ณุศาศิริไม่หวั่น แม้ยอดขายรวมปีนี้จะต่ำกว่าเป้าเล็กน้อย กองทุนจากแดนลอดช่องจ่อร่วมลงทุน แย้มปี 57 เตรียมผุดโครงการใหม่อย่างน้อย 2 โครงการ
นายวิษณุ เทพเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) หรือ NUSA เปิดเผยว่าในปีนี้บริษัทคาดว่าจะรับรู้รายได้จากการขายคิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 1,545 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าเป้าเดิมที่ตั้งไว้เมื่อต้นปีที่ 2,000 ล้านบาท โดยเป็นการรับรู้รายได้จากโครงการ PARC EXO เกษตร-นวมินทร์, โครงการ My Ozone เขาใหญ่, โครงการณุศา ชีวานี พัทยา และโครงการแนวราบที่มีอยู่เดิม ทั้งนี้ รายได้จาการขายดังกล่าวคิดเป็นอัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 184.53% เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้านี้ซึ่งมีรายได้จากการขายอยู่ที่ 543 ล้านบาท
“อัตราการเติบโตของยอดขายปีนี้อยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ แม้จะคลาดเคลื่อนจากเป้าหมายที่วางไว้เล็กน้อย เนื่องจากเกิดความล่าช้าในการส่งมอบงานก่อสร้างโครงการ PARC EXO รวมถึงปัจจัยอื่นๆ เช่น นโนบายการปล่อยสินเชื่อของธนาคาร แต่เราคาดว่ารายได้จะยังเติบโตได้ค่อนข้างดี โดยรายได้ส่วนใหญ่จะมาจากโครงการ PARC EXOและ My Ozone ที่จะรับรู้รายได้ในช่วงปลายปี อย่างไรก็ตาม ในส่วนของโครงการที่มีความล่าช้าออกไปจะส่งผลดีต่อการรับรู้รายได้ของปี 2557 ตั้งแต่ช่วงต้นปีเป็นต้นไป ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีสินค้ารอรับรู้รายได้ หรือ backlog อยู่ที่ประมาณ 3,400 ล้านบาท” นายวิษณุ กล่าว
สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2557 นายวิษณุเผยว่าบริษัทจะเปลี่ยนรูปแบบการก่อสร้างจากที่เน้นการก่อสร้างด้วยระบบพรีคาสท์มาเป็นการขายที่ดินเปล่าให้กับลูกค้า โดยเฉพาะที่ดินในย่านพระราม 2 ซึ่งมีอยู่ 360 ไร่และยังมีเหลือขายจากเฟสแรกเกือบ 200 ไร่ เนื่องจากเป็นโครงการบ้านขนาดใหญ่ที่มีรายละเอียดการก่อสร้างเยอะ หากสร้างก่อนแล้วค่อยขายจะทำให้การรับรู้รายได้ช้าลง
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนรุกตลาดจังหวัดหัวเมืองท่องเที่ยวมากขึ้นเพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าระดับกลางบนที่มีกำลังซื้อ รวมทั้งตลาดลูกค้าชาวต่างชาติ โดยปัจจุบันบริษัทมีโครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนาใน 2 เมืองท่องเที่ยวใหญ่อย่างพัทยา และเขาใหญ่ ขณะเดียวกัน บริษัทยังมีแผนที่จะเพิ่มประสิทธิภาพการก่อสร้างโครงการต่างๆ ให้มีความรวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรหลายราย เพื่อร่วมกันดำเนินการ
ทั้งนี้ บริษัทมีแผนที่จะทำการเพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 1,000 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 1,000 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท โดยแบ่งเป็นการเสนอขายให้กับนักลงทุนแบบเฉพาะเจาะจง (Private Placement) จำนวนไม่เกิน 400 ล้านหุ้น และหุ้นกู้แปลงสภาพ (Convertible Debenture) ที่ออกให้ผู้ลงทุนในต่างประเทศโดยเฉพาะเจาะจง จำนวน 600 ล้านหุ้น วงเงินไม่เกิน 700 ล้านบาท เพื่อใช้รองรับในกรณีที่บริษัทต้องการสภาพคล่องเพื่อการลงทุน โดยขณะนี้มีทุนจากประเทศสิงคโปร์อย่าง AO Fund ซึ่งเป็นกองทุนที่เน้นลงทุนระยะยาวในบริษัทที่มีศักยภาพ อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย ออสเตรเลีย และไทย ให้ความสนใจ
โดยบริษัทจะนำเงินที่ได้จากการออกและเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพมาใช้สำหรับเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันจำนวน 10 โครงการ และนำไปใช้เป็นเงินลงทุนสำหรับโครงการใหม่ที่จะเกิดขึ้น
ด้านนางศิริญา เทพเจริญ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาด บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าในปี 2557 นี้ บริษัทมีแผนงานเบื้องต้นที่จะลงทุนในโครงการใหม่จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ โครงการเดอะเลค โคโม่ (The Lake Como) และ ณุศา ชีวานี พระราม 2 มูลค่าโครงการรวมกว่า 3,000 ล้านบาท โดยทั้ง 2 โครงการบริษัทมีที่ดินในมือเพื่อรอการพัฒนาอยู่แล้ว
สำหรับความคืบหน้าของโครงการสวนน้ำ ”ณุศา เวอเตอร์แลนด์” ในพัทยานั้น การก่อสร้างในเฟส 1 ซึ่งมีมูลค่าการลงทุน 800 ล้านบาท จะเริ่มในช่วงปลายไตรมาส 1/ 2557 โดยจะใช้เวลาก่อสร้างราวๆ 1.5 ปี นอกจากนี้ภายในโครงการยังพัฒนาเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาวสูง 14 ชั้น บนเนื้อที่ 30 ไร่ มูลค่า 6,000 ล้านบาท ในชื่อ Hotel D’Aqua เป็นโรงแรมรูปแบบคอนโดเทลที่เปิดให้ผู้ซื้อสามารถเป็นเจ้าของโรงแรมได้ โดยรับประกันรายได้ 3 ปี ผลตอบแทนขั้นต่ำ 5% ห้องขนาดเริ่มต้นตั้งแต่ 35 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 3.5 ล้านบาท โดยผู้ซื้อจะได้สิทธิเข้าพัก 30 วันต่อปี
ภาพ: ภาพจำลองโครงการคอนโดเทล Hotel D’Aqua ในพัทยา
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ