อัปเดต! ดอกเบี้ยบ้าน 2567 ทุกธนาคาร

กิตติคม พจนี
อัปเดต! ดอกเบี้ยบ้าน 2567 ทุกธนาคาร
อัตราดอกเบี้ยบ้าน หรือสินเชื่อกู้ซื้อบ้าน คือ ตัวกำหนดการผ่อนชำระค่างวดของการซื้อบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ และคอนโด สำหรับคนที่ทำการกู้ซื้อบ้านผ่านธนาคาร ดังนั้นใครที่ยังเลือกไม่ได้ว่าจะกู้ซื้อบ้านกับธนาคารไหนดีก็หายห่วงได้
รวมประกาศขายโครงการใหม่ในกรุงเทพฯ
DDproperty ได้รวบรวมข้อมูลอัตราดอกเบี้ยบ้าน อัปเดตประจำเดือน พฤษภาคม ปี 2567 จากหลากหลายธนาคาร เช่น ธ.กสิกรไทย ธ.ไทยพาณิชย์ ธ.กรุงเทพ ธ.กรุงไทย ธ.ออมสิน ธ.ทหารไทย ธ.กรุงศรีอยุธยา มาเปรียบเทียบให้เห็นกันไปเลยว่าธนาคารไหนให้สินเชื่อบ้านโดยคิดดอกเบี้ยบ้านต่ำสุด มีเงื่อนไขอะไรบ้าง เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการพิจารณาเลือกสินเชื่อ สำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจเลือกซื้อบ้าน หรือคอนโด ได้ง่ายขึ้น พร้อมตัวช่วยในการคำนวณผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน

คำนวณยอดผ่อนต่อเดือน

คำนวณยอดผ่อนชำระต่อเดือนตามอัตราดอกเบี้ยของคุณด้วยเครื่องมือคำนวณสินเชื่อนี้

เดือน พฤษภาคม 2567 ธนาคารส่วนใหญ่ยังคงใช้ผลิตภัณฑ์อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านเฉลี่ย 3 ปีแรกจากเดือเมษายน ปี 2567 มีเพียงบางธนาคารเท่านั้นที่มีการออกผลิตภัณฑ์สินเชื่อกู้ซื้อบ้าน คอนโดฯ ใหม่ ซึ่งทาง DDproperty ก็ได้นำอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกที่ต่ำที่สุดมาจัดอันดับ โดยมีอัตราดอกเบี้ยบ้านของธนาคารที่น่าสนใจ ดังนี้

ตารางอัตราดอกเบี้ยบ้าน – คอนโด ของธนาคารพาณิชย์ เดือน พฤษภาคม 2567

1.ธนาคารอาคารสงเคราะห์
2.76%
วงเงินกู้ตามเกณฑ์หลักประกันให้เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติงานสินเชื่อ

(สินเชื่อบ้าน Big Family ปี 2567 สำหรับลูกค้าที่ซื้อที่อยู่อาศัยผ่านเว็บไซต์ และต้องแจ้งความประสงค์การขอสินเชื่อผ่านเว็บไซต์ ghbankbigfamily.com)

อ้างอิงตามประกาศธนาคาร MRR = 6.545% (ประกาศ ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2567)
2.ธนาคารออมสิน
2.95%
สินเชื่อบ้านออมสินเพื่อคนไทย (กรณีที่ประสงค์ทำประกัน)

อ้างอิงตามประกาศธนาคาร MRR = 6.595% (ประกาศ ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2567)
3.ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
3.30%
ไม่เกิน 85-100% ของราคาประเมิน บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม คอนโด ราคา 1 ล้านบาทขึ้นไป และอาคารพาณิชย์ และโฮมออฟฟิศ ราคา 3 ล้านบาทขึ้นไป ทั้งมือหนึ่งและมือสอง

อ้างอิงตามประกาศธนาคาร MRR = 7.400% (ประกาศ ณ วันที่ 6 ตุลาคม 2566)
4.ธนาคารทหารไทยธนชาต
3.30%
วงเงินขั้นต่ำ 5 แสนบาท สูงสุดไม่เกิน 50 ล้านบาท (กรณีซื้อจาก บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์กลุ่มพิเศษที่ธนาคารกำหนด และสมัครพร้อมผลิตภัณฑ์เสริม 3 ประเภท)

อ้างอิงตามประกาศธนาคาร MRR = 7.830% (ประกาศ ณ วันที่ 3 ตุลาคม 2566​)
5.ธนาคารไทยพาณิชย์
3.37%
วงเงินกู้สูงสุด 100% ของราคาประเมินหลักประกัน (อัตราดอกเบี้ยสำหรับกลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพเฉพาะ ได้แก่ แพทย์, ทันตแพทย์, สัตวแพทย์, เภสัชกร, อาจารย์มหาวิทยาลัยระดับผู้ช่วยศาสตราจารย์หรือเทียบเท่าขึ้นไป, ผู้พิพากษา และอัยการ)

อ้างอิงตามประกาศธนาคาร MRR = 7.300% (ประกาศ ณ วันที่ 2 ตุลาคม 2566)
6.ธนาคารกสิกรไทย
3.45%
กำหนดให้กู้ได้ไม่เกิน 110% ของราคาซื้อขาย และไม่เกิน 110% ของราคาประเมินหลักประกัน ขึ้นอยู่กับหลักประกันตามที่ธนาคารกำหนด

อ้างอิงตามประกาศธนาคาร MRR = 7.300% (ประกาศ ณ วันที่ 4 ตุลาคม 2566)
7.ธนาคารกรุงไทย
3.57%
วงเงินกู้สูงสุด 100% ของราคาประเมิน (กรณีผู้กู้ประสงค์ทำประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ)

อ้างอิงตามประกาศธนาคาร MRR = 7.570% (ประกาศ ณ วันที่ 5 ตุลาคม 2566​)
8.ธนาคารกรุงเทพ
3.72%
ไม่เกิน 100% ของราคาประเมิน (สินเชื่อเพื่อกลุ่มวิชาชีพเฉพาะ แพทย์ ผู้พิพากษา อัยการ นักบิน พนักงานประจำที่มีรายได้สูง 200,000 บาทขึ้นไป



***อัตราดอกเบี้ยดังกล่าวมีผลในระหว่างวันที่ 11 ม.ค. – 31 มี.ค. 2567 กรุณาอัปเดตกับธนาคารอีกครั้ง***



อ้างอิงตามประกาศธนาคาร MRR = 7.050% (ประกาศ ณ วันที่ 29 เมษายน 2567)

*** อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน เฉลี่ย 3 ปีแรก คำนวณแบบค่าเฉลี่ยทางคณิตศาสตร์เท่านั้น***

ที่มาอัตราดอกเบี้ยต่ำสุดเฉลี่ย 3 ปี แรก* สามารถดาวน์โหลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยในรูปแบบต่างๆ ของแต่ละธนาคาร และชมรายละเอียดเพิ่มเติม เช่น อัตราดอกเบี้ยรายปี วงเงินกู้ และข้อมูลอื่นๆ ได้ที่นี่: ดาวน์โหลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัย ฉบับเต็มประจำเดือนนี้

8 อันดับธนาคารที่มีอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านเฉลี่ยต่ำที่สุดในเดือนนี้

1.ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (G H Bank)

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (G H Bank) มีผลิตภัณฑ์ สินเชื่อบ้าน Big Family ปี 2567 ที่มีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีต่ำที่สุด 2.76% แบ่งเป็นอัตราดอกเบี้งคงที่ปีแรก = 1.99% และปีที่ 2-3 = 3.15% สำหรับ ลูกค้าที่ซื้อที่อยู่อาศัยผ่านเว็บไซต์ และต้องแจ้งความประสงค์การขอสินเชื่อผ่านเว็บไซต์ ghbankbigfamily.com โดยให้วงเงินกู้ตามเกณฑ์หลักประกันให้เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติงานสินเชื่อ และกำหนดระยะเวลายื่นคำขอกู้เงิน ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2567 ถึงวันที่ 28 มิถุนายน 2567 โดยกำหนดระยะเวลาอนุมัติและทำนิติกรรมภายใน วันที่ 31 กรกฎาคม 2567 (ธนาคารขอสงวนสิทธิ์ในการกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดโครงการก่อนกำหนด หากธนาคารให้สินเชื่อเต็มวงเงินของโครงการแล้ว)
นอกจากนั้น ยังมีผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจอย่าง สินเชื่อบ้านเบอร์ 5 ปี 2567 ที่มีเงื่อนไขในการกู้สนเชื่อซื้อโครงการจัดสรร (FT/LTF/SFT/RFT/BZP) ที่ผ่านการรับรองคุณสมบัติบ้านเบอร์ 5 จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ ปลูกสร้างที่อยู่อาศัย โดยใช้แบบบ้านประหยัดพลังงานของธนาคาร ที่ได้รับการรับรองคุณสมบัติบ้านเบอร์ 5 จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โดยมีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยต่ำสุดอยู่ที่ 2.91% และให้วงเงินกู้ตามเกณฑ์หลักประกันให้เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติงานสินเชื่อ
ในปัจจุบันมีผู้ประกอบการอสังหริมทรัพย์เข้าร่วมโครงการบ้านเบอร์ 5 กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ได้แก่
รวมไปถึงสินเชื่อนโยบายรัฐ โครงการสินเชื่อบ้าน Happy Home ที่มีอัตราดอกเบี้ยคงที่ปีที่ 1-5 = 3.00% โดยให้ วงเงินให้กู้สูงสุดไม่เกิน 3,000,000 บาท ต่อรายต่อหลักประกัน โดยกำหนดระยะเวลากู้ไม่น้อยกว่า 3 ปี และไม่เกิน 40 ปี อายุผู้กู้รวมกับจำนวนปีที่ขอกู้ต้องไม่เกิน 70 ปี ยกเว้นข้าราชการตุลาการ อัยการ หรืออื่น ๆ ที่มีอายุเกษียณมากกว่า 60 ปี ให้ใช้อายุของผู้กู้เมื่อรวมกับระยะเวลาที่ขอกู้ต้องไม่เกิน 75 ปี และกำหนดระยะเวลายื่นคำขอกู้ตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2567 และทำนิติกรรมจนกว่าสินเชื่อเต็มกรอบวงเงินของโครงการ ทั้งนี้ ไม่เกินวันที่ 30 ธันวาคม 2568
ทั้งนี้เอง ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (G H Bank) มีผลิตภัณฑ์สินเชื่อบ้านอื่น ๆ อีกมากมาย ที่มีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีค่อนข้างต่ำ อาทิ สินเชื่อที่ร่วมกับนโยบายรัฐ โครงการบ้านจัดสรรที่ธนาคารกำหนด และสินเชื่อบ้านมือสอง ธอส เป็นต้น โดยจะมีระยะเวลาในการขอสินเชื่อตามที่ธนาคารกำหนด และสามารถดูอัตราดอกเบี้ยเบื้องต้นของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่น่าสนใจได้ที่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (G H Bank)
อ้างอิงตามประกาศธนาคาร MRR = 6.545% (ประกาศ ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2567)

2.ธนาคารออมสิน (GSB)

ธนาคารออมสิน (GSB) จัดโปรโมชัน สินเชื่อบ้านออมสินเพื่อคนไทย อัตราดอกเบี้ยคงที่ปีแรก 1.95% เฉลี่ย 3 ปี 2.95% พร้อมทางเลือกเงินงวดผ่อนชำระปีที่ 1 ล้านละ 2,500 บาทต่อเดือน ปีที่ 2 ล้านละ 3,500 บาทต่อเดือน และปีที่ 3 ล้านละ 4,500 บาทต่อเดือน หลังจากนั้น 8,200 บาทต่อเดือน สำหรับกรณีผู้กู้ประสงค์ทำประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ โดยวงเงินกู้เป็นไปตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด โดยมีระยะเวลาโปรโมชันตั้งแต่วันที่ 17 เม.ย. – 30 ธ.ค. 2567 หรือจนกว่าครบวงเงินโครงการ 10,000 ล้านบาท อนุมัติและจัดทำนิติกรรมสัญญาภายในวันที่ 30 ม.ค. 2568
สำหรับ สินเชื่อเคหะทั่วไป สินเชื่อเคหะสำหรับกลุ่มวิชาชีพเฉพาะ และสินเชื่อ GSB Green Home Loan
บ้านประหยัดพลังงาน
มีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกอยู่ที่ 4.795% กรณีผู้กู้ประสงค์ทำประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ และมีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก = 5.295% กรณีผู้กู้ไม่ประสงค์ทำประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ โดยอัตราดอกเบี้ยทั้ง 2 รูปแบบให้วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 110%
อ้างอิงตามประกาศธนาคาร MRR = 6.595% (ประกาศ ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2567)

3.ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY)

อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยต่ำสุด 3 ปีแรกของ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) อยู่ที่ 3.30% จาก สินเชื่อกรุงศรีเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยจากโครงการที่ธนาคารสนับสนุน (Platinum Developers) และโครงการทั่วไป บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม 1 ล้านบาทขึ้นไป และอาคารพาณิชย์ / โฮมออฟฟิศ ราคา 3 ล้านบาทขึ้นไป ทั้งมือหนึ่งและมือสอง สำหรับลูกค้าทั่วไป / กลุ่มผู้มีรายได้สูง / กลุ่มอาชีพพิเศษ (แพทย์, สัตวแพทย์, ทันตแพทย์, เภสัชกร, ผู้พิพากษา และนักบินพาณิชย์) เพื่อซื้อที่อยู่อาศัยจากโครงการทั่วไป / กลุ่มลูกค้ากรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ / “คู่เพื่อน” ที่ต้องการใช้ชีวิตร่วมกัน และลูกค้า KRUNGSRI PRIME วงเงินกู้ตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป โดยธนาคารให้วงเงินกู้สูงสุด 100% ของราคาประเมิน (90% ของราคาประเมินสำหรับโครงการกลุ่ม Prime and Potential B) / 90% ของราคาประเมิน (อาคารพาณิชย์ / โฮมออฟฟิศ) และ 90% ของราคาประเมิน (85% ของราคาประเมินสำหรับห้องชุดพักอาศัย) สำหรับลูกค้า KRUNGSRI PRIME
สำหรับ “คู่เพื่อน” ที่ต้องการใช้ชีวิตร่วมกัน จะมีความแตกต่างการจากกู้ร่วมแบบเดิม คือ การขอกู้สินเชื่อบ้านร่วมกันสำหรับคู่เพื่อน ที่ต้องการใช้ชีวิตร่วมกันนั้นแตกต่างการจากกู้ร่วมแบบเดิม คือ ไม่จำเป็นต้องมีความสัมพันธ์ทางเครือญาติกับผู้กู้ แต่จะพิจารณาจากรายได้ ศักยภาพในการชำระคืน และเครดิตของผู้กู้ทั้ง 2 ท่าน รวมถึงการตรวจสอบเพื่อยืนยันความสัมพันธ์ ทั้งนี้ ผู้กู้หลัก และผู้กู้ร่วม จำเป็นต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
  • บุคคลธรรมดา
  • สัญชาติไทย
  • อายุ 27 – 65 ปี
  • พนักงานประจำ อายุงานรวมที่ทำงานเดิมและปัจจุบันตั้งแต่ 2 ปี ขึ้นไป (งานปัจจุบันต้องผ่านการทดลองงานแล้ว)
  • ผู้ประกอบธุรกิจส่วนตัว ประกอบธุรกิจมาแล้ว ตั้งแต่ 2 ปี ขึ้นไป
  • ผู้กู้หลักต้องมีรายได้ 30,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป และเมื่อรวมรายได้ของผู้กู้ร่วมแล้วต้องไม่น้อยกว่า 50,000 บาทต่อเดือน
  • ผู้กู้ต้องมีเอกสารหรือหลักฐานแสดงความสัมพันธ์หรือการอยู่ร่วมกันอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 1 ปี ตามที่ธนาคารกำหนด เช่น ทะเบียนบ้านที่อยู่ด้วยกัน, บัญชีเงินฝากที่เปิดร่วมกัน เป็นต้น ทั้งนี้สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้จากพนักงานขาย
ทั้งนี้เอง ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ได้ออกมาตรการช่วยเหลือ ลดดอกเบี้ยเงินกู้ 0.25% ให้ลูกค้ากลุ่มเปราะบาง ทั้งลูกค้าบุคคล และผู้ประกอบการ SME เป็นเวลา 6 เดือน มีผลตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2567 – 15 พฤศจิกายน 2567
ลูกค้ากลุ่มเปราะบางที่ได้รับความช่วยมีหลักเกณฑ์ดังนี้
  1. ลูกค้าสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นลูกค้าปัจจุบันที่มีวงเงินอนุมัติรวมไม่เกิน 2 ล้านบาท (ตามข้อมูลธนาคาร ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567) และมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อเดือน (ตามการประเมินของธนาคาร ณ วันที่ธนาคารพิจารณาอนุมัติสินเชื่อดังกล่าวครั้งล่าสุด)
  2. ลูกค้าผู้ประกอบการ SME ซึ่งเป็นลูกค้าปัจจุบันครอบคลุมทั้งที่เป็นลูกค้าบุคคลและนิติบุคคล ที่มีวงเงินสินเชื่อธุรกิจรวมไม่เกิน 2 ล้านบาท (ตามข้อมูลธนาคาร ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567) และมียอดขายไม่เกิน 200,000 บาทต่อเดือน (ตามการประเมินของธนาคาร ณ วันที่ธนาคารพิจารณาอนุมัติสินเชื่อดังกล่าวครั้งล่าสุด)
อ้างอิงตามประกาศธนาคาร MRR = 7.400% (ประกาศ ณ วันที่ 6 ตุลาคม 2566)

4.ธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB)

อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีต่ำที่สุดอยู่ที่ 3.30% โดยมีเงื่อนไข คือ โครงการที่กู้ซื้อนั้นต้องเป็นบ้านใหม่จาก บริษัทพัฒนาอสังหาฯ กลุ่มพิเศษที่ธนาคารกำหนด (บริษัทฯ พันธมิตร) และต้องสมัครพร้อมผลิตภัณฑ์เสริมทั้ง 3 ประเภท โดยจะได้รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ นาน 3 ปี / ฟรีค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย มูลค่าประมาณ 1,000 บาทต่อปี ต่อราคาบ้าน 1 ล้านบาท / ฟรีค่าจดทะเบียนจำนอง มูลค่า 1% ของเงินกู้ สูงสุด 200,000 บาท และฟรีค่าธรรมเนียมธนาคารของสินเชื่อบ้าน ได้แก้ค่าประเมินราคาหลักทรัพย์, ค่าดำเนินการสินเชื่อ, ค่าทำนิติกรรมจำนอง
รีวิวโครงการจากบริษัทพัฒนาอสังหาฯ ชื่อดังบางส่วนตามที่ธนาคารกำหนด
ทั้งนี้เอง ธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB) ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลง 0.25% ต่อปี สำหรับผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย MRR, MLR และ MOR โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค. 2567 – 15 พ.ย. 2567 เป็นระยะเวลา 6 เดือน
ลูกค้ากลุ่มเปราะบางที่ได้รับความช่วยมีหลักเกณฑ์ดังนี้
  1. ลูกค้าสินเชื่อบ้าน ที่มีรายได้รวมเฉลี่ยต่อเดือน ไม่เกิน 30,000 บาท และมีวงเงินอนุมัติไม่เกิน 2 ล้านบาท
  2. ลูกค้าสินเชื่อเอสเอ็มอี ที่มีรายได้ในปี พ.ศ. 2565 ไม่เกิน 30 ล้านบาท และมีวงเงินอนุมัติไม่เกิน 5 ล้านบาท โดยมาตรการช่วยเหลือดังกล่าว จะไม่ครอบคลุมลูกค้าสินเชื่อบ้านและสินเชื่อเอสเอ็มอีที่ได้เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือเฉพาะรายกับธนาคารมาก่อนหน้า
อ้างอิงตามประกาศธนาคาร MRR = 7.830% (ประกาศ ณ วันที่ 3 ตุลาคม 2566)

5.ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB)

ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) มีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี ต่ำที่สุดอยู่ที่ 3.37% เป็นอัตราดอกเบี้ยสำหรับกลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพเฉพาะ ได้แก่ แพทย์, ทันตแพทย์, สัตวแพทย์, เภสัชกร, อาจารย์มหาวิทยาลัยระดับผู้ช่วยศาสตราจารย์หรือเทียบเท่าขึ้นไป, ผู้พิพากษา และอัยการ โดยให้อัตราดอกเบี้ยเป็น แบบลอยตัวทั้ง 3 ปี คือ MRR-3.93% และให้วงเงินกู้สูงสุด 100% จากราคาประเมินหลักประกัน
สำหรับ ลูกค้าทั่วไป อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อกู้ซื้อบ้านใหม่ของ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) จะแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบด้วยกัน คือ แบบที่ 1 (ทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อมากกว่า 70% ของวงเงินกู้) มีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกอยู่ที่ 7.255% และแบบที่ 2 (ไม่ทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ) มีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกอยู่ที่ 7.30%
นอกจากนั้น ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ยังมี บ้านมือสองทรัพย์ธนาคาร (NPA) โดยให้อัตราดอกเบี้ยเป็นไปตามประกาศของธนาคาร และการพิจารณาอนุมัติวงเงินสินเชื่อเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปค้นหาทรัพย์ยอดนิยมของธนาคารได้ที่นี่
รวมไปถึง ธนาคารไทยพาณิชย์ เองก็มีประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% สำหรับเงินกู้ (Loan) ที่อ้างอิงอัตราดอกเบี้ยลอยตัว MRR และ MLR เพื่อช่วยเหลือลูกค้ากลุ่มเปราะบาง ทั้งลูกค้าบุคคล และผู้ประกอบการ SME รายย่อย เป็นระยะเวลา 6 เดือน โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม – 15 พฤศจิกายน 2567
ลูกค้ากลุ่มเปราะบางที่ได้รับความช่วยมีหลักเกณฑ์ดังนี้
  1. ลูกค้าบุคคล สินเชื่อบ้าน และ My Home My Cash ที่มีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 2 ล้านบาท
  2. ลูกค้าผู้ประกอบการ SME รายย่อย สินเชื่อธุรกิจ ประเภทเงินกู้ระยะยาว (Term Loan) ที่มีวงเงินสินเชื่อรวมไม่เกิน 2 ล้านบาท (โดยพิจารณาจากยอดค้างชำระเงินกู้ระยะยาว และวงเงินสินเชื่อหมุนเวียน)
อ้างอิงตามประกาศธนาคาร MRR = 7.300% (ประกาศ ณ วันที่ 2 ตุลาคม 2566​)

6.ธนาคารกสิกรไทย (Kbank)

สำหรับ ธนาคารกสิกรไทย มีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยต่ำสุด 3 ปีแรกอยู่ที่ 3.45% เป็นอัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับกลุ่มลูกค้าผู้มีรายได้ประจำตั้งแต่ 100,000 บาทต่อเดือน / กลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการที่มีสินเชื่อ SME กับธนาคารกสิกรไทย รายได้ตั้งแต่ 200,000 บาทต่อเดือน / กลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการทั่วไป รายได้ตั้งแต่ 300,000 บาทต่อเดือน และ กลุ่มลูกค้าประกอบวิชาชีพพิเศษ* ไม่จำกัดระดับรายได้ กำหนดให้กู้ได้ไม่เกิน 100% ของราคาซื้อขาย และไม่เกิน 100% ของราคาประเมินหลักประกัน กรณีทำประกันตามเงื่อนไข
รวมไปถึง สินเชื่อบ้านสีเขียว รักษ์โลก ซื้อบ้านใหม่ บ้านรักษ์โลก บ้านประหยัดพลังงาน จากบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ โดยกำหนดให้กู้ได้ไม่เกิน 110% ของราคาซื้อขาย และไม่เกิน 110% ของราคาประเมินหลักประกัน กรณีทำประกันตามเงื่อนไข ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีเท่ากัน แตกต่างกันที่การกำหนดวงเงินสูงสุด แบ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่ปีที่ 1 = 1.99% ปีที่ 2 และ 3 = MRR-3.12%
ส่วน อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้าทั่วไป กู้ซื้อบ้านใหม่ บ้านมือสอง กรณีทำประกันตามเงื่อนไข มีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยต่ำสุด 3 ปีแรกอยู่ที่ 6.45% แบ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่ปีที่ 1 = 4.99% ปีที่ 2 และ 3= MRR-0.12% โดยกำหนดให้กู้ได้ไม่เกิน 90% ของราคาซื้อขาย และไม่เกิน 90% ของราคาประเมินหลักประกัน ขึ้นอยู่กับหลักประกันตามที่ธนาคารกำหนด
นอกจากนั้น ธนาคารกสิกรไทย ยังมีอัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับกู้ซื้อทรัพย์สินรอการขายของธนาคารกสิกร บ้าน ห้องชุด และอาคารพาณิชย์ โดยมีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยต่ำสุดอยู่ที่ 3.45% กรณีทำประกันตามเงื่อนไข และ 3.53% กรณีไม่ทำประกัน
รวมไปถึง มาตรการช่วยเหลือลูกค้ากลุ่มเปราะบาง ในช่วงเศรษฐกิจยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ลดดอกเบี้ย 0.25% สำหรับเงินกู้ (Loan) ที่อ้างอิงอัตราดอกเบี้ยลอยตัว เป็นระยะเวลา 6 เดือน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2567 – 15 พฤศจิกายน 2567
ลูกค้ากลุ่มเปราะบางที่ได้รับความช่วยมีหลักเกณฑ์ดังนี้
  1. ลูกค้าบุคคลที่ใช้ผลิตภัณฑ์ “สินเชื่อบ้าน” หรือ “สินเชื่อบ้านช่วยได้” ที่มีวงเงินอนุมัติรวมกับธนาคารกสิกรไทย ไม่เกิน 2,000,000 บาท ตามข้อมูลธนาคาร ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567 และมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อเดือน ตามการประเมินของธนาคาร ณ วันที่ธนาคารพิจารณาอนุมัติสินเชื่อดังกล่าวครั้งล่าสุด
  2. ลูกค้า SME ที่มียอดค้างชำระเงินกู้กับธนาคารกสิกรไทย และวงเงินสินเชื่อหมุนเวียนกับธนาคารกสิกรไทย รวมกันแล้วไม่เกิน 2,000,000 บาท ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567 และมียอดขายไม่เกิน 200,000 บาทต่อเดือน ตามการประเมินของธนาคาร ณ วันที่ธนาคารพิจารณาอนุมัติสินเชื่อดังกล่าวครั้งล่าสุด
อ้างอิงตามประกาศธนาคาร MRR = 7.300% (ณ วันที่ 4 ตุลาคม 2566​)

7.ธนาคารกรุงไทย (KTB)

ธนาคารกรุงไทย (KTB) มีผลิตภัณฑ์ สินเชื่อบ้านแทนคุณ มีเอกสารดูแลพ่อแม่ เช่น ทะเบียนบ้านร่วมกัน การหักลดหย่อนภาษี กรรมธรรม์ประกัน เป็นต้น สำหรับซื้อที่อยู่อาศัยใหม่ ซื้อที่อยู่อาศัยมือสอง ซื้อที่ดินพร้อมปลูกสร้างบ้านในคราวเดียวกัน ปลูกสร้างบ้าน และสำหรับรีไฟแนนซ์ จากสถาบันการเงินอื่น มีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกต่ำสุดอยู่ที่ 3.57% โดยจะมีอัตราดอกเบี้ย เดือนที่ 1-4 = 1.44% เดือนที่ 5-12 = 2.44% และปีที่ 2-3 = 4.30% โดยทางธนาคารให้วงเงินกู้สูงสุด 100% และระยะเวลากู้สูงสุด 40 ปี
ทั้งนี้เอง ธนาคารกรุงไทย (KTB) ยังมีอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจอย่าง สินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับบุคลากรภาครัฐ โดยมีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยต่ำสุดอยู่ที่ 3.20% ในกรณีของการทำประกันคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ มีอัตราดอกเบี้ยปี 1 = 3.00% และ ปี 2- 3 = 3.30% โดยสามารถเลือกผ่อนต่ำ ล้านละ 4,000 บาทต่อเดือน ในปีที่ 1-3 ได้
ธนาคารกรุงไทย (KTB) ยังมีทรัพย์มือสองราคาพิเศษพร้อมขายเป็นทางเลือกสำหรับการค้นหาบ้าน หากสนใจสามารถเข้าไปค้นหาทรัพย์มือสองของธนาคาร (NPA) ได้ที่นี่
นอกจากนั้น ธนาคารกรุงไทย (KTB) ก็ออกมาตรการเพิ่มเติม ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับลูกค้ากลุ่มเปราะบางได้มีโอกาสปรับตัวและฟื้นตัว โดยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ที่มีการเรียกเก็บดอกเบี้ยอ้างอิงกับอัตราดอกเบี้ยลอยตัว MRR MLR และ MOR ลง 0.25% ต่อปี เป็นระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค. 2567 – 15 พ.ย. 2567
ลูกค้ากลุ่มเปราะบางที่ได้รับความช่วยมีหลักเกณฑ์ดังนี้
  1. ลูกค้าสินเชื่อบ้านและสินเชื่อบุคคลที่ยังอยู่ในมาตรการให้ความช่วยเหลือของธนาคาร
  2. ลูกค้าสินเชื่อบ้านที่มีวงเงิน ≤ 2 ล้านบาท
  3. ลูกค้ากลุ่มสินเชื่อ SME รายย่อยทั้งลูกค้าบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่ดำเนินธุรกิจ โดยรายได้กิจการต่อเดือน ≤ 2 ล้านบาท และมีวงเงินสินเชื่อ ≤ 10 ล้านบาท
ข้อยกเว้น : ยกเว้นบัญชีสินเชื่ออปท. แบบพิเศษที่ไม่ได้อยู่ในมาตรการให้ความช่วยเหลือของธนาคาร และ ยกเว้นบัญชีที่ศาลมีคำพิพากษาแล้ว
อ้างอิงตามอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อเงินให้ MRR = 7.570% (ประกาศ ณ วันที่ 5 ตุลาคม 2566)

8.ธนาคารกรุงเทพ (BBL)

ธนาคารกรุงเทพ (BBL) เป็นสถาบันทางการเงินที่มีผลิตภัณฑ์สินเชื่อกู้บ้าน คอนโด และทางเลือกของอัตราดอกเบี้ยที่หลากหลายมากที่สุด โดยให้วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 100% ของมูลค่าหลักประกัน และมีอัตราดอกเบี้ยคงที่เฉลี่ย 3 ปีต่ำที่สุดอยู่ที่ 3.72% แบ่งออกเป็น ปีที่ 1 = 2.75% ปีที่ 2 และปีที่ 3 = MRR-3.10% โดยให้วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 100% ของมูลค่าหลักประกัน
ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ที่มีดอกเบี้ยต่ำที่สุดที่ 3.72% ของ ธนาคารกรุงเทพ (BBL) มีเงื่อนไขในการขอสินเชื่อบ้าน คือ ผู้กู้สินเชื่อต้องเป็นกลุ่มวิชาชีพเฉพาะ คือ แพทย์ ผู้พิพากษา อัยการ และนักบิน หรือ พนักงานประจำที่มีเงินเดือนมากกว่า 200,000 บาทโดยทุกผลิตภัณฑ์ที่กล่าวมามีเงื่อนไข คือ ต้องทำประกันคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ
นอกจากนั้น ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ยังมีผลิตภัณฑ์สินเชื่อบ้านอื่น ๆ อีกมากมาย โดยจะมีระยะเวลาในการขอสินเชื่อตามที่ธนาคารกำหนด และสามารถดูอัตราดอกเบี้ยเบื้องต้นของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่น่าสนใจได้ที่ ธนาคารกรุงเทพ (BBL)
***อัตราดอกเบี้ยดังกล่าวมีผลในระหว่างวันที่ 11 ม.ค. – 31 มี.ค. 2567 กรุณาอัปเดตกับธนาคารอีกครั้ง***
อ้างอิงตามประกาศธนาคาร MRR = 7.050% (ประกาศ ณ วันที่ 29 เมษายน 2567)
*อัตราสินเชื่อบ้านโดยส่วนใหญ่จะเปลี่ยนแปลงไม่บ่อยมากนัก ประมาณ 1 ไตรมาสหรือครึ่งปีต่อครั้ง ทั้งนี้ การปรับเปลี่ยนของอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านขึ้นอยู่กับปัจจัยที่แตกต่างกันระหว่างธนาคารแต่ละที่ด้วย
กรณีตัวอย่าง : ช้อัตราส่วนการผ่อนชำระเบื้องต้นที่ 1,000,000 : 7,000

หากกู้ซื้อบ้านในราคาประเมิน 2,000,000 บาท สามารคิดเป็นยอดชำระเริ่มต้นต่อเดือนจากวงเงินกู้ได้ที่ประมาณ 14,000 บาทต่อเดือน

***คำนวณเบื้องต้นจากสมมุติ*** โดยใช้อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.89% ตลอดปีที่ 1-3

กู้ซื้อบ้านกับธนาคารแห่งหนึ่งที่มีดอกเบี้ยเฉลี่ยทั้ง 3 ปีอยู่ที่ 2.89% โดยแบ่งชำระเป็นจำนวนเงิน 14,000 บาทต่อเดือน ตลอดระยะเวลา 3 ปี รวมเป็นยอดชำระทั้งหมด 504,000 บาท แบ่งเป็นเงินต้น 347,196.69 บาท และคิดเป็นดอกเบี้ย 156,803.34 บาท

การคำนวณเงินต้นและดอกเบี้ยตามกรณีตัวอย่างด้านบนเป็นการคำนวณเบื้องต้น 3 ปีแรกเท่านั้น หากต้องการคำนวณการผ่อนสินเชื่อบ้านตลอดระยะเวลาการกู้ สามารถดาวน์โหลดตารางคำนวณผ่อนสินเชื่อบ้าน โดยอ้างอิงจากอัตราดอกเบี้ยและการผ่อนชำระจริงต่อเดือนได้ที่นี่

***ทั้งนี้การคำนวณดังกล่าวเป็นการคาดคะเน อัตราจริงขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร***
อัปเดตอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน MRR MLR MOR ล่าสุด

อัปเดตอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน MRR MLR MOR ล่าสุด

นอกจากอัตราดอกเบี้ยจากธนาคารที่เราได้รวบรวมมาให้แล้ว เรายังมีเทคนิคเบื้องต้นในการเลือกสินเชื่อบ้านให้ได้ดอกเบี้ยต่ำและวงเงินกู้สูงมาแนะนำอีกด้วย
1. บ้านโครงการใหม่ หากคุณกำลังจะซื้อบ้านโครงการใหม่ หรือบ้านมือหนึ่ง ซึ่งเป็นการซื้อจากบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โดยตรง ปัจจุบันหลายบริษัทฯ มีการทำความร่วมมือกับธนาคารเพื่อให้อัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษแก่ลูกค้าของบริษัท ดังนั้นจึงไม่ควรมองข้ามสินเชื่อบ้านที่ทางโครงการจัดให้ หรือสามารถสอบถามจากทางธนาคารโดยตรงก็ได้ครับว่าโครงการที่สนใจจะซื้อนั้นเป็นโครงการที่ธนาคารให้การสนับสนุนอยู่หรือไม่
2. การซื้อทรัพย์สินธนาคาร NPA ธนาคารที่เป็นเจ้าของทรัพย์สิน NPA นั้น มักจะมีอัตราดอกเบี้ยพิเศษไว้ให้ลูกค้าที่ซื้อทรัพย์สินธนาคาร สามารถสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่สินเชื่อของธนาคารเจ้าของทรัพย์ได้
3. หน่วยงานที่ทำงาน บางธนาคารนั้นมีอัตราดอกเบี้ยพิเศษเพื่อพนักงานที่ทำงานในหน่วยงานนั้นโดยเฉพาะในลักษณะสวัสดิการต่าง ๆ มีทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จึงควรสอบถามแก่ทางฝ่ายทรัพยากรบุคคลว่ามีสวัสดิการเกี่ยวกับการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยไว้กับธนาคารใดหรือไม่ หรือสอบถามเพิ่มเติมกับธนาคารต่าง ๆ ก็ได้ นอกจากนี้บางธนาคารมีการจัดกลุ่มอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกันในบางธุรกิจ หรือขนาดบริษัท ซึ่งสามารถสอบถามข้อมูลได้จากเจ้าหน้าที่สินเชื่อของแต่ละธนาคาร
4. กลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพพิเศษ เช่น แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร นักบินพาณิชย์ ผู้พิพากษา และอัยการ ธนาคารบางแห่งมีอัตราดอกเบี้ยพิเศษให้กับกลุ่มลูกค้านี้โดยเฉพาะ สามารถสอบถามได้จากเจ้าหน้าที่สินเชื่อของธนาคาร
5. กลุ่มข้าราชการ ลูกจ้างของรัฐ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ส่วนใหญ่จะมีสวัสดิการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยกับธนาคารของภาครัฐ ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารเพื่อการเกษตร ควรสอบถามหน่วยงานต้นสังกัด หรือเจ้าหน้าที่สินเชื่อของธนาคารเหล่านี้ก่อน เพื่อใช้สิทธิประโยชน์ได้อย่างเต็มที่
6. ทำประกัน MRTA การทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อหรือ MRTA พร้อมกับการขอสินเชื่อบ้านนั้น ธนาคารมักจะมีส่วนลดอัตราดอกเบี้ยลงเล็กน้อย แต่จะมีเงื่อนไขว่าต้องทำประกันคุ้มครองเป็นสัดส่วนเท่าใดของวงเงินกู้ หรือระยะเวลานานเท่าใด จึงจะเข้าเงื่อนไขที่จะได้รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ ซึ่งเจ้าหน้าที่สินเชื่อของธนาคารจะสามารถให้รายละเอียดได้
ข้อมูลทั้งหมดนี้เป็นการรวบรวมมาจากเว็บไซต์ของธนาคาร และจากการสอบถามเจ้าหน้าที่ของธนาคารเท่านั้น หากมีข้อสงสัยหรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถเรียกดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ของธนาคารผู้ออกสินเชื่อนั้น หรือสอบถามโดยตรงจากเจ้าหน้าที่สินเชื่อของธนาคารได้ทุกสาขาซึ่งยินดีให้ข้อมูล
แนะนำ 5 ขั้นตอนวิธีกู้เงินซื้อบ้าน คอนโด
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น DDproperty by PropertyGuru ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท ออลพร็อพเพอร์ตี้ มีเดีย จำกัด ไม่สามารถรับรองหรือรับประกันเกี่ยวกับข้อมูล รวมทั้งไม่สามารถรับรองหรือรับประกันใด ๆ เกี่ยวกับความเหมาะสม สำหรับวัตถุประสงค์เฉพาะใด ๆ ของข้อมูล ตามขอบเขตสูงสุดที่กฎหมายอนุญาต แม้ว่าเราได้พยายามอย่างเต็มที่ เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้ถูกต้อง เชื่อถือได้ และครบถ้วน ณ เวลาที่เขียน แต่ข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้ไม่ควรนำไปใช้ในการตัดสินใจทางการเงิน, การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือทางกฎหมายทันที ผู้อ่านไม่ควรใช้ข้อมูลในบทความ แทนคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรมซึ่งสามารถพิจารณาข้อเท็จจริงและสถานการณ์ส่วนตัวของคุณได้ ทั้งนี้ เราไม่สามารถรับผิดชอบใด ๆ หากคุณเลือกที่จะนำข้อมูลไปใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจ

คำนวณยอดผ่อนต่อเดือน

คำนวณยอดผ่อนชำระต่อเดือนตามอัตราดอกเบี้ยของคุณด้วยเครื่องมือคำนวณสินเชื่อนี้

คำนวณวงเงินกู้สูงสุด

คำนวณสินเชื่อบ้าน ยอดวงเงินกู้บ้านใหม่ที่คาดว่าจะได้รับจากแบงก์และยอดผ่อนชำระในแต่ละเดือน

คำนวณสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน

เช็กยอดผ่อนชำระต่อเดือนอัตราใหม่และจำนวนเงินที่คุณสามารถประหยัดได้หลังจากการทำรีไฟแนนซ์

ดอกเบี้ยบ้าน และการกู้ซื้อบ้าน ที่คุณควรรู้

กู้ซื้อบ้านให้ผ่านฉลุยด้วย 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1.เตรียมเอกสารการกู้เงิน 2.หาอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะกับคุณ โดยเปรียบเทียบของแต่ละธนาคาร 3.ยื่นเอกสารกับธนาคารที่ต้องการ และ 4.ตรวจรับโอนบ้านและจดจำนอง

ดอกเบี้ยบ้าน คือ อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัย โดยแบ่งเป็นดอกเบี้ยบ้านแบบคงที่ หรือ Fix Rate ซึ่งประกอบด้วย MRR MLR และ MOR และดอกเบี้ยบ้านแบบลอยตัว หรือ Floating Rate

ดอกเบี้ยบ้าน ธนาคารที่ถูกที่สุด ส่วนใหญ่จะเป็นธนาคารรัฐ เช่น ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารออมสิน อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยต่ำสุด 3 ปีแรก อยู่ที่ประมาณ 1.99%-2.50%