7 วิธีใช้บัตรเครดิต เพิ่มโอกาสกู้ซื้อบ้านให้ผ่านฉลุย

DDproperty Editorial Team
7 วิธีใช้บัตรเครดิต เพิ่มโอกาสกู้ซื้อบ้านให้ผ่านฉลุย
ปัญหาหนึ่งของผู้กู้บ้านที่มักพบเจอบ่อย ๆ คือ กู้ซื้อบ้านไม่ผ่านเพราะบัตรเครดิต ซึ่งธนาคารมักจะใช้เป็นหนึ่งในเงื่อนไขการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้กู้บ้านเสมอไม่ว่ากำลังใช้งานบัตรอยู่หรือยกเลิกไปแล้ว เพราะประวัติการชำระทั้งหมดนี้จะถูกบันทึกไว้ในเครดิตบูโร ซึ่งจะบอกได้ทันทีว่าผู้กู้บ้านมีประวัติทางการเงินดีหรือไม่ ดังนั้นสำหรับใครที่คิดจะขอสินเชื่อบ้านในเร็ว ๆ นี้ ก็ถึงเวลาแล้วที่จะต้องบริหารจัดการบัตรเครดิตในมือให้มีประวัติสวยพร้อมสำหรับการกู้ซื้อบ้าน มาดู 7 วิธีใช้บัตรเครดิตอย่างไรเพื่อให้ธนาคารไหน ๆ ก็อยากให้สินเชื่อ
Subscription Banner for Article

1. ใช้เท่าไหร่จ่ายเท่านั้นเสมอ

ทุกธนาคารนั้นเปิดโอกาสให้เจ้าของบัตรสามารถชำระหนี้บัตรเครดิตได้ต่ำสุดเพียง 10% ของยอดที่ใช้ไปในแต่ละรอบบิล แต่อย่าได้ใช้โอกาสนั้นเป็นอันขาดหากคิดจะกู้ซื้อบ้าน เพราะนอกจากจะเสียดอกเบี้ยที่แพงเป็นอันดับต้น ๆ ของวงการเงินกู้แล้ว ยังสะท้อนให้เห็นว่าเจ้าของบัตรไม่มีเงินพอจะชำระค่าบัตรเครดิตได้ทั้งหมด ซึ่งนี่เป็นพฤติกรรมการใช้เงินในด้านลบของผู้กู้บ้านที่ธนาคารไหน ๆ ต่างก็เบือนหน้าหนี

2. จ่ายตรงเวลาอย่าให้ทวงถาม

การชำระหนี้บัตรเครดิตให้ตรงเวลาตามที่ธนาคารกำหนดไว้ถือเป็นวินัยทางการเงินอย่างหนึ่งที่ผู้กู้บ้านต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ซึ่งเริ่มต้นง่าย ๆ ด้วยการชำระหนี้ให้ตรงตามรอบบิลเพื่อพิสูจน์ให้ธนาคารเชื่อว่าผู้กู้บ้านมีความรับผิดชอบต่อหนี้ของตนเองโดยไม่ต้องติดตามทวงถาม
ในทางกลับกัน ถ้ามีการค้างชำระบัตรเครดิตจนมีการติดตามทวงถาม ธนาคารก็จะเห็นว่าผู้กู้บ้านมีโอกาสค้างชำระค่าผ่อนบ้าน และบางธนาคารจะส่งฟ้องศาลทันทีหากไม่จ่ายบัตรเครดิต 3 เดือนขึ้นไป ซึ่งอาจทำให้หมดโอกาสขอสินเชื่อกับธนาคารไปอีกนาน

3. ไม่ใช้บัตรเครดิตเกินตัว

การใช้จ่ายด้วยบัตรเครดิตจนเงินหมดแบบเดือนชนเดือนนั้นเป็นพฤติกรรมที่ธนาคารรับไม่ได้ เช่นเดียวกับการใช้จ่ายจนเต็มวงเงินบัตรเครดิตทุกเดือน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเจ้าของบัตรมีการใช้จ่ายจำนวนมากเป็นประจำ
ดังนั้นผู้กู้บ้านจึงต้องปรับพฤติกรรมการใช้จ่ายโดยใช้บัตรรูดซื้อสินค้าและบริการเท่าที่จำเป็น เพื่อให้ธนาคารเห็นว่าผู้กู้บ้านสามารถใช้บัตรเครดิตได้อย่างชาญฉลาดและคุ้มค่า ในขณะเดียวกันก็มีเงินเก็บออมสำหรับบ้านในฝันของตนเองด้วย

4. อย่าตกหลุมพรางเงินผ่อน

แม้ว่าการผ่อนบัตรเครดิต 0% นั้นเป็นเรื่องดีที่ทำให้เจ้าของบัตรไม่ต้องเสียดอกเบี้ยและลดภาระในการชำระค่าสินค้า แต่การใช้บัตรเครดิตผ่อนสินค้าก็เหมือนเป็นดาบสองคมที่ทำให้เจ้าของบัตรมีประวัติหนี้ค้างชำระตามจำนวนยอดเงินที่ยังผ่อนชำระไม่หมดในเครดิตบูโร และมีโอกาสทำให้รายได้ที่ใช้สำหรับประเมินความสามารถในการผ่อนของผู้กู้บ้านน้อยลงตามไปด้วย เนื่องจากธนาคารต้องนำภาระการผ่อนบัตรเครดิตไปหักกับรายได้ของผู้กู้บ้าน
นอกจากนี้ แม้ว่าจะไม่ต้องจ่ายเงินเป็นก้อนในคราวเดียว แต่คุณก็ยังต้องจ่ายตามจำนวนภายในเวลาที่กำหนด จึงต้องคิดดูว่าจ่ายไหวหรือไม่ ถ้าจ่ายไม่ตรงเวลา ไม่ตามจำนวน อาจต้องเสียดอกเบี้ยเพิ่มโดยไม่จำเป็น หากใครมีภาระผ่อนอยู่หลายรายการ จำไม่ได้ว่าผ่อนอะไรบ้าง ลองบันทึกลงในตารางผ่อน 0% จากศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) คลิกดาวน์โหลดได้ที่นี่
บริหารการใช้บัตรเครดิตเพื่อเครดิตดีน่าเชื่อถือ

5. ปิดบัตรเครดิตที่ไม่จำเป็น

ยิ่งเปิดบัตรเครดิตมาถือไว้มากเท่าไร ก็ยิ่งมีวงเงินรวมมากเท่านั้น โอกาสที่จะเกิดหนี้ก้อนใหญ่ก็มากเป็นเงาตามตัว ดังนั้นเพื่อเป็นการพิสูจน์ให้ธนาคารเห็นว่าผู้กู้บ้านมีบัตรเครดิตไว้ใช้จ่ายแต่พอดีและไม่มีโอกาสสร้างหนี้ก้อนโตมาแข่งกับหนี้บ้าน ผู้กู้บ้านก็ไม่ควรถือบัตรไว้มากมายเกินความจำเป็น ซึ่งเริ่มต้นง่าย ๆ ด้วยการยกเลิกบัตรที่ไม่ค่อยได้ใช้แล้วเหลือบัตรเครดิตที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของตนเองเก็บไว้เพียง 2-3 ใบก็เพียงพอแล้ว

6. อย่ากดเงินสดจากบัตรเครดิต

ผู้กู้บ้านต้องตระหนักอยู่เสมอว่าบัตรเครดิตคือบัตรที่ใช้จ่ายแทนเงินสดไม่ใช่แหล่งเงินกู้ ถ้าเมื่อใดที่มีการใช้บัตรเครดิตกดเงินสดออกมาก็ถือว่าจบเกม เพราะนั่นหมายความว่าผู้กู้บ้านกำลังมีปัญหาทางการเงินถึงขนาดยอมเสียค่าธรรมเนียมการกดเงินสดและดอกเบี้ยแพง ๆ เพื่อนำเงินสดไปใช้จ่าย ธนาคารก็จะมองว่าถ้าเพิ่มหนี้บ้านเข้าไปก็จะยิ่งทำให้สถานการณ์ทางการเงินของผู้กู้บ้านแย่ลงยิ่งกว่าเดิม ซึ่งไม่เหมาะสมต่อการปล่อยให้กู้ซื้อบ้าน

7. ปลดเปลื้องหนี้บัตรก่อนกู้ซื้อบ้าน

หากผู้กู้บ้านมีหนี้บัตรเครดิตอยู่ในขณะนี้ ไม่ว่าจะผ่อนสินค้าหรือกำลังจ่ายขั้นต่ำอยู่ หากเดินหน้ายื่นเรื่องขอกู้ซื้อบ้านทันทีก็คงจะผ่านได้ยาก ดังนั้นผู้กู้บ้านจึงต้องลงมือบริหารจัดการหนี้สินให้หมดสิ้นไปเสียก่อน และทำให้บัตรอยู่ในสถานะจ่ายเต็มและจ่ายตรงจนหนี้คงเหลือกลายเป็น 0 ทุกเดือน แล้วอย่าจ่ายเกินตัวเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 1-2 ปี และก่อนยื่นขอกู้ ไม่ใช้จ่ายบัตรเครดิต 3 เดือนสุดท้ายไปกับการผ่อนหรือซื้อสินค้าที่ไม่จำเป็น การขอกู้ซื้อบ้านจึงจะพอมีลุ้นบ้าง
แต่ทั้งนี้ บัตรเครดิตเป็นเพียงส่วนหนึ่งในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อบ้านของแต่ละธนาคารเท่านั้น ยังมีปัจจัยอื่น ๆ อีกหลายประการที่ส่งผลให้การขอกู้ซื้อบ้านผ่านหรือไม่ผ่าน อย่างไรก็ดี การสร้างประวัติทางการเงินที่ดีด้วยการใช้บัตรเครดิตอย่างถูกวิธีย่อมทำให้โอกาสของผู้กู้บ้านสูงขึ้นหรืออย่างน้อยก็ไม่ใช่เหตุผลด้านเครดิตเสียที่จะดับฝันการกู้ซื้อบ้าน
สนใจรับบทความดีดี อัปเดต ข่าวอสังหาริมทรัพย์ และ อ่านคู่มือซื้อขาย พร้อม รีวิวโครงการคอนโดฯ ใหม่ บ้านใหม่ หลากหลายทำเลและราคา รวมถึง ทำความรู้จักกับทำเลฮอตทั่วกรุง เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการซื้อ-ขาย-เช่า

คำนวณยอดผ่อนต่อเดือน

คำนวณยอดผ่อนชำระต่อเดือนตามอัตราดอกเบี้ยของคุณด้วยเครื่องมือคำนวณสินเชื่อนี้

คำนวณวงเงินกู้สูงสุด

คำนวณสินเชื่อบ้าน ยอดวงเงินกู้บ้านใหม่ที่คาดว่าจะได้รับจากแบงก์และยอดผ่อนชำระในแต่ละเดือน

คำนวณสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน

เช็กยอดผ่อนชำระต่อเดือนอัตราใหม่และจำนวนเงินที่คุณสามารถประหยัดได้หลังจากการทำรีไฟแนนซ์