EEC โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก พลิกโฉมตลาดอสังหาริมทรัพย์

โครงการ EEC ส่งผลบวกต่อตลาดอสังหาฯ อย่างมาก

EEC นั้นย่อมาจาก Eastern Economic Corridor ซึ่งมีอีกชื่อเป็นภาษาไทยว่า “โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก” EEC คือ โครงการภายใต้พระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกที่ประกาศเริ่มใช้ในปี 2561 โครงการนี้ส่งผลหลายประการต่อเศรษฐกิจในภาคตะวันออกของประเทศไทย แน่นอนว่าวงการอสังหาริมทรัพย์ก็เป็นส่วนหนึ่งในนั้น

อ่านหัวข้อที่คุณสนใจ

 

ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับโครงการ EEC

ก่อนที่เราจะกล่าวถึงความเปลี่ยนแปลงในวงการอสังหาริมทรัพย์หลังมี EEC คุณอาจสงสัยว่า EEC คืออะไร เราจึงอยากให้คุณทำความรู้จักกับโครงการภายใต้พระราชบัญญัตินี้โดยสังเขปกันก่อนดังนี้

1. โครงการนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2561

2. EEC ครอบคลุม 3 จังหวัดในภาคตะวันออก คือ ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และระยอง

3. Eastern Economic Corridor นั้นต่อยอดมาจาก Eastern Seaboard (ESB) หรือแผนพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออกที่เริ่มใช้ในปี 2520 และใช้กันเรื่อยมาจนถึงปี 2550

4. โครงการนี้ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นพัฒนาเพียงด้านเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังรวมถึงด้านการท่องเที่ยว โครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรม บุคลากร การศึกษา การวิจัย ธุรกิจ การเงิน เทคโนโลยี และอีกมากมาย

แต่ถ้าหากคุณต้องการทราบเกี่ยวกับโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกนี้โดยละเอียด อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของโครงการ

 

โครงการ EEC คืบหน้าไปอย่างมาก

 

ความคืบหน้าของโครงการ EEC

ชื่อโครงการ

ปีที่แล้วเสร็จ

โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน

พ.ศ. 2567

โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3

พ.ศ. 2569

โครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมสมาร์ท ปาร์ค

พ.ศ. 2567

การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานสําคัญใน EEC มีความคืบหน้าไปมาก โดยมีสํานักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เป็นผู้ติดตามความก้าวหน้าการดําเนินงาน โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสําคัญได้ลงนามกับคู่สัญญาไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งรายละเอียด มีดังนี้

1. โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน

รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา) ระยะที่ 1 ระยะทาง 220 กิโลเมตร ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างก่อสร้าง และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2567

ส่วนโครงการรถไฟความเร็วสูงในโครงการ EEC ระยะที่ 2 จะเริ่มก่อสร้างต่อจากสถานีอู่ตะเภา จ.ระยอง ไปยัง จ.จันทบุรี และ จ.ตราด รวมระยะทางประมาณ 190 กิโลเมตร โดยจะสามารถเดินทางจากสถานีอู่ตะเภาถึง จ.ตราด ได้ในระยะเวลา 64 นาที

โดยขณะนี้โครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างศึกษารายละเอียด และคาดว่าจะนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติโครงการได้ในปี 2564 และคาดว่าจะสามารถคัดเลือกผู้ลงทุนได้ในปี 2567 แล้วเสร็จพร้อมให้บริการในปี 2571

ทั้งนี้ จะนำไปสู่โครงการต่อเนื่องคือ โครงการระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก เพื่อยกระดับภาคตะวันออกสู่แหล่งผลไม้หลักของภูมิภาค รวมทั้งการขยายเมืองรอบพื้นที่สนามบินอู่ตะเภา 30 กิโลเมตรทั้งพื้นที่ที่อยู่อาศัยและพื้นที่เศรษฐกิจ

2. โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3

การพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ปัจจุบันได้ดำเนินการออกแบบและก่อสร้างในส่วนของโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ทั้งในส่วนของการขุดลอกและถมทะเล พื้นที่ 1,000 ไร่ แบ่งเป็น พื้นที่ใช้ประโยชน์ 550 ไร่ และพื้นที่เก็บกักตะกอน 450 ไร่

การขุดลอกร่องน้ำ และแอ่งกลับเรือ การก่อสร้างเขื่อนกันคลื่น การก่อสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน การติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมการเดินเรือ ท่าเทียบเรือบริการ และท่าเทียบเรือก๊าซ รองรับปริมาณการขนถ่ายก๊าซธรรมชาติที่คาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จและพร้อมเปิดให้บริการได้ภายในปี 2569

3. โครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมสมาร์ท ปาร์ค

นิคมอุตสาหกรรมสมาร์ท ปาร์ค (Smart Park) ตั้งอยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง มีพื้นที่โครงการประมาณ 1,383.76 ไร่ ปัจจุบันสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) มีมติเห็นชอบการลงทุนโครงการ เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2563 และเตรียมนำเสนอ ครม. เพื่อพิจารณาอนุมัติ ก่อนจะเริ่มดำเนินการก่อสร้าง โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มการก่อสร้างได้ในไตรมาส 2 ปี 2564 และใช้ระยะเวลาการก่อสร้างประมาณ 3 ปี

โดยคาดว่าจะสามารถเปิดดำเนินการโครงการได้ในช่วงไตรมาส 1 ปี 2567 ซึ่งจะก่อให้เกิดการจ้างงาน ประมาณ 7,459 คน ส่งผลให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจในพื้นที่ประมาณ 1,342,620,000 บาทต่อปี (คิดฐานเงินเดือนขั้นต่ำเดือนละ15,000 บาท)

อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นช่วงที่ไทยได้รับผลกระทบจากโควิด-19 แต่ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา (มกราคม-มิถุนายน 2563) การขอรับการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่อีอีซี มีจำนวนทั้งสิ้น 225 โครงการ ซึ่งเพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

มีเม็ดเงินลงทุนรวม 85,480 ล้านบาท แบ่งเป็นจังหวัดชลบุรี จำนวน 120 โครงการ เงินลงทุน 39,990 ล้านบาท จังหวัดระยอง จำนวน 76 โครงการ เงินลงทุน 33,320 ล้านบาท และจังหวัดฉะเชิงเทรา จำนวน 29 โครงการ เงินลงทุน 12,170 ล้านบาท

 

ชาวต่างชาติตอบรับ EEC Thailand โดยย้ายมาอยู่ใน 3 จังหวัดในภาคตะวันออก

 

ผลของ EEC ต่อวงการอสังหาริมทรัพย์

โครงการ EEC ทำให้ผู้ประกอบการทางธุรกิจต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทไทยหรือต่างชาติ ขยายกิจการมาในภูมิภาคนี้กันมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้เกิดการพลิกโฉมวงการอสังหาริมทรัพย์ เพราะการหลั่งไหลของผู้ประกอบการนั้นทำให้ภูมิภาคนี้เป็นพื้นที่ยอดนิยมแห่งใหม่ในการขายบ้านและที่ดินในปัจจุบัน

1. มีผู้มาลงทุนเพื่อสร้างโครงการบ้านและคอนโดมีเนียมในภาคตะวันออกมากขึ้น

พื้นที่ที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ แออัดขึ้นทุกที โดยตามสถิติจำนวนประชากรในปีที่ผ่านมา มีผู้อาศัยในกรุงเทพฯ มากถึง 5.7 ล้านคน และสภาพการจราจรก็ย่ำแย่ขึ้นเช่นกัน เนื่องจากมีคนไทยจำนวนมากเลือกมาทำงานในเมืองหลวงนี้ จึงเป็นไปได้ว่าสักวันหนึ่งจะไม่มีพื้นที่เหลือให้สร้างโครงการบ้านหรือคอนโดใหม่ในกรุงเทพฯ อีก และนั่นทำให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์อาจคิดริเริ่มขยายกิจการมายังเขตระเบียงเศรษฐกิจพิเศษตั้งแต่ตอนนี้

อย่างไรก็ตาม หากคุณต้องการเป็นเจ้าของที่ดินในเขตที่มีแนวโน้มสดใสในการเติบโตทางเศรษฐกิจและเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลนี้ ลองสำรวจทำเลและค้นหาบ้าน-คอนโด-ที่ดินในเขต 3 จังหวัดที่กล่าวมาข้างต้นได้ที่ลิงก์ด้านล่าง

อสังหาริมทรัพย์ในชลบุรี

อสังหาริมทรัพย์ในระยอง

อสังหาริมทรัพย์ในฉะเชิงเทรา

2. มีผู้ย้ายถิ่นฐานจากกรุงเทพฯ มาอาศัยอยู่ในภาคตะวันออกมากขึ้น

เนื่องจากมีการพัฒนาด้านการท่องเที่ยว อุตสาหกรรม และธุรกิจอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจนี้ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวในเขตปกครองพิเศษพัทยาในจังหวัดชลบุรี ที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนเกือบ 15 ล้านคนในปีที่ผ่านมา หรือธุรกิจน้ำมันในจังหวัดระยองที่เติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง แน่นอนว่าความต้องการแรงงานก็ต้องเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

ผู้ที่กำลังหางานอาจจะเลือกมาอยู่อาศัยในภูมิภาคนี้ที่มีโอกาสความก้าวหน้าทางการงาน พร้อมโอกาสที่จะเป็นเจ้าของบ้านที่มีพื้นที่กว้างกว่าในราคาที่ถูกกว่าบ้านในกรุงเทพฯ และไม่ต้องผจญกับการจราจรที่ติดขัดมากด้วย

3. มีชาวต่างชาติสนใจซื้อหรือเช่าบ้านหรือคอนโดในบริเวณนี้มากขึ้น

ในฐานะที่เขต EEC เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ บริษัทจากต่างประเทศจึงมาลงทุนกันมากขึ้น และนายจ้างหรือพนักงานต่างชาติที่เดินทางมาทำงานในประเทศไทยจึงต้องการที่อยู่อาศัย นี่ยังไม่รวมถึงชาวต่างชาติที่ต้องการใช้ชีวิตในวัยเกษียณในเขตนี้ด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น ราคาอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกกว่าในต่างประเทศหรือในกรุงเทพฯ สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่น่าอยู่ทั้งทะเลและภูเขา รวมถึงความสะดวกสบายในการเดินทางจากกรุงเทพฯ ด้วยเวลาเพียง 1-2 ชั่วโมง

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงหลังการประกาศใช้ พ.ร.บ. EEC ได้ที่บทความผลพลอยได้ของคนภาคตะวันออก

 

สวนน้ำแห่งใหม่ใน EEC โคลัมเบีย พิคเจอร์ส อควาเวิร์ส

จะเห็นได้ว่า EEC ส่งผลดีต่อวงการอสังหาริมทรัพย์อย่างมาก ซึ่งในปัจจุบันในทำเล EEC มีโครงการที่น่าสนใจหลายโครงการ

ล่าสุด โซนี่ พิคเจอร์ส เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ร่วมกับ บริษัท อเมซอน ฟอลส์ จำกัด ประกาศความร่วมมือในการนำสวนสนุกและสวนน้ำในธีมภาพยนตร์ของโคลัมเบีย พิคเจอร์ส มาเปิดในประเทศไทยเป็นแห่งแรกในโลก ภายใต้ชื่อ โคลัมเบีย พิคเจอร์ส อควาเวิร์ส (Columbia Pictures’ Aquaverse)

โคลัมเบีย พิคเจอร์ส อควาเวิร์ส (Columbia Pictures’ Aquaverse)

โคลัมเบีย พิคเจอร์ส อควาเวิร์ส มีด้วยกัน 8 ธีมโซน ทั้งสวนน้ำและสวนสนุก ได้แก่

  • โซนเครื่องเล่นสุดเร้าใจ เม็น อิน แบล็ค หน่วยจารชนพิทักษ์จักรวาล (Men in Black Thrill Rides) – สุดยอดเครื่องเล่นโลดโผนเร้าใจของอควาเวิร์สถูกรวมไว้ที่นี่ รวมไปถึงสไลเดอร์ท้าแรงโน้มถ่วงวอเทอร์โคสเตอร์ หวาดเสียวจากการทิ้งดิ่งจากความสูง 12 เมตรลงมาตามรูหนอนของเอ็มไอบี เวิร์มโฮล (MIB Wormhole)
  • ประสบการณ์กำจัดผีแบบเหนือธรรมชาติ – โซนประสบการณ์เหนือธรรมชาติกับ โกสต์บัสเตอร์ส บริษัทกำจัดผี (Ghostbusters Supernatural Experience) ผจญภัยในสไลเดอร์ทรงกลมขนาดยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งแรกและแห่งเดียวในโลก
  • โซนสนามแข่งรถ แบดบอยส์ คู่หูขวางนรก (Bad Boys Raceway) ซิ่งรถสุดซ่า – ท้าทายความเร็วบนสนามโกคาร์ทกลางแจ้ง ในบรรยากาศของเมืองไมอามี่ที่ประดับด้วยไฟนีออน
  • โซนจูแมนจี้ เกมดูดโลกบุกป่ามหัศจรรย์ (Jumanji Jungle Adventure) – ผจญภัยในสวนน้ำท่ามกลางป่าดงดิบ
  • โซนสุดประทับใจสำหรับเด็ก ๆ โฮเทล ทรานซิลเวเนีย (Hotel Transylvania Kid-Friendly Zone) – เครื่องเล่นในโซนสวนน้ำที่ใหญ่ที่สุดในอควาเวิร์ส ประกอบด้วยสไลเดอร์สุดมันส์กับฟีเจอร์ของเล่นกว่า 100 ชนิด ถังสแปลชบัคเก็ตยักษ์ จรวดน้ำ และอื่น ๆ อีกมากมาย
  • โซนเซิร์ฟอัพ สวรรค์ของนักเซิร์ฟ (Surf’s Up in Surfers’ Paradise) – เซิร์ฟกันบนคลื่นยักษ์ โชว์ลีลาโต้คลื่นให้สะใจกับเครื่องโฟลว์ไรเดอร์สุดอลังการ
  • โซนผจญภัยในแม่น้ำสวอลโลว์ ฟอลส์กับมหัศจรรย์ลูกชิ้นตกทะลุมิติ (Cloudy with a Chance of Meatballs Swallow Falls River Adventure) – ท่องอควาเวิร์สแบบสบาย ๆ ล่องไปตามสายน้ำ ทักทายบรรดาสัตว์อาหารกลายพันธุ์ฟู้ดนิมอล (Foodnimals) จากภาพยนตร์แอนิเมชั่น
  • โซนสระคลื่นยักษ์วีโว่ (VIVO Wave Pool) – ผ่อนคลายในสระที่จะซัดสาดลูกคลื่นขนาดยักษ์เข้าใส่ตัว ได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์มิวสิคัลแอนิเมชั่นที่กำลังจะเปิดฉายในเร็ว ๆ นี้ พื้นที่โซนนี้ยังใช้สำหรับการจัดกิจกรรม คอนเสิร์ต หรือไลฟ์โชว์ของเหล่าศิลปินคนดังและดีเจระดับโลกอีกด้วย

 

โคลัมเบีย พิคเจอร์ส อควาเวิร์ส (Columbia Pictures’ Aquaverse) แผนที่

โคลัมเบีย พิคเจอร์ส อควาเวิร์ส (Columbia Pictures’ Aquaverse) ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 35 ไร่ ณ ชายทะเลบางเสร่ ใช้เวลาเดินทางเพียง 20 นาทีจากพัทยา และ 90 นาทีจากกรุงเทพฯ พร้อมเปิดให้บริการตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 เป็นต้นไป

ขอบคุณรูปประกอบและข้อมูลจาก โคลัมเบีย พิคเจอร์ส อควาเวิร์ส

 

สนใจรับบทความดีดี อัปเดต ข่าวอสังหาริมทรัพย์ และ อ่านคู่มือซื้อขาย พร้อม รีวิวโครงการคอนโดฯ ใหม่ บ้านใหม่ หลากหลายทำเลและราคา รวมถึง ทำความรู้จักกับทำเลฮอตทั่วกรุง เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการซื้อ-ขาย-เช่า

อ่านอะไรต่อดี

เครื่องคำนวณดอกเบี้ย & สินเชื่อ
Affordability Calculator Icon
ตรวจสอบยอดวงเงินกู้บ้านใหม่ที่คาดว่าคุณจะได้รับการพิจารณาจากแบงก์และยอดผ่อนชำระในแต่ละเดือน
Refinancing Calculator Icon
เช็กยอดผ่อนชำระต่อเดือนอัตราใหม่และจำนวนเงินที่คุณสามารถประหยัดได้หลังจากการทำรีไฟแนนซ์
Repayment Calculator Icon
คำนวณยอดผ่อนชำระต่อเดือนตามอัตราดอกเบี้ยของคุณด้วยเครื่องมือคำนวณสินเชื่อนี้
฿

รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญไม่ว่าคุณจะมีคำถามใด ๆ !

ใช้งานหมวด AskGuru เพื่อรับสิทธิพิเศษในการเข้าถึงคำตอบกว่าพันคำถามจากตัวแทนเอเยนท์และผู้เชี่ยวชาญของเรา 💬⭐👍