ฮวงจุ้ยที่หัวใจ ( ภาค 2 )

28 มิ.ย. 2555

By Punika Thaipitakkul

เมื่อวานนี้มีโอกาสไปฟัง ดร.วรภัทร์  ภู่เจริญ ที่หอประชุมพุทธคยา ชั้น 22 อาคารอัมรินทร์พลาซ่า มาค่ะ เลยขออนุญาตนำมาเล่าสู่กันฟัง

สาระสำคัญที่น่าเอามาย้อนถามตัวเองก็คือ ทุกวันนี้ ที่เราใช้ชีวิตอยู่บนโลกกลมๆ ใบนี้ “เรามีจิตใจที่โล่งสบายแล้วหรือยัง”

น่าคิดเนอะ

บางคนบอกว่า ตนเองรักษาศีล 5 ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ขโมยของใคร ไม่คบชู้ ไม่ผิดลูกผิดเมียใคร ไม่โกหก ไม่ดื่มสุรา ทว่าจิตใจขี้อิจฉา  อิจฉาไปเรื่อย นี่ก็ทำให้จิตใจวุ่นวายซะแล้ว

หรือบางครั้ง คนเราชอบพิพากษา ตัดสิน ว่าอันนี้ไม่ดี อันนี้ดี อันนี้ถูก อันนี้ผิด อันนี้เลว อันนี้ชั่ว มัวแต่ไปวิจารณ์ว่าคนนั้น คนนี้ สิ่งนั้น สิ่งนี้ ว่าดีไม่ดีอย่างไร

แล้วเคยย้อนเข้ามาดูที่ใจของตนเองบ้างหรือไม่ ว่าตอนที่ไปว่าเขา ตัดสินเขานั้นน่ะ จิตใจตัวเองเป็นอย่างไร ใจรุ่มร้อนไหม ใจวุ่นวายหรือเปล่า  ฟุ้งซ่านไปแค่ไหน

หากพบใครที่เขาทำตัวไม่ดีเท่าไร แล้วเราไปบอกว่า ไอ้นี่มันชั่ว ก่อนอื่นเราก็ต้องด่าตัวเองก่อนแล้วละว่า เราก็ชั่วเหมือนกันที่ไปว่าเขาน่ะ

อาจารย์พูดไว้น่านำไปพิจารณาให้แยบคายว่า  บางทีคนที่เขาทำตัวไม่น่ารัก ทำตัวให้เรารู้สึกโกรธ โมโห  คนที่มาด่าว่า นินทาเรา ฯลฯ  จริงๆ ต้องขอบคุณเขานะคะ เพราะเขาเป็นคนที่มาทำหน้าที่สอบอารมณ์  ให้เราพิจารณาเข้ามาดูที่ใจของเราว่ารู้สึกเช่นไร

อย่าไปตัดสินว่าเขา เป็นคนไม่ดีเลยดีกว่า  สิ่งสำคัญคือให้มองย้อนเข้ามาสำรวจใจตัวเองดีกว่า ว่าใจเราเป็นเช่นไร ใจเรารุ่มร้อนไปกับเรื่องเหล่านั้นหรือเปล่า เขาทำอะไรลงไป แล้วเราไปมีอารมณ์ร่วมไปกับเรื่องที่เขาทำ เลยพาลทำให้ใจเศร้าหมองไปด้วยหรือไม่

เพราะตอนที่เราคิดจะไปว่าเขา หรือว่าเขาเข้าไปแล้วเนี่ย ใจเราก็ไม่สบายแล้วละนะ

“รู้กาย ทำใจสบายๆ ระวังความคิดจร” นี่แหละคือสิ่งที่อาจารย์ชี้แนะมาให้หมั่นไปพิจารณาตัวเอง

รู้กาย คือ การที่เรามีสติในการเคลื่อนไหว จะหยิบ จับ เดิน เหิน ทำอิริยาบถใดก็ให้มีความรู้ตัวทั่วพร้อม ไม่ใช่เดินอยู่ แต่กลับไปคิดเรื่องอื่นๆ สติก็ไม่อยู่ที่ขาที่ก้าวเดิน อันนี้ก็ไม่ได้รู้กายแล้ว ที่ต้องทำคือ เมื่อเราก้าวเดินก็ให้มารู้อยู่ที่ขาขวา ขาซ้ายที่ย่าง และเหยียบลงไปแต่ละก้าว รู้สัมผัสเย็นร้อนอ่อนแข็งที่กระทบตรงฝ่าเท้า

หรือเวลาจะกิน จะขยับตัวก็ให้มีสติอยู่ในอิริยาบถที่ทำ  เวลามือขยับ รู้ตัวอยู่ไหมว่ามือขยับ ฯลฯ

แต่ตรงนี้ ต้องระวังว่า อย่าเอาความคิดไปรู้แทนกาย เพราะคนเราถูกฝึกให้ใช้ความคิด จนชิน บางทีชอบเอาความคิดไปรู้แทน   ดังนั้นเราต้องมาฝึกให้กายรู้กายตามความเป็นจริง เวลาร้อน เวลาเย็นก็ให้รู้ที่ผิวหนังจริงๆ  เวลาก้าวขา ก็ให้ความรู้สึกที่ขาได้รู้จริงๆ 

เมื่อเราฝึกกาย ให้รู้กาย ได้ดีขึ้น ต่อไปเราก็จะรู้จัก ความคิด และจิตใจ ได้ดียิ่งขึ้น

เพราะ “ความคิด” และ “จิตใจ” มันเป็นคนละสิ่ง แต่ปัญหาคือพวกเราชอบมั่ว เอาความคิดปนกับจิตใจ จนเป็นเนื้อเดียวกัน แยกไม่ออก

หยุดคิดในเรื่องที่ทำให้จิตเกิดอกุศล แต่ให้หัดใช้กายมารู้กาย ให้มากขึ้น

สังเกตสิคะ เวลาถ้าเราคิดเรื่องอะไรสักเรื่องแล้วใจมันป่วย ใจมันเศร้า ใจมันเริ่มโกรธ นี่เรียกว่า  เริ่มเกิดจิตอกุศลแล้วละ ทางแก้คือ ให้หยุดคิดเรื่องนั้น แล้วกลับมารู้การเคลื่อนไหวของร่างกายจะเป็นทางแก้

ก็เพราะความคิดนี่แหละที่ทำให้คนทุกข์ โดนความคิดหลอกให้ใจเศร้าหมอง ฟุ้งซ่านมานักต่อนัก

วิธีง่ายๆ ว่า ความคิดทำให้จิตมีปัญหาหรือไม่นั้น ให้ดูที่กายค่ะ เพราะกายมันฟ้องตลอดว่าเราใจสงบหรือไม่สงบ สังเกตง่ายๆ เวลาคิดอะไรขึ้นมาแล้วเกิดจิตโกรธ หัวใจมันจะเต้นเร็ว หน้าจะร้อน ตัวจะร้อน นี่แหละกายฟ้องแล้วว่าจิตเกิดอาการ

หรือเห็นผู้ชายหล่อๆ ล่ำๆ ( อิอิ) หรือผู้หญิงสวยๆ แล้วใจมันเต้นเร็ว รู้สึกตัวร้อนๆ บ้างหรือเปล่า ฮา ฮา ฮา   นี่แหละ จิตเกิดอาการแล้วแต่บางทีเราไม่รู้ตัว  ทางที่ดีคือ ตอนนั้นหากคิดอะไรอยู่รีบหยุดคิดซะนะ แล้วกลับมากำหนดรู้ที่กาย

“สติ” จากการที่รู้การเคลื่อนไหว และการเปลี่ยนแปลงของกายนี้แหละ จะช่วยให้เรากลับมาอยู่กับปัจจุบัน และไม่ทุกข์เพราะความคิด

ฝึกๆๆๆๆ กันไปนะคะ  ดาด้าเองก็ยังต้องฝึกอีกเยอะ  เรามาเป็นกัลยาณมิตรช่วยเตือนใจในการฝึกสะสมสติด้วยกัน

ต้องขอขอบพระคุณอาจารย์วรภัทร์ ภู่เจริญ กับธรรมบรรยายในครั้งนี้ ที่ทำให้มีเรื่องราวมาฝากกันวันนี้   อาจารย์บรรยายได้ชัดเจนแจ่มแจ้งกว่าที่เขียนเยอะนัก  บางส่วนบางตอนในเรื่องราววันนี้ ดาด้าก็ยกตัวอย่างเอง อะไรเอง (อย่างเช่นเรื่องเห็นผู้ชายหล่อๆ ล่ำๆ แล้วจิตเกิดอาการหรือเปล่า ฮา ฮา ฮา )  เพื่อประกอบการอธิบายบ้างอะไรบ้างนะคะ

จะให้ชัดเจน เข้าใจ ต้องลงมือปฏิบัติเอง และลองแวะไปหาธรรมะดีๆ ที่เฟสบุ๊คของอาจารย์ ที่นี่ค่ะ
https://www.facebook.com/groups/199433753413729/428069850550117/?ref=notif¬if_t=group_comment_reply#!/woraphatFC

นี่แหละฮวงจุ้ยที่หัวใจของจริง  ( แต่ต้องกลับมารู้ รู้ รู้ที่กายก่อนนะ )

ขอให้ทุกคนมีกำลังในการฝึกสติกันมากๆ นะคะ แล้วตอนนั้น ฮวงจุ้ยที่ใจก็จะสว่างสดใส

ขอให้โชคดีกันทุกคน

หมายเหตุ:  ภาพที่เห็นคือ รูปปั้นพระโพธิสัตว์ ที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ  สวนรถไฟ กรุงเทพฯ

เขียนความเห็น