เมืองไทยฮอตในหมู่แบรนด์แฟชั่นอินเตอร์

28 พ.ย. 2556

ซีบีอาร์อีเผยแบรนด์แฟชั่นอินเตอร์พากันแห่เข้ามาเปิดตลาดในเมืองไทยเพิ่มมากขึ้น รับตลาดรีเทลที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
 
การเข้ามาตีตลาดของแบรนด์แฟชั่นทั้งในระดับบนและฟาสต์แฟชั่น (Fast fashion) ดังกล่าวมาในรูปแบบที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นช็อปของตัวเอง แฟรนไชส์ หรือมาในรูปแบบของตัวแทนจำหน่าย  
 
นางสาวจริยา ถ้ำตรงกิจกุล ผู้จัดการอาวุโสแผนกจัดหาพื้นที่ค้าปลีก ซีบีอาร์อี ประเทศไทย เปิดเผยว่าในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมา แบรนด์อินเตอร์ที่เข้ามาขยายฐานธุรกิจในเมืองไทย อาทิ การเปิดช็อปที่ 4 ของคริสเตียน ดิออร์ (Christian Dior)ที่สยามพารากอน, ช็อปที่ 2 ของทอรี่ เบิร์ช (Tory Burch) ที่ดิ เอ็มโพเรียม และช็อปแห่งแรกของ มิว มิว (Miu Miu) ในขณะที่ เอชแอนด์เอ็ม (H&M) ก็มาเปิดแฟลกชิพสโตร์ที่เซ็นทรัลเวิลด์ 
 
จากรายงานตลาดพื้นที่ค้าปลีกล่าสุด พบว่าอัตราการเช่าพื้นที่ค้าปลีกในกรุงเทพฯ ณ ไตรมาส 3/2556 อยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูงที่ 95.4%  ในขณะที่ซัพพลายพื้นที่ค้าปลีกที่มีอยู่ในตลาดปัจจุบันอยู่ที่ 6.28 ล้านตารางเมตรเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาราว 2.6%  
 
โดยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ จะมีศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าแล้วเสร็จเพิ่มอีกประมาณ 120,000 ตารางเมตรทำให้ซัพพลายของพื้นที่ค้าปลีกในตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 6.39 ล้านตารางเมตรภายในสิ้นปี 2556 นี้
 
เมื่อมองถึงภาพรวมของตลาดในเอเชียแปซิฟิกจะพบว่าดีมานด์ในการเช่าพื้นที่ค้าปลีกส่วนใหญ่มาจากบรรดาผู้ประกอบการธุรกิจฟาสต์แฟชั่น (แบรนด์เสื้อผ้าอย่าง H&M หรือ Forever21 เป็นต้น) โดยผู้ประกอบการในธุรกิจดังกล่าวมักขยายธุรกิจไปสู่ตลาดใหม่ๆ ด้วยการเปิดแบรนด์ลูก โดยเฉพาะในประเทศที่แบรนด์นั้นๆ เป็นที่รู้จักอยู่แล้ว ซึ่งฟาสต์แฟชั่นนั้นไม่ได้จำกัดเฉพาะแบรนด์เสื้อผ้าเท่านั้น แต่รวมไปถึงแบรนด์เครื่องสำอาง โดยเฉพาะจากญี่ปุ่นและเกาหลีที่มีการขยายตลาดไปทั่วภูมิภาคอย่างรวดเร็ว 
 
Average Retail Rental Change in Asia Pacific - Q3/2013 
 
ในขณะที่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดีมานด์ในเทรนด์แฟชั่นและการแต่งกายของลูกค้าในกลุ่มชนชั้นกลางที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นปัจจัยที่ดึงให้บรรดาผู้ประกอบการฟาสต์แฟชั่นเข้ามาสู่ตลาดในภูมิภาคนี้เพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดังจะเห็นได้จากในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมา H&M ได้เข้าไปเปิดสโตร์แห่งแรกในจาการ์ต้าเมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมาหลังจากที่ไปเปิดแฟลกชิพสโตร์ที่กรุงเทพฯ ก่อนหน้านั้นได้ไม่นาน ในขณะที่ Zara ได้เข้าไปเปิดสโตร์แห่งแรกในฮานอย อีกทั้งยังไปเปิดเอาท์เล็ตแห่งแรกให้กับแบรนด์ลูกอย่าง Bershka และ Stradivarius ในมะนิลา 
 
นายเซบาสเตียน สคิฟ ผู้อำนวยการแผนกจัดหาพื้นที่ค้าปลีก ซีบีอาร์อี เอเชีย มองว่าดีมานด์ในพื้นที่ค้าปลีกในภูมิภาคนี้จะยังคงโตอย่างต่อเนื่อง โดยดีมานด์ส่วนใหญ่จะมาจากแบรนด์ที่เจาะกลุ่มลูกค้าแมสและระดับกลางที่มีกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นผู้บริโภคในจีนและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
 
ทั้งนี้ ซีบีอาร์อีคาดว่าตลาดพื้นที่ค้าปลีกมีแนวโน้มที่จะยังคงความคึกคักต่อไปในช่วง 3-6 เดือนต่อจากนี้เนื่องจากมีดีมานด์อย่างต่อเนื่อง  โดยเฉพาะในตลาดน้องใหม่ที่กำลังมาแรงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างกรุงเทพฯ มะนิลา และจาการ์ต้า ในขณะที่อัตราค่าเช่าก็มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เช่นเดียวกับการแข่งขันอย่างดุเดือดในการแย่งชิงพื้นที่ค้าปลีก
 
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com   
 
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่  
 
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ  
เขียนความเห็น