เซ็นจูรี่ 21ฯ วิเคราะห์แนวโน้มตลาดอสังหาฯ และราคาที่ดินแถบอีสาน ปี2556 มีโอกาสบูม หลังดีเวลลอปเปอร์รายใหญ่ต่างทยอยรุกตลาดโครงการทั้งแนวราบและแนวสูงสู่หัวเมืองใหญ่ในหลายจังหวัด ชี้ขอนแก่นและอุดรธานีมาแรง ราคาที่ดินถนนศรีจันทร์ครองแชมป์ปล่อยขายแล้วไร่ละ 40 ล้านบาท ส่วนอุดรฯรอเจรจายังอีกหลายแปลงเฉลี่ยที่ 20 -40 ล้านบาทต่อไร่
นายกิติศักดิ์ จำปาทิพย์พงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเซ็นจูรี่ 21 เรียลตี้ แอฟฟิลิเอทส์ (ประเทศไทย) จำกัด วิเคราะห์ถึงแนวโน้มการเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์และราคาซื้อ-ขายที่ดินในหัวเมืองจังหวัดต่างๆ ของภาคอีสานว่ามีการเติบโตอย่างรวดเร็วจากเศรษฐกิจการค้าตามแนวชายแดนและแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ตลอดจนในเขตเมือง ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นและมีกำลังซื้อค่อนข้างสูง ทั้งนี้จังหวัดที่น่าจับตามองเป็นพิเศษได้แก่จังหวัดขอนแก่น และอุดรธานี ซึ่งเป็นทำเลที่มีศักยภาพในการพัฒนาสูงมาก และตอบโจทย์การลงทุนสำหรับการเปิดประชาคมอาเซียน (AEC) เนื่องจากเป็นศูนย์กลางของภาคอีสานที่มีทั้งสนามบิน มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล ศูนย์กลางการค้าขาย โรงแรมใหญ่ และห้างสรรพสินค้า ทำให้การพัฒนาด้านอสังหาฯเป็นไปอย่างรวดเร็ว
สำหรับราคาที่ดินในจังหวัดขอนแก่นจากการประเมินราคาในรอบปี 2555-2558 เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 8.42 % เนื่องจากดีมานด์ด้านที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น และดีเวลลอปเปอร์รายใหญ่ อาทิ แสนสิริ พฤกษาฯ แลนด์แอนด์เฮ้าส์ และ ซี.พี.แลนด์ ได้เริ่มเข้ามาพัฒนาโครงการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยการพัฒนาจะมีอยู่ 2 รูปแบบคือ โครงการบ้านเดี่ยว/บ้านแฝด ทำเลจะอยู่บริเวณ ถนนมะลิวัลย์ ถนนเหล่านาดี และถนนศรีจันทร์ โดยราคาเสนอซื้อ-ขายจริง จะอยู่ที่ตารางวาละ 120,000 -150,000 บาท หรือประมาณไร่ละ 48 – 60 ล้านบาท ซึ่งนับว่าเป็นราคาที่ดินที่สูงที่สุดในภาคอีสาน ส่วนการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมจะอยู่บริเวณรอบๆ ห้างเซ็นทรัลฯ เป็นหลัก
“ที่ผ่านมา เราได้ตกลงขายที่ดินไปให้กับดีเวลลอปเปอร์รายใหญ่รายหนึ่ง โดยตกลงซื้อ-ขายที่ไร่ละ 40 ล้านบาท ส่วนบริเวณรอบๆ รัศมีห้างเซ็นทรัลที่ห่างไปสัก 2-3 กิโลเมตร บนถนนศรีจันทร์ ราคาจะตกอยู่ที่ตารางวาละ 37,500 – 50,000 หรือประมาณไร่ละ 15 -20 ล้านบาท” นายกิติศักดิ์กล่าว
ในขณะที่จังหวัดอุดรธานีก็บูมไม่แพ้กัน เนื่องจากได้รับอานิสงค์จากเขตการค้าตามแนวชายแดน และเป็นแหล่งชอปปิ้งแหล่งใหญ่ ทำให้มีนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในจังหวัดเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน จึงเป็นเมืองที่มีโอกาสเติบโตได้อีกมาก โดยราคาประเมินที่ดินเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 61.42%
“ล่าสุดมีดีเวลลอปเปอร์ใหญ่ 2- 3 บริษัทเตรียมซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาแล้ว ซึ่งอยู่ในช่วงเจรจาตกลงราคาอยู่ สำหรับราคาเสนอซื้อ-ขายที่ดินบริเวณ ยูดี ทาวน์ รวมถึงถนนโพศรี ซึ่งเป็นถนนเส้นหลักของอุดรฯ ราคาเริ่มที่ 18 – 22 ล้านบาทต่อไร่ ในขณะที่บริเวณใกล้ห้างเซ็นทรัลราคาจะอยู่ที่ไร่ละ 10 – 40 ล้านบาท ส่วนการพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยว / ทาวน์เฮ้าส์ จะอยู่บริเวณ สำเพ็ง -โบ๊เบ๊อุดร และบริเวณตรงข้ามห้างโฮมโปร และทางด้านถนนมิตรภาพ- หนองคายราคาที่ดินจะตกอยู่ที่ไร่ละ 3- 4 ล้านบาท ซึ่งโดยภาพรวมแล้วที่ดินในอุดรฯ มีแนวโน้มว่าราคาจะปรับตัวสูงขึ้นอีก 20 – 30 % เนื่องจากยังเป็นตลาดใหม่อยู่” นายกิติศักดิ์เสริม
นอกจากนี้ การผลักดันจากทางภาครัฐในโครงการทางพิเศษระหว่างเมือง(มอเตอร์เวย์) สายบางปะอิน – สระบุรี – นครราชสีมา และโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง สาย โคราช – หนองคาย ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญที่เชื่อมต่อขยายไปสู่ภาคอีสานตอนบนได้สะดวกขึ้น ประกอบกับการเปิดการค้าเสรีอาเซียนในปี 2558 จะสามารถผลักดันเศรษฐกิจการค้าและการท่องเที่ยวไปยังประเทศลาว เวียดนาม และ จีนได้อย่างง่ายดาย จึงเป็นที่คาดการณ์ว่าภายในปีหน้าตลาดอสังหาฯ อีสานจะเริ่มคึกคักขึ้นและโตอย่างต่อเนื่อง
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ