หนี้เสีย หรือ NPL คืออะไร พร้อม 5 วิธีสู้กับหนี้เสีย

DDproperty Editorial Team
หนี้เสีย หรือ NPL คืออะไร พร้อม 5 วิธีสู้กับหนี้เสีย
หนี้เสีย หรือ NPL คือปัจจัยสำคัญที่อาจทำให้คุณพลาดการอนุมัติเงินกู้ซื้อบ้านจากธนาคารได้ และอาจสร้างความเดือดร้อนให้คุณในระยะยาว ดังนั้นหากไม่อยากพลาดโอกาสการเป็นเจ้าของบ้านหรือคอนโดในฝัน บทความนี้จะพาคุณไปดูกันว่า NPL คืออะไร พร้อม 5 วิธีทำอย่างไรให้รอดพ้นจากการมีหนี้เสีย เพื่อเพิ่มโอกาสกู้สินเชื่อผ่าน ได้มีบ้านและคอนโดในฝันที่เป็นจริง
อ่านหัวข้อที่คุณสนใจ

หนี้เสีย หรือ NPL คืออะไร

NPL มีชื่อเรียกเต็ม ๆ ว่า Non-Performing Loan (NPL) หรือ หนี้เสีย ซึ่งหมายถึง หนี้ที่ไม่ได้รับการชำระคืนตามข้อกำหนดตกลงกันตามสัญญา ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อคุณได้ทำการขอสินเชื่อเอาไว้ แล้วไม่ได้ชำระหนี้นานเกินจำนวนวันที่กำหนด โดยปกติแล้วกำหนดไว้ที่ 90 วัน
NPL คืออะไร NPL คือ Non Performing loan

การเกิดหนี้เสีย หรือ NPL มาจากไหน

ลองมาดูว่าสาเหตุของ NPL คืออะไร โดยสาเหตุการเกิดของการเกิด NPL อาจจะส่งผลมาจากปัจจัยหลายอย่างนอกจากเงินรายได้ของผู้กู้ด้วย เช่น สภาพรวมของตลาดในประเทศที่ส่งผลต่อกลุ่มคนที่มีรายได้น้อย-ปานกลาง และวินัยทางการเงินที่จะส่งผลต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ ที่จะบริหารจัดการจนสามารถปิดยอดหนี้ได้สำเร็จ
สิ่งที่จะเกิดขึ้นหากคุณมี NPL หรือหนี้เสียคือ สถาบันทางการเงินที่คุณขอสินเชื่อก็จะทำรายงานข้อมูลว่าคุณมี NPL ไปที่ศูนย์กลางในการจัดเก็บข้อมูลและประวัติการชำระสินเชื่อ หรือบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือที่รู้จักในชื่อ "เครดิตบูโร" ซึ่งจะทำการจัดเก็บข้อมูล NPL ที่ได้รับในระบบประมวลผลไม่เกิน 3 ปี และจะมีการอัปเดตข้อมูลใหม่เป็นรายเดือน ดังนั้นถึงแม้ว่าคุณจะดำเนินการชำระ NPL หรือหนี้เสียเรียบร้อย ก็จะต้องรออัปเดตข้อมูลอีกครั้งด้วย

หนี้เสีย หรือ NPL คืออะไร ใช่เครดิตบูโรหรือไม่

คำว่าเครดิตบูโร ไม่ได้หมายถึง NPL หรือหนี้เสีย เพราะเครดิตบูโรเป็นคำเรียกศูนย์ข้อมูลเครดิต ที่เก็บประวัติการชำระหนี้ของคุณ ไม่ว่าจะเป็นประวัติการชำระหนี้ทั้งดีและไม่ดี มีค่าเป็นคะแนนเครดิต (Credit Scoring) อยู่ในระดับไหน
โดยคะแนนเครดิต จะเป็นตัวชี้วัดความส่าจะเป็นในการชำระคืนหนี้ โดยใช้วิธีการทางสถิติในการประมวลผลข้อมูลโดยบริษัทข้อมูลเครดิต มีด้วยกัน 8 ระดับ เรียงจากมีโอกาสผิดชำระหนี้น้อยที่สุดระดับ AA ไปสู่โอกาสผิดชำระหนี้มากที่สุดระดับ HH

ระดับคะแนนเครดิต

ช่วงคะแนนเครดิตระดับความเสี่ยง
753-900AA
725-752BB
699-724CC
681-698DD
666-680EE
646-665FF
616-645GG
300-615HH
ดังนั้น ถ้ามีประวัติชำระหนี้ดี ข้อมูลก็จะไปปรากฎบนเครดิตบูโรให้สถาบันทางการเงินที่คุณยื่นกู้พิจารณา ในขณะเดียวกันถ้าชำระหนี้ไม่ทันกำหนด 90 วัน เงินก้อนนั้นจะกลายเป็น NPL หรือหนี้เสีย ติดอยู่ในประวัติเครดิตบูโร
ข้อมูลเหล่านี้ หากลูกค้าไม่ยินยอมให้เปิดเผยข้อมูล สถาบันทางการเงินก็จะไม่สามารถส่งต่อข้อมูลไปยังบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติได้ ซึ่งข้อเสียคือทำให้คุณไม่มีเครดิตบูโรในส่วนนี้ และอาจจะทำให้สถาบันทางการเงินที่ยื่นกู้ ประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของคุณไม่ถูก และคิดว่าคุณอาจจะมี NPL ได้
ขั้นตอนเช็กเครดิตบูโรด้วยตัวเอง

ขั้นตอนเช็กเครดิตบูโรด้วยตัวเอง

หนี้เสีย หรือ NPL มีผลต่อการปล่อยกู้จากธนาคารอย่างไร

ขึ้นชื่อว่าหนี้เสีย การมี NPL นี้ไม่ส่งผลดีแน่นอน เพราะ NPL คือหนี้ที่จะส่งผลระยะยาวในการขอยื่นกู้สินเชื่อในอนาคต เหมือนกับประวัติที่ทำให้สถาบันทางการเงินไม่แน่ใจในความสามารถในการชำระหนี้ของคุณ หากมีเหตุฉุกเฉิน ต้องการขอสินเชื่อครั้งต่อไป ก็จะมีโอกาสสูงมากที่จะไม่ได้รับการอนุมัติ
เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะสถาบันทางการเงินก็ต้องมีการประเมินความเสี่ยงในการปล่อยสินเชื่อเช่นกัน เพราะส่งผลต่อต้นทุนของการตั้งเงินสำรองตามเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ระบุไว้ว่าแต่ละที่จะต้องมีเงินสำรองที่ตั้งไว้ เผื่อเกิดกรณี NPL สถาบันทางการเงินก็ยังมีเงินจ่ายให้ลูกค้าทั่วไปได้
ดังนั้น กลุ่มเป้าหมายชั้นดีที่สถาบันทางการเงินอยากปล่อยสินเชื่อให้ โดยไม่ต้องกังวลปัญหา NPL คือกลุ่มลูกค้าที่มีพฤติกรรมดี สามารถชำระหนี้ได้ตรงเวลาตามกำหนด ไม่มี NPL ก็อาจจะได้รับอนุมัติมากกว่า และอาจจะได้ดอกเบี้ยเงินกู้ที่ถูกกว่ากลุ่มที่อาจจะเคยผ่านการมีประวัติ NPL ได้
5 ขั้นตอน ทำอย่างไรให้รอดพ้นจากการมี NPL

5 ขั้นตอน ทำอย่างไรให้รอดพ้นจากการมี NPL

1. ก่อนการยื่นกู้ สำรวจรายรับและรายจ่าย เพื่อทำแผนการชำระหนี้ไม่ให้เกิด NPL
การสำรวจรายรับรายจ่ายจะช่วยให้คุณเห็นแนวทางในการชำระหนี้มากขึ้น ทำให้ทราบว่าจะต้องหารายได้เพิ่มอีกเท่าไหร่ หรือลดรายจ่ายตรงไหน ลดโอกาสการเกิด NPL ได้
2. เมื่อกู้สำเร็จแล้ว ต้องชำระหนี้ตรงเวลา ครบจำนวน เพื่อไม่ให้เกิด NPL
ขั้นตอนนี้เป็นพื้นฐานเบื้องต้นที่ดีที่สุด หากรักษาวินัยในการชำระหนี้ของคุณไม่ให้เกิด NPL ได้ ก็จะเป็นการรักษาประวัติทีดี ช่วยเพิ่มโอกาสอนุมัติสินเชื่อมากยิ่งขึ้น
3. หากมีประวัติ NPL แล้ว ควรติดต่อเพื่อเจรจากับสถาบันทางการเงินที่ขอยื่นกู้ไว้โดยด่วน เพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้
หากรู้ว่าคุณคงจะชำระหนี้ไม่ทันกำหนดจริง ๆ และอาจจะกลายเป็น NPL สิ่งหนึ่งที่จะช่วยได้คือการติดต่อกับสถาบันทางการเงินเจ้าของสินเชื่อโดยตรง เพื่อทำการเจรจากับเจ้าหนี้เพื่อขอยืดระยะเวลาการชำระหนี้ออกไป หรือลดจำนวนดอกเบี้ยลงชั่วคราว แล้วแต่การตกลงของเจ้าหนี้ ซึ่งถ้าทำการปรับโครงสร้างหนี้ก่อนที่จะค้างชำระเกินกำหนด 90 วัน ก็จะทำให้ไม่เกิด NPL ให้เสียประวัติ
4. หากได้รับโอกาสแก้ไข NPL จงปฏิบัติตามเงื่อนไขการผ่อนชำระ NPL อย่างเคร่งครัด สร้างประวัติใหม่ที่ดี
เมื่อยื่นขอปรับโครงสร้างหนี้ NPL แล้วได้รับเงื่อนไขในการชำระหนี้ใหม่ ควรจะปฏิบัติตามเงื่อนไขนั้นอย่างเคร่งครัด โดยจะต้องชำระหนี้ให้ตรงเวลาอย่างน้อย 12 เดือนขึ้นไป เพื่อแสดงให้เห็นว่าคุณมุ่งมั่นตั้งใจ และมีสถานะทางการเงินที่พร้อมจะรับผิดชอบหนี้ก้อนใหม่แล้ว
5. เคลียร์ NPL ให้จบ
ถึงแม้การแก้ไข NPL อาจจะใช้เวลานาน แต่ข้อดีของการปิดหนี้ก้อนนี้ได้ นอกจากจะช่วยให้คุณหมดหนี้ที่ค้างคาไว้ ยังเป็นการปรับประวัติใหม่ แสดงให้เห็นว่าคุณมีความสามารถและมีวินัยในการชำระหนี้จริง
ผ่อนบ้านไม่ไหว ทำอย่างไรดี

ผ่อนบ้านไม่ไหว ทำอย่างไรดี

การมีหนี้เสีย หรือ NPL ถึงแม้จะดูเป็นเรื่องใหญ่ที่ส่งผลต่อการอนุมัติเงินกู้เพื่อซื้อบ้านและคอนโดในฝันของคุณ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีทางแก้ปัญหาเสมอไป เพียงแค่คุณสำรวจรายรับรายจ่าย วางแผนการชำระหนี้อย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้เกิด NPL ด้วยการจ่ายหนี้ให้ครบและตรงเวลา หรือหากคาดการณ์ว่าจะประสบปัญหาจ่ายหนี้ไม่ทัน ก็ยังมีทางแก้ไข ด้วยการติดต่อกับสถาบันการเงินเจ้าของหนี้โดยเร็วที่สุด ก่อนที่มันจะกลายเป็นหนี้เสียนั่นเอง
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น DDproperty by PropertyGuru ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท ออลพร็อพเพอร์ตี้ มีเดีย จำกัด ไม่สามารถรับรองหรือรับประกันเกี่ยวกับข้อมูล รวมทั้งไม่สามารถรับรองหรือรับประกันใด ๆ เกี่ยวกับความเหมาะสม สำหรับวัตถุประสงค์เฉพาะใด ๆ ของข้อมูล ตามขอบเขตสูงสุดที่กฎหมายอนุญาต แม้ว่าเราได้พยายามอย่างเต็มที่ เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้ถูกต้อง เชื่อถือได้ และครบถ้วน ณ เวลาที่เขียน แต่ข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้ไม่ควรนำไปใช้ในการตัดสินใจทางการเงิน, การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือทางกฎหมายทันที ผู้อ่านไม่ควรใช้ข้อมูลในบทความ แทนคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรมซึ่งสามารถพิจารณาข้อเท็จจริงและสถานการณ์ส่วนตัวของคุณได้ ทั้งนี้ เราไม่สามารถรับผิดชอบใด ๆ หากคุณเลือกที่จะนำข้อมูลไปใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจ

คำถามยอดนิยม

Non-Performing Loan หรือ หนี้เสีย คือ หนี้ที่ไม่ได้รับการชำระคืนตามข้อกำหนดตกลงกันตามสัญญา ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อคุณได้ทำการขอสินเชื่อเอาไว้ แล้วไม่ได้ชำระหนี้นานเกินจำนวนวันที่กำหนด โดยปกติแล้วกำหนดไว้ที่ 90 วัน