ขอลดดอกเบี้ยบ้าน รีไฟแนนซ์บ้าน (Refinance) ธนาคารไหนดี 2567

กิตติคม พจนี
ขอลดดอกเบี้ยบ้าน รีไฟแนนซ์บ้าน (Refinance) ธนาคารไหนดี 2567
รีไฟแนนซ์บ้าน (Refinance) คือ การทำสัญญาสินเชื่อกู้ซื้อที่อยู่อาศัยกับอีกธนาคารหนึ่ง เมื่อเกิดการสิ้นสุดสัญญาสินเชื่อที่มีอยู่กับธนาคารหนึ่งไปแล้ว โดยผู้ขอสินเชื่อสามารถเลือกธนาคารได้เองตามแต่ว่าธนาคารใดจะให้ข้อเสนอที่น่าจูงใจมากกว่ากัน โดยส่วนใหญ่จะมีการรีไฟแนนซ์ หรือขอลดดอกเบี้ยบ้าน ก็ต่อเมื่อผ่อนบ้านไปแล้ว 3 ปีขึ้นไปหรือตามเงื่อนไขที่ระบุในสัญญากู้บ้าน ดังนั้นการรีไฟแนนซ์จึงได้รับความสนใจเป็นอย่างมากเนื่องจากช่วยลดดอกเบี้ยบ้าน และภาระในการผ่อนได้
รวมประกาศขายโครงการใหม่ในกรุงเทพฯ
นอกจากนั้น ยังมีอีกวิธีการหนึ่งที่ช่วยลดภาระในการแบกรับอัตราดอกเบี้ยได้ คือ รีเทนชั่น (Retention) หรือขอลดดอกเบี้ยบ้านกับธนาคารเดิม โดยการพิจารณานั้นทางธนาคารจะตรวจสอบประวัติการผ่อนชำระของผู้กู้ที่ผ่านมา ข้อดีก็คือผู้กู้สินเชื่อบ้านสามารถดำเนินธุรกรรมกับธนาคารเดิมได้โดยไม่ต้องมีภาระในการจัดเตรียมเอกสารใหม่ เพื่อขอรีไฟแนนซ์กับธนาคารใหม่ ทำให้การรีเทนชั่นใช้ระยะเวลาไม่นานในการพิจารณาอนุมัติการขอลดดอกเบี้ยบ้าน
รีเทนชั่น (Retention) หรือ (Refinance) แบบไหนคุ้มค่ากว่ากัน

รีเทนชั่น (Retention) หรือ (Refinance) แบบไหนคุ้มค่ากว่ากัน

DDproperty ได้รวบรวมข้อมูลอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน ธนาคารไหนดี 2567 อัปเดตประจำเดือน มิถุนายน จากหลากหลายธนาคาร มาเปรียบเทียบให้เห็นกันไปเลยว่า รีไฟแนนซ์บ้านธนาคารไหนดี ธนาคารไหนให้อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านต่ำที่สุด ถูกที่สุด และขอลดดอกเบี้ยบ้าน มีเงื่อนไขอะไรบ้าง เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของผู้กู้สินเชื่อบ้าน คอนโดฯ ที่กำลังจะรีไฟแนนซ์ หรือ รีเทนชั่น พร้อมเครื่องมือคำนวณอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้านที่จะช่วยให้การพิจารณาอัตราดอกเบี้ยใหม่ของคุณง่ายขึ้น

คำนวณสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน

เช็กยอดผ่อนชำระต่อเดือนอัตราใหม่และจำนวนเงินที่คุณสามารถประหยัดได้หลังจากการทำรีไฟแนนซ์

อัปเดตอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้าน ธนาคารไหนดี 2567 ประจำเดือน มิถุนายน ธนาคารส่วนใหญ่ใช้อัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อบ้าน MRR เป็นเกณฑ์ในการลดอัตราสินเชื่อกู้ซื้อบ้าน คอนโดฯ ซึ่งทาง DDproperty ก็ได้นำอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้านเฉลี่ย 3 ปีที่ต่ำที่สุดมาจัดอันดับ โดยมีอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ของธนาคารที่น่าสนใจ สำหรับผู้ที่ต้องการขอลดดอกเบี้ยบ้าน ดังนี้

ตารางอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน ธนาคารไหนดี 2567 ประจำเดือน มิถุนายน

1.ธนาคารอาคารสงเคราะห์
2.98%
วงเงินให้กู้สูงสุดไม่เกิน 2,500,000 บาทต่อรายต่อหลักประกัน (กรณีทำประกันตามเงื่อนไข)

อ้างอิงตามประกาศธนาคาร MRR = 6.545% (ประกาศ ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2567)
2.ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์
3.14%
วงเงินกู้สูงสุด 100% ของราคาประเมิน (สำหรับลูกค้าที่ทำประกัน MRTA/MLTA และไม่ฟรีค่าจดจำนอง)

อ้างอิงตามประกาศธนาคาร MRR = 8.800% (ประกาศ ณ วันที่ 11 ตุลาคม 2566)
3.ธนาคารทหารไทยธนชาต
3.39%
วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 50,000,000 บาท (สำหรับลูกค้าที่รับเงินเดือนผ่านบัญชี TTB และทำประกันตามเงื่อนไข)

อ้างอิงตามประกาศธนาคาร MRR = 7.830% (ประกาศ ณ วันที่ 3 ตุลาคม 2566​)
4.ธนาคารกรุงไทย
3.40%
วงเงินกู้สูงสุด 100% (กรณีที่ทำประกัน)

อ้างอิงตามประกาศธนาคาร MRR = 7.570% (ประกาศ ณ วันที่ 5 ตุลาคม 2566​)
5.ธนาคารไทยพาณิชย์
3.42%
ไม่เกินวงเงินสินเชื่อเคหะเท่ายอดหนี้เดิม

อ้างอิงตามประกาศธนาคาร MRR = 7.300% (ประกาศ ณ วันที่ 2 ตุลาคม 2566)
6.ธนาคารกสิกรไทย
3.45%
ไม่เกิน 100% ของราคาประเมินหลักประกัน (วงเงินกู้ ตั้งแต่ 4 ล้านบาทขึ้นไป กรณีทำประกันตามเงื่อนไข)

อ้างอิงตามประกาศธนาคาร MRR = 7.3000% (ประกาศ ณ วันที่ 4 ตุลาคม 2566)
7.ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
3.50%
วงเงินกู้สูงสุด 95% ของราคาประเมิน (สำหรับหลักประกันประเภท บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม ห้องชุดพักอาศัย ตั้งแต่ 1.5 ล้านบาทขึ้นไป)

อ้างอิงตามประกาศธนาคาร MRR = 7.400% (ประกาศ ณ วันที่ 6 ตุลาคม 2566)
8.ธนาคารกรุงเทพ
3.50%
วงเงินกู้สูงสุดเท่ากับ 100% ของภาระหนี้คงเหลือ (วงเงินอนุมัติตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป กรณีหลักทรัพย์เป็นที่อยู่อาศัยในกลุ่มโครงการที่มีข้อตกลงกับธนาคาร และทำประกันตามเงื่อนไข)



***อัตราดอกเบี้ยดังกล่าวมีผลในระหว่างวันที่ 11 ม.ค. – 31 มี.ค. 2567 กรุณาอัปเดตกับธนาคารอีกครั้ง***



อ้างอิงตามประกาศธนาคาร MRR = 7.050% (ประกาศ ณ วันที่ 29 เมษายน 2567)
*** อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์เฉลี่ย 3 ปี คำนวณแบบค่าเฉลี่ยทางคณิตศาสตร์เท่านั้น***
ที่มาอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน ธนาคารไหนดี 2567 เฉลี่ย 3 ปี สามารถดาวน์โหลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านของแต่ละธนาคาร และชมรายละเอียดเพิ่มเติม เช่น อัตราดอกเบี้ยรายปี วงเงินกู้ และข้อมูลอื่น ๆ ได้ที่ : ดาวน์โหลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านฉบับเต็มได้ที่นี่

8 อันดับธนาคารน่าสนใจ ที่มีอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านเฉลี่ย 3 ปีต่ำที่สุด ประจำเดือน มิถุนายน 2567

1. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (G H Bank)

อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน ขอลดดอกเบี้ยบ้าน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สินเชื่อบ้าน Happy Life ปี 2567 สำหรับลูกค้ารายย่อยทั่วไป มีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกต่ำสุดอยู่ที่ 2.98% แบ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่ปีที่ 1 = 1.95% และอัตราดอกเบี้ยคงที่ปีที่ 2 – 3 = 3.50% โดยให้วงเงินให้กู้สูงสุดไม่เกิน 2,500,000 บาทต่อรายต่อหลักประกัน วงเงินกู้ตามเกณฑ์รายได้ให้เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติงานสินเชื่อ
นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์ สินเชื่อบ้าน GHB Precious ปี 2567 ลูกค้าที่มีรายได้ (Gross) ตั้งแต่ 70,000 บาท ต่อเดือน ขึ้นไป ที่มีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีต่ำสุด = 3.17% แบ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่ปีที่ 1 = 2.30% ปีที่ 2 – 3 = 3.60% และต้องชำระค่าเบี้ยประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ (MRTA) กับธนาคาร โดยให้วงเงินให้กู้สูงสุดต่อรายต่อหลักประกันไม่เกิน 5,000,000 บาท
อ้างอิงตามประกาศธนาคาร MRR = 6.545% (ประกาศ ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2567)

2. ธนาคาร แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) (LH Bank)

ธนาคาร แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ มีอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้านเฉลี่ยต่ำสุด 3 ปีแรกอยู่ที่ 3.14% แบ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่ปีแรก = 2.74% ปีที่ 2 = MRR-5.46% และปีที่ 3 = MRR-3.01% สำหรับลูกค้าที่ทำประกัน MRTA/MLTA และไม่ฟรีค่าจดจำนอง ส่วนลูกค้าที่ต้องการให้ธนาคารออกค่าจดจำนองให้มีอัตราดอกเบี้ย 3 ปีอยู่ที่ 3.29% สำหรับกรณีทำประกัน MRTA/MLTA
นอกจากนั้น การขอลดดอกเบี้ยบ้านกับ ธนาคาร แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด ยังมีสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์สำหรับลูกค้าที่ไม่ต้องการทำประกัน MRTA/MLTA ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีอยู่ที่ 3.62% โดยผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 รูปแบบที่กล่าวมาให้วงเงินกู้ 100% ของภาระหนี้คงเหลือจากสถาบันการเงินเดิม แต่ไม่เกินราคาประเมินหลักประกัน
อ้างอิงตามประกาศธนาคาร MRR = 8.800% (ประกาศณ วันที่ 11 ตุลาคม 2566)

3. ธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB)

สินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ ขอลดดอกเบี้ยบ้าน ธนาคารทหารไทยชาต แบ่งออกเป็นผลิตภัณฑ์ 2 กลุ่มหลัก ๆ ด้วยกัน คือ สินเชื่อสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ ทีทีบี (ลูกค้าที่รับเงินเดือนผ่านบัญชี TTB Payroll) ที่มีอัตราสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านเฉลี่ย 3 ปีแรกต่ำสุดอยู่ที่ 3.39% แบ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.39% ตลอด 3 ปี โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวผู้กู้สินเชื่อต้องสมัครพร้อมผลิตภัณฑ์เสริม 3 ประเภท
ส่วน สินเชื่อสินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ ทีทีบี (สำหรับลูกค้าทั่วไป ที่ไม่ได้รับบัญชีเงินเดือนผ่าน ทีทีบี) จะมีอัตราสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านเฉลี่ย 3 ปีแรกต่ำสุดอยู่ที่ 3.49% ในกรณีของการสมัครพร้อมผลิตภัณฑ์เสริม 3 ประเภท แบ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.49% ตลอด 3 ปี โดยผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่กล่าวมาให้วงเงินขั้นต่ำ 500,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 50,000,000 บาท
ทั้งนี้เอง ธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB) ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลง 0.25% ต่อปี สำหรับผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย MRR, MLR และ MOR โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค. 2567 – 15 พ.ย. 2567 เป็นระยะเวลา 6 เดือน
ลูกค้ากลุ่มเปราะบางที่ได้รับความช่วยมีหลักเกณฑ์ดังนี้
  1. ลูกค้าสินเชื่อบ้าน ที่มีรายได้รวมเฉลี่ยต่อเดือน ไม่เกิน 30,000 บาท และมีวงเงินอนุมัติไม่เกิน 2 ล้านบาท
  2. ลูกค้าสินเชื่อเอสเอ็มอี ที่มีรายได้ในปี พ.ศ. 2565 ไม่เกิน 30 ล้านบาท และมีวงเงินอนุมัติไม่เกิน 5 ล้านบาท โดยมาตรการช่วยเหลือดังกล่าว จะไม่ครอบคลุมลูกค้าสินเชื่อบ้านและสินเชื่อเอสเอ็มอีที่ได้เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือเฉพาะรายกับธนาคารมาก่อนหน้า
อ้างอิงตามประกาศธนาคาร MRR = 7.830% (ประกาศ ณ วันที่ 3 ตุลาคม 2566)

4. ธนาคารกรุงไทย (KTB)

สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน ขอลดดอกเบี้ยบ้าน ธนาคารกรุงไทย มีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยต่ำสุด 3 ปีอยู่ที่ 3.40% สำหรับ กรณีขอสินเชื่อรีไฟแนนซ์ แบบทำประกัน แบ่งเป็น อัตราดอกเบี้ยคงที่ปีที่ 1 = 1.99% และอัตราดอกเบี้ยคงที่ปีที่ 2-3 = 4.10% สามารถเลือกผ่อนต่ำล้านละ 3,500 บาท ช่วงปีที่ 1 ได้
นอกจากนั้น ธนาคารกรุงไทย (KTB) ยังมีผลิตภัณฑ์สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน แบบไม่ทำประกัน ที่มีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีต่ำที่สุด 3.50% แบ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่ปีที่ 1 = 2.29% และอัตราดอกเบี้ยคงที่ปีที่ 2-3 = 4.10% สามารถเลือกผ่อนต่ำล้านละ 3,500 บาท ช่วงปีที่ 1 ได้เช่นกัน โดยผลิตภัณฑ์สินเชื่อรีไฟแนนซ์ทั้งหมดที่กล่าวมาให้วงเงินกู้สูงสุดอยู่ที่ 100% และมีระยะเวลาผ่อนนานสูงสุด 40 ปี
นอกจากนั้น ธนาคารกรุงไทย (KTB) ก็ออกมาตรการเพิ่มเติม ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับลูกค้ากลุ่มเปราะบางได้มีโอกาสปรับตัวและฟื้นตัว โดยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ที่มีการเรียกเก็บดอกเบี้ยอ้างอิงกับอัตราดอกเบี้ยลอยตัว MRR MLR และ MOR ลง 0.25% ต่อปี เป็นระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค. 2567 – 15 พ.ย. 2567
ลูกค้ากลุ่มเปราะบางที่ได้รับความช่วยมีหลักเกณฑ์ดังนี้
  1. ลูกค้าสินเชื่อบ้านและสินเชื่อบุคคลที่ยังอยู่ในมาตรการให้ความช่วยเหลือของธนาคาร
  2. ลูกค้าสินเชื่อบ้านที่มีวงเงิน ≤ 2 ล้านบาท
  3. ลูกค้ากลุ่มสินเชื่อ SME รายย่อยทั้งลูกค้าบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่ดำเนินธุรกิจ โดยรายได้กิจการต่อเดือน ≤ 2 ล้านบาท และมีวงเงินสินเชื่อ ≤ 10 ล้านบาท
ข้อยกเว้น : ยกเว้นบัญชีสินเชื่ออปท. แบบพิเศษที่ไม่ได้อยู่ในมาตรการให้ความช่วยเหลือของธนาคาร และ ยกเว้นบัญชีที่ศาลมีคำพิพากษาแล้ว
อ้างอิงตามอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อเงินให้ MRR = 7.570% (ประกาศ ณ วันที่ 5 ตุลาคม 2566)

5. ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB)

ธนาคารไทยพาณิชย์ มีอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้านด้วยกัน 2 รูปแบบ คือ แบบทำประกัน ที่มีอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อรีไฟแนนซ์เฉลี่ยต่ำสุด 3 ปีแรกอยู่ที่ 3.42% แบ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่ปี่ที่ 1 = 2.09% ปีที่ 2 = MRR-3.15% ปีที่ 3 = MRR-2.91% โดยเงื่อนไขในการทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อจะต้องมากกว่า 70% และในกรณีที่รีไฟแนนซ์จากสถาบันการเงินอื่น
ส่วนอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อรีไฟแนนซ์ แบบไม่ทำประกัน มีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกอยู่ที่ 3.89% แบ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่ปี่ที่ 1-2= 3.19% และปีที่ 3 = 5.29% โดยผลิตภันฑ์สินเชื่อรีไฟแนนซ์ทั้งหมดของ ธนาคารไทยพาณิชย์ ให้วงเงินกู้สูงสุด 100% ของราคาประเมินหลักประกัน หรือ วงเงินกู้สูงสุดต้องไม่เกินวงเงินสินเชื่อเคหะเท่ายอดหนี้เดิมของวงเงินกู้
ทั้งนี้ สำหรับลูกค้าทั่วไป ลูกค้าโครงการ / ลูกค้าองค์กร จะได้รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ ขึ้นอยู่กับประเภทโครงการ หรือ ประเภทองค์กร และเป็นไปตามเงื่อนไขของธนาคาร โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่ SCB.CO.TH
นอกจากนั้น ธนาคารไทยพาณิชย์ เองก็มีประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% สำหรับเงินกู้ (Loan) ที่อ้างอิงอัตราดอกเบี้ยลอยตัว MRR และ MLR เพื่อช่วยเหลือลูกค้ากลุ่มเปราะบาง ทั้งลูกค้าบุคคล และผู้ประกอบการ SME รายย่อย เป็นระยะเวลา 6 เดือน โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม – 15 พฤศจิกายน 2567
ลูกค้ากลุ่มเปราะบางที่ได้รับความช่วยมีหลักเกณฑ์ดังนี้
  1. ลูกค้าบุคคล สินเชื่อบ้าน และ My Home My Cash ที่มีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 2 ล้านบาท
  2. ลูกค้าผู้ประกอบการ SME รายย่อย สินเชื่อธุรกิจ ประเภทเงินกู้ระยะยาว (Term Loan) ที่มีวงเงินสินเชื่อรวมไม่เกิน 2 ล้านบาท (โดยพิจารณาจากยอดค้างชำระเงินกู้ระยะยาว และวงเงินสินเชื่อหมุนเวียน)
อ้างอิงตามประกาศธนาคาร MRR = 7.300% (ประกาศ ณ วันที่ 2 ตุลาคม 2566​)

6. ธนาคารกสิกรไทย (Kbank)

ขอลดดอกเบี้ยบ้าน ธนาคารกสิกรไทย มีอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านเฉลี่ย 3 ปี ต่ำสุด อยู่ที่ 3.45% แบ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่ปีแรก = 1.99% ปีที่ 2 และ 3 = MRR-3.12% สำหรับลูกค้าที่ทำประกันเพื่อคุ้มครองสินเชื่อบ้านตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด (กรณีลูกค้าที่ทำประกันเพื่อคุ้มครองสินเชื่อบ้านนอกเหนือเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด จะได้รับส่วนลดอัตราดอกเบี้ย 0.12% ในปีแรก)
นอกจากนั้น ธนาคารกสิกรไทย ยังมีผลิตภัณฑ์สำหรับลูกค้าที่ไม่ประสงค์ทำประกันเพื่อคุ้มครองสินเชื่อ มีอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านเฉลี่ย 3 ปี ต่ำสุด อยู่ที่ 3.53% แบ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่ปีแรก = 2.24% ปีที่ 2 และ 3 = MRR-3.12% โดยผลิตภัณฑ์สินเชื่อรีไฟแนนซ์จาก ธนาคารกสิกรไทย ให้วงเงินกู้ไม่เกิน 100% ของราคาประเมินหลักประกัน และมีระยะเวลาให้กู้ สูงสุดไม่เกิน 30 ปี (อายุผู้กู้ไม่เกิน 70 ปี)
รวมไปถึง มาตรการช่วยเหลือลูกค้ากลุ่มเปราะบาง ในช่วงเศรษฐกิจยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ลดดอกเบี้ย 0.25% สำหรับเงินกู้ (Loan) ที่อ้างอิงอัตราดอกเบี้ยลอยตัว เป็นระยะเวลา 6 เดือน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2567 – 15 พฤศจิกายน 2567
ลูกค้ากลุ่มเปราะบางที่ได้รับความช่วยมีหลักเกณฑ์ดังนี้
  1. ลูกค้าบุคคลที่ใช้ผลิตภัณฑ์ “สินเชื่อบ้าน” หรือ “สินเชื่อบ้านช่วยได้” ที่มีวงเงินอนุมัติรวมกับธนาคารกสิกรไทย ไม่เกิน 2,000,000 บาท ตามข้อมูลธนาคาร ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567 และมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อเดือน ตามการประเมินของธนาคาร ณ วันที่ธนาคารพิจารณาอนุมัติสินเชื่อดังกล่าวครั้งล่าสุด
  2. ลูกค้า SME ที่มียอดค้างชำระเงินกู้กับธนาคารกสิกรไทย และวงเงินสินเชื่อหมุนเวียนกับธนาคารกสิกรไทย รวมกันแล้วไม่เกิน 2,000,000 บาท ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567 และมียอดขายไม่เกิน 200,000 บาทต่อเดือน ตามการประเมินของธนาคาร ณ วันที่ธนาคารพิจารณาอนุมัติสินเชื่อดังกล่าวครั้งล่าสุด
อ้างอิงตามประกาศธนาคาร MRR = 7.300% (ประกาศ ณ วันที่ 4 ตุลาคม 2566​)

7. ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY)

สำหรับการขอลดดอกเบี้ยบ้าน ธนาคารกรุงศรีอยุธยา มีอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านเฉลี่ยต่ำสุด 3 ปีอยู่ที่ 3.50% แบ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่ตลอด 3 ปี คือ ปีที่ 1 = 2.50% ปีที่ 2 = 3.50% และปีที่ 3 = MRR-2.90% โดยมีเงื่อนไขสำหรับหลักประกันประเภท บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม ห้องชุดพักอาศัย ราคาตั้งแต่ 1.5 ล้านบาทขึ้นไป และสามารถผ่อนชำระได้นานสูงสุดถึง 30 ปี (ระยะเวลาผ่อนชำระรวมกับอายุผู้กู้แล้วต้องไม่เกิน 65 ปี) โดยให้วงเงินกู้สูงสุดที่ 95% ของราคาประเมิน
นอกจากนั้น ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ยังมีอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อรีไฟแนนซ์สำหรับหลักประกันประเภท อาคารพาณิชย์วงเงินกู้ตั้งแต่ 1 ล้านบาทแต่ไม่ถึง 5 ล้านบาท ที่มีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยต่ำสุดอยู่ที่ 5.27% และ อาคารพาณิชย์วงเงินกู้ตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ที่มีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยต่ำสุดอยู่ที่ 5.03% โดยให้วงเงินกู้สูงสุด 90% ของราคาประเมิน
ทั้งนี้เอง ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ได้ออกมาตรการช่วยเหลือ ลดดอกเบี้ยเงินกู้ 0.25% ให้ลูกค้ากลุ่มเปราะบาง ทั้งลูกค้าบุคคล และผู้ประกอบการ SME เป็นเวลา 6 เดือน มีผลตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2567 – 15 พฤศจิกายน 2567
ลูกค้ากลุ่มเปราะบางที่ได้รับความช่วยมีหลักเกณฑ์ดังนี้
  1. ลูกค้าสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นลูกค้าปัจจุบันที่มีวงเงินอนุมัติรวมไม่เกิน 2 ล้านบาท (ตามข้อมูลธนาคาร ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567) และมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อเดือน (ตามการประเมินของธนาคาร ณ วันที่ธนาคารพิจารณาอนุมัติสินเชื่อดังกล่าวครั้งล่าสุด)
  2. ลูกค้าผู้ประกอบการ SME ซึ่งเป็นลูกค้าปัจจุบันครอบคลุมทั้งที่เป็นลูกค้าบุคคลและนิติบุคคล ที่มีวงเงินสินเชื่อธุรกิจรวมไม่เกิน 2 ล้านบาท (ตามข้อมูลธนาคาร ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567) และมียอดขายไม่เกิน 200,000 บาทต่อเดือน (ตามการประเมินของธนาคาร ณ วันที่ธนาคารพิจารณาอนุมัติสินเชื่อดังกล่าวครั้งล่าสุด)
อ้างอิงตามประกาศธนาคาร MRR = 7.400% (ประกาศ ณ วันที่ 6 ตุลาคม 2566)

8. ธนาคารกรุงเทพ (BBL)

สำหรับอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้าน ขอลดดอกเบี้ยบ้าน ธนาคารกรุงเทพ เฉลี่ยต่ำสุด 3 ปีแรกแบ่งเป็น 2 รูปแบบด้วยกัน คือ แบบอัตราดอกเบี้ยคงที่ 2 ปี ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 3.50% แบ่งเป็น ปีที่ 1-2 = 3.00% และปีที่ 3 = MRR-2.80% และ แบบอัตราดอกเบี้ยคงที่ 3 ปี ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 3.50% เช่นกัน โดยผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 รูปแบบ กำหนดเฉพาะวงเงินอนุมัติตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป (กรณีหลักทรัพย์เป็นที่อยู่อาศัยในกลุ่มโครงการที่มีข้อตกลงกับธนาคาร) และ ทำประกันคุ้มครองวงเงินสินเชื่อตามเงื่อนไขของธนาคาร โดยให้ วงเงินกู้สูงสุดเท่ากับ 100% ของภาระหนี้คงเหลือ
ส่วนกรณี หลักทรัพย์เป็นที่อยู่อาศัยทั่วไป ที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มโครงการที่มีข้อตกลงกับธนาคาร มีอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์เฉลี่ยต่ำสุด 3 ปีแรกอยู่ที่ 3.72% กรณีทำประกันตามเงื่อนไข และ 3.88% กรณีไม่ทำประกันตามเงื่อนไข โดยให้ วงเงินกู้สูงสุดเท่ากับ 100% ของภาระหนี้คงเหลือ อนุมัติวงเงินตั้งแต่ 3 ล้านบาทขึ้นไป
***อัตราดอกเบี้ยดังกล่าวมีผลในระหว่างวันที่ 11 ม.ค. – 31 มี.ค. 2567 กรุณาอัปเดตกับธนาคารอีกครั้ง***
อ้างอิงตามประกาศธนาคาร MRR = 7.050% (ประกาศ ณ วันที่ 29 เมษายน 2567)
*อัตราสินเชื่อบ้านโดยส่วนใหญ่จะเปลี่ยนแปลงไม่บ่อยมากนัก ประมาณ 1 ไตรมาส หรือ ครึ่งปีต่อครั้ง ทั้งนี้ การปรับเปลี่ยนของอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านขึ้นอยู่กับปัจจัยที่แตกต่างกันระหว่างธนาคารแต่ละที่ด้วย

8 ขั้นตอนในการรีไฟแนนซ์บ้าน (Refinance) ขอลดดอกเบี้ยบ้าน

  1. ติดต่อกับธนาคารเดิมเพื่อขอรายการสรุปยอดหนี้สินเชื่อบ้าน โดยค่าใช้จ่ายในขั้นนี้ขึ้นอยู่กับธนาคารนั้น ๆ บางธนาคารอาจไม่มีค่าใช้จ่าย
  2. หลังจากได้รายการยอดหนี้ที่ต้องการแล้วก็นำเอกสารดังกล่าวไปยื่นขอรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารใหม่ (ในกรณีที่คุณพิจารณาแล้วว่าการรีเทนชั่นอาจจะคุ้มกว่าก็สามารถยื่นกับธนาคารเดิมได้)
  3. ไม่ต่างกับการกู้ซื้อบ้านที่เคยทำในช่วงแรก เจ้าหน้าที่จะต้องมาประเมินบ้านหรือทรัพย์สินที่เราต้องการรีไฟแนนซ์
  4. รอฟังผลการอนุมัติจากธนาคาร
  5. หากได้รับการอนุมัติสินเชื่อแล้ว เดินหน้าติดต่อกับธนาคารเก่านัดวันไถ่ถอนที่สำนักงานที่ดิน นำเอกสารไปไถ่ถอนบ้านจากสินเชื่อเดิม คิดยอดที่ต้องจ่ายเป็นเงินต้นบวกดอกเบี้ย (นับจนถึงวันไถ่ถอน)
  6. ติดต่อกับธนาคารใหม่ที่ต้องการรีไฟแนนซ์บ้าน เพื่อทำสัญญาสินเชื่อใหม่ โดยนัดวันทำสัญญาและโอนบ้านที่ใช้จำนอง อย่าลืมนัดทั้ง 2 ธนาคารมาภายในวันเดียวกัน เพื่อชำระหนี้
  7. ไปที่สำนักงานที่ดิน ณ เขตที่ตั้งของทรัพย์สิน เพื่อทำเรื่องโอนกรรมสิทธิ์ โดยมีเจ้าหน้าที่จากทั้งสองธนาคารไปด้วย
  8. ขั้นตอนสุดท้าย มอบโฉนดที่ได้มาจากสำนักงานที่ดินให้กับธนาคารใหม่ เป็นอันเสร็จสิ้น

ข้อดีของการรีไฟแนนซ์บ้าน ขอลดดอกเบี้ยบ้าน

  • ลดดอกเบี้ยที่ต้องเสีย ดอกเบี้ยที่ถูกลงถือเป็นประโยชน์หลักที่เห็นได้ชัดที่สุดหากอัตราดอกเบี้ยผ่อนบ้านของธนาคารใหม่ต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยของธนาคารเก่า เช่น สัญญาเดิมมีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6.5 แต่สัญญาใหม่มีอัตราดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 3.5 เมื่ออัตราดอกเบี้ยลดลง จำนวนดอกเบี้ยที่ต้องเสียต่อเดือนและดอกเบี้ยรวมทั้งสัญญาก็จะลดลงตามไปด้วย
  • หักเงินต้นได้มากขึ้น เมื่อภาระดอกเบี้ยน้อยลง ค่าผ่อนบ้านในแต่ละเดือนก็จะถูกนำไปหักเงินต้นคงเหลือได้มากขึ้น ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในเดือนต่อไปก็จะลดลงอีก เช่น ผู้ขอสินเชื่อผ่อนบ้านเดือนละ 20,000 บาท ในสัญญาเดิมต้องหักดอกเบี้ย 12,000 บาท เหลือหักต้นเพียง 8,000 บาท แต่สัญญาใหม่หักดอกเบี้ย 7,000 บาท ก็จะเหลือหักต้นเพิ่มขึ้นเป็น 13,000 บาท เป็นต้น
  • ค่าผ่อนบ้านที่น้อยลง สัญญาใหม่จะเป็นไปตามการประเมินจากธนาคารและตามการตกลงของผู้ขอสินเชื่อ ซึ่งอาจทำให้ค่าผ่อนบ้านในสัญญาใหม่ของผู้ขอสินเชื่อลดลง เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยลดลงหรือการขยายระยะเวลาในสัญญาใหม่นานขึ้น เช่น สัญญาเก่าผ่อนเดือนละ 20,000 บาท เหลือ 25 ปี สัญญาใหม่ที่ขยายเวลาเป็น 30 ปีทำให้เหลือผ่อนเพียงเดือนละ 15,000 บาท เป็นต้น
อัปเดตอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน MRR MLR MOR ล่าสุด

อัปเดตอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน MRR MLR MOR ล่าสุด

ทั้งนี้ การรีไฟแนนซ์ (Refinance) หรือขอลดดอกเบี้ยบ้านนั้น สามารถช่วยประหยัดดอกเบี้ยให้ผู้ขอสินเชื่อได้อย่างมากก็จริง แต่ไม่ได้หมายความว่าการรีไฟแนนซ์จะสามารถลดดอกเบี้ยได้เสมอไป ดังนั้นก่อนจะรีไฟแนนซ์ แนะนำให้ผู้ขอสินเชื่อศึกษารายละเอียดของสินเชื่ออย่างละเอียดรอบคอบ โดยประเด็นหลักที่จะต้องพิจารณา คือ อัตราดอกเบี้ยตลอดอายุสินเชื่อของสินเชื่อรีไฟแนนซ์จะต้องต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยตลอดสินเชื่อปัจจุบัน
อีกทั้งยังต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นจากการรีไฟแนนซ์ (Refinance) เช่น ค่าธรรมเนียมการจดจำนอง ค่าอากร ค่าประเมินมูลค่าหลักทรัพย์ รวมไปถึง ค่าประกันอัคคีภัยหรือประกันสินเชื่อ (MRTA) ซึ่งมีเงื่อนไขแตกต่างกันตามแต่ละธนาคาร ที่สำคัญอย่าลืมต้องตรวจสอบเงื่อนไขการไถ่ถอนสินเชื่อจากธนาคารเดิมด้วยว่ากำหนดให้ผู้ขอสินเชื่อสามารถรีไฟแนนซ์ได้ตั้งแต่ปีที่เท่าไรของการกู้ เพราะมิฉะนั้นแล้วผู้กู้จะต้องถูกปรับจากธนาคารเดิม หากผู้ขอสินเชื่อไถ่ถอนหนี้ก่อนกำหนด
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น DDproperty by PropertyGuru ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท ออลพร็อพเพอร์ตี้ มีเดีย จำกัด ไม่สามารถรับรองหรือรับประกันเกี่ยวกับข้อมูล รวมทั้งไม่สามารถรับรองหรือรับประกันใด ๆ เกี่ยวกับความเหมาะสม สำหรับวัตถุประสงค์เฉพาะใด ๆ ของข้อมูล ตามขอบเขตสูงสุดที่กฎหมายอนุญาต แม้ว่าเราได้พยายามอย่างเต็มที่ เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้ถูกต้อง เชื่อถือได้ และครบถ้วน ณ เวลาที่เขียน แต่ข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้ไม่ควรนำไปใช้ในการตัดสินใจทางการเงิน, การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือทางกฎหมายทันที ผู้อ่านไม่ควรใช้ข้อมูลในบทความ แทนคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรมซึ่งสามารถพิจารณาข้อเท็จจริงและสถานการณ์ส่วนตัวของคุณได้ ทั้งนี้ เราไม่สามารถรับผิดชอบใด ๆ หากคุณเลือกที่จะนำข้อมูลไปใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจ

อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน

รีไฟแนนซ์บ้าน หมายถึง การขอยื่นกู้สินเชื่อบ้านกับธนาคารแห่งใหม่ เพื่อลดภาระเงินกู้เก่าที่มีอยู่ โดยส่วนใหญ่มีจุดประสงค์เพื่อลดดอกเบี้ยบ้านให้ต่ำลง และช่วยให้ยอดผ่อนต่อเดือนน้อยลงและผ่อนบ้านให้หมดเร็วไวยิ่งขึ้น

รีไฟแนนซ์บ้าน ธนาคารเดิม จริง ๆ แล้วเรียกว่าการขอรีเทนชั่น (Retention) เป็นการขอลดดอกเบี้ยบ้านจากธนาคารเดิม หรือธนาคารปัจจุบันที่คุณผ่อนอยู่ ข้อดีคือไม่ต้องยื่นเอกสารใหม่ และมีขั้นตอนไม่ยุ่งยาก

อัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้าน แต่ละธนาคารจะมีไม่เท่ากัน โดยธนาคารที่อัตราดอกเบี้ยต่ำสุดเฉลี่ย 3 ปีแรก ได้แก่ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ และธนาคารกรุงไทย อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 2.60%