อควาเรียส เอสเตท ชิมลางแนวราบ เตรียมเปิดโครงการบ้านเดี่ยวปีหน้า มูลค่า 300 ล้านบาท พร้อมขยายพอร์ตธุรกิจบริหารจัดการโครงการ ตั้งเป้ารายได้ในช่วง 3 ปีเติบโตปีละ 50%
นายยงยุทธ ชัยพรหมประสิทธิ์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท อควาเรียส เอสเตท จำกัด เปิดเผยเกี่ยวกับแผนการพัฒนาโครงการในปี 2556 ว่าบริษัทฯ มีแผนจะเปิดตัวโครงการทั้งหมดมูลค่ากว่า 2,300 ล้านบาท โดยจะเป็นโครงการบ้านเดี่ยว หรูมูลค่าโครงการ 300 ล้านบาท ชื่อ “15 GATES” ตั้งอยู่บริเวณคริสตัลดีไซน์เซ็นเตอร์ (CDC) โดยจะมี จำนวนเพียง 15 หลังเท่านั้น และยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมในระดับไฮเอนด์ย่านซีบีดีของสุขุมวิทมูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท อีกทั้งยังกำลังมองหาที่ดินในโซนรถไฟฟ้า สายใหม่เพื่อพัฒนาโครงการในแนวสูงเป็นมูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ ในส่วนของงานด้านบริหารจัดการโครงการ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งธุรกิจหลัก บริษัทฯ กำลังอยู่ในช่วงเจรจากับทางเจ้าของโครงการและนักลงทุนเป็นจำนวน 4 โครงการ มูลค่าประมาณ 4,600 ล้านบาท เป็นโครงการในกรุงเทพฯ 2 โครงการ ได้แก่ โครงการที่อยู่อาศัยพร้อมห้างสรรพสินค้า ริมน้ำย่านถนนพระราม 3 มูลค่า 1,700 ล้านบาท และโครงการคอนโดมิเนียมสูงบนถนนสาทรใต้มูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท และยังมีอีก 2 โครงการในหัวหินและเชียงใหม่มูลค่า 1,600 และ 300 ล้านบาทตามลำดับ
“หากพิจารณาจากรายได้ที่เราได้จากธุรกิจบริหารจัดการในปีที่ผ่านมาจะพบว่ามีมูลค่า ถึง 113 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้านี้จะพบว่ามีอัตราการเติบโตถึง 175% เลยทีเดียว เนื่องมาจากโครงการที่เราได้บริหารจัดการ อยู่เดิมมียอดขายที่ดีอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบัน อควาเรียสฯ มีโครงการที่บริหารจัดการอยู่หลายแห่งด้วยกัน อาทิ โครงการ SYM. Condo ของธนาพัฒน์ โครงการ IdEO Mobi พระราม 9 ของอนันดา ดีเวลลอปเมนท์ โครงการ Whizdom Condo Sukhumvit 62-64 ของแมกโนเลีย เป็นต้น
ในส่วนของธุรกิจโรงแรม ShaSa Resort & Residences บนเกาะสมุยนั้น แม้ในช่วงที่ผ่านมาจะได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจในยุโรป เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่ของโรงแรมมาจากประเทศที่อยู่ในยูโรโซน แต่รายได้ในช่วงปีนี้ก็เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 50% โดยในปี 2556 บริษัทฯ ตั้งเป้าที่จะเพิ่มรายได้อีกประมาณ 18% เพื่อให้รายได้ทะลุ 100 ล้านบาทเป็นครั้งแรก ทั้งนี้บริษัทฯ เพิ่งได้รับบริหารการขายและการตลาดให้กับ Villa 360 Phi Phi Island ซึ่งเป็นรีสอร์ทที่ใหญ่และแพงที่สุดบนเกาะพีพี
“ปัจจุบันยังไม่มีบริษัทใดในตลาดที่มีบริการที่ครบวงจรแบบเรา ข้อได้เปรียบอีกอย่างหนึ่งของเราคือการที่เราเป็นดีเวลลอปเปอร์ด้วยทำให้เราเข้าใจและตัดสินใจบนพื้นฐานของความเป็นผู้พัฒนาโครงการ นอกจากนี้ เรายังมีความชำนาญทั้งในด้านการตลาดและการขาย และการประมาณการต้นทุนที่ถูกต้องแม่นยำ ซึ่งทำให้เราได้รับการยอมรับเป็นอย่างดี จากปัจจัยทั้งหมดทั้งมวลทำให้เราวางเป้าการเติบโตในเรื่องของผลประกอบการในปี 2555 – 2556 และอีก 3 ปีข้างหน้าให้มีการเติบโตปีละ 50 %” นายยงยุทธ กล่าวทิ้งท้าย
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ