้าน
ประเมินค่าเช่าบ้าน-ค่าใช้จ่าย และ 4 ปัจจัยควรรู้ก่อนตกลงเช่าบ้าน
วิธีคำนวณค่านายหน้า
การคำนวณค่านายหน้านั้นไม่ใช่เรื่องยาก ขอเพียงทราบถึงอัตราค่าคอมมิชชั่นที่ถูกต้อง ก็จะสามารถคำนวณได้อย่างง่ายดาย โดยมีตัวอย่างการคำนวณดังนี้
กรณีขายบ้านราคา 3,000,000 บาท และตกลงค่าคอมมิชชั่นที่ 3%
เมื่อนายหน้าขายบ้านได้สำเร็จ เจ้าของบ้านจะต้องจ่ายให้นายหน้า (3,000,000 x 3) / 100 = 90,000 บาท หรือตกลงเงื่อนไขพิเศษว่า ถ้าขายได้ภายใน 1 เดือน จะให้ค่าคอมมิชชั่น 4% เมื่อนายหน้าทำได้ ก็ต้องจ่าย (3,000,000 x 4) / 100 = 120,000 บาท
กรณีให้เช่าคอนโดเดือนละ 15,000 บาท สัญญาขั้นต่ำ 12 เดือน
เมื่อนายหน้าหาผู้เช่าได้สำเร็จ เจ้าของคอนโดจะต้องจ่ายให้นายหน้า (15,000 x 12) / 12 = 15,000 บาท แต่ถ้าผู้เช่าทำสัญญาขั้นต่ำแค่ 6 เดือน ก็ต้องจ่าย (15,000 x 6) / 12 = 7,500 บาท หรือตามอัตราส่วนที่ตกลงกัน
ทั้งนี้ หากผู้ว่าจ้างเป็นนิติบุคคล ก็มีหน้าที่จะต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% จากค่าคอมมิชชั่นเพื่อยื่นให้กรมสรรพากรด้วย เช่น ค่าคอมมิชชั่น 90,000 บาท ก็จะต้องหักภาษี (90,000 x 3) / 100 = 2,700 บาท
เลือกนายหน้าอสังหาฯ อย่างไรให้ได้คนที่น่าเชื่อถือ
1. เลือกนายหน้าอสังหาฯ หรือเอเจนต์ที่มีการยืนยันตัวตนและการรับรอง
สำหรับผู้ที่กำลังใช้บริการเอเจนต์แต่ไม่แน่ใจว่าจะเลือกอย่างไรดี ทาง DDproperty มองเห็นถึงความสำคัญในการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ที่ต้องการผู้ช่วยสำคัญอย่างเอเจนต์ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อ-ขาย-เช่า จึงได้ริเริ่มโครงการ "การยืนยันตัวตนเอเจนต์ (Agent Verification)"
Agent Verification คืออะไร
Agent Verification คือ โปรแกรมการยืนยันตัวตนและการรับรองเอเจนต์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อและความเป็นมืออาชีพให้กับเอเจนต์ โดยแบ่งเป็น

Agent Verification ช่วยให้แพลตฟอร์มของเรามีความน่าเชื่อถือและปลอดภัยมากขึ้น เราจึงให้เอเจนต์ลงทะเบียนยืนยันตัวตนและแสดงข้อมูลการติดต่อ โดยใช้หลักฐานดังนี้
- เอกสารทางราชการที่มีรูปถ่าย เช่น บัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต พร้อมถ่ายหน้าเอเจนต์และบัตรประชาชนเพื่อยืนยันตัวตน
- Line ID
- เบอร์โทรศัพท์
- อีเมล
ทั้งหมดนี้จะทำให้คุณมั่นใจได้ว่าเอเจนต์บนเว็บไซต์ DDproperty ที่ผ่านการลงทะเบียนโปรแกรมดังกล่าวข้างต้น มีความน่าเชื่อถือและมีความรู้ ความสามารถในการที่จะช่วยให้คุณซื้อ-ขาย-เช่าได้อย่างมั่นใจ
จากข้อมูลทั้งหมดจะเห็นได้ว่า การฝากให้นายหน้าเป็นธุระในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์นั้นไม่ใช่เรื่องยาก และการคิดค่าคอมมิชชั่นที่จะต้องจ่ายก็ไม่ใช่เรื่องซับซ้อน
แต่ต้องเข้าใจหลักการและตกลงกับนายหน้าอย่างถูกต้อง เมื่อรู้เกี่ยวกับประโยชน์และค่านายหน้าสำหรับตอบแทนนายหน้าแล้ว ก็มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทและวิธีเลือกนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ตัวช่วยจำเป็นกันเลย
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น DDproperty by PropertyGuru ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท ออลพร็อพเพอร์ตี้ มีเดีย จำกัด ไม่สามารถรับรองหรือรับประกันเกี่ยวกับข้อมูล รวมทั้งไม่สามารถรับรองหรือรับประกันใด ๆ เกี่ยวกับความเหมาะสม สำหรับวัตถุประสงค์เฉพาะใด ๆ ของข้อมูล ตามขอบเขตสูงสุดที่กฎหมายอนุญาต แม้ว่าเราได้พยายามอย่างเต็มที่ เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้ถูกต้อง เชื่อถือได้ และครบถ้วน ณ เวลาที่เขียน แต่ข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้ไม่ควรนำไปใช้ในการตัดสินใจทางการเงิน, การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือทางกฎหมายทันที ผู้อ่านไม่ควรใช้ข้อมูลในบทความ แทนคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรมซึ่งสามารถพิจารณาข้อเท็จจริงและสถานการณ์ส่วนตัวของคุณได้ ทั้งนี้ เราไม่สามารถรับผิดชอบใด ๆ หากคุณเลือกที่จะนำข้อมูลไปใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจ





