โจนส์แลงลาซาลล์คาดตลาดโรงแรมในเมืองท่องเที่ยวหลักๆ ของไทยในปี 2556 จะยังคงความคึกคัก เนื่องจากนักลงทุนเล็งเห็นโอกาสที่โรงแรมในไทยจะมีผลประกอบการที่ดีขึ้น หลังภาคธุรกิจท่องเที่ยวฟื้นตัวต่อเนื่อง ตามรายงานฉบับพิเศษในหัวข้อ “Spotlight on Thailand — Hotel Investment Market” ซึ่งจัดทำโดยหน่วยธุรกิจบริการภาคโรงแรมและการท่องเที่ยวของโจนส์ แลง ลาซาลล์
นายไมค์ แบทเชเลอร์ กรรมการผู้จัดการ ด้านการลงทุนภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก หน่วยธุรกิจบริการภาคโรงแรมและการท่องเที่ยวของโจนส์ แลง ลาซาลล์ กล่าวว่า ตลาดการลงทุนซื้อขายโรงแรมของในเมืองท่องเที่ยวหลักๆ ของไทย อาทิ ภูเก็ตและกรุงเทพฯ ในปีที่ผ่านมา มีความคึกคักแบบเหนือความคาดหมาย โดยเฉพาะในจังหวัดภูเก็ตที่มีรายการซื้อขายโรงแรมที่มีมูลค่าสูงกว่า 1,000 ล้านบาทเกิดขึ้นมากถึง 4 รายการ
โรงแรมล่าสุดที่มีการซื้อขายในภูเก็ต คือโรงแรมบุณฑริกา วิลล่า ริมหาดลายัน ด้วยมูลค่าการซื้อขายราว 1,100 ล้านบาท ซึ่งรวมค่าซื้อโรงแรมและค่าพัฒนาปรับปรุง ส่วนรายการลงทุนอีก 3 รายการได้แก่ โรงแรมโมเวนพิค รีสอร์ท แอนด์ สปา กะรน บีช ภูเก็ต, โรงแรมเอวาซอน ภูเก็ต &บอนไอส์แลนด์ และโรงแรมลากูนา บีช รีสอร์ท ซึ่งทั้งหมดมีมูลค่ารวมกันสูงกว่า 8,000ล้านบาท โดยโรงแรมโมเวนพิค รีสอร์ท แอนด์ สปา กะรน บีช ภูเก็ต เป็นรายการซื้อขายที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประเทศไทยในปี 2555 คือ 2.87 พันล้านบาท
รายงานฉบับดังกล่าวยังระบุด้วยว่า ในปีที่ผ่านมา ยังมีการลงทุนซื้อขายโรงแรมเกิดขึ้นหลายรายการในกรุงเทพฯ และพัทยา อาทิ สิริ สาทร ซึ่งเป็นเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ขนาด 111 ห้องพักในย่านศาลาแดงของกรุงเทพฯ เข้าซื้อโดยกลุ่ม HKR International อย่างไรก็ดี การซื้อขายโรงแรมที่เกิดส่วนใหญ่ทั้งในกรุงเทพฯ และพัทยา รวมถึงเมืองอื่นๆ ในประเทศไทย เป็นการซื้อขายกันเองโดยตรงระหว่างนักลงทุนและเจ้าของโรงแรม จึงไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดต่อสาธารณะ
“การลงทุนซื้อขายโรงแรมในเมืองไทยเป็นไปอย่างคึกคักเนื่องจากราคาขายอยู่ในระดับที่ไม่สูงจนเกินไป จึงเป็นที่สนใจในหมู่นักลงทุน โดยผลตอบแทนที่ได้รับจะอยู่ประมาณ 7-9% โดยเราคาดว่าตลาดโรงแรมของไทยจะยังคงมีแนวโน้มที่ดีต่อไป เนื่องจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยได้ฟื้นตัวขึ้นแล้ว หลังจากที่เคยได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์ทางการเงินโลกและความผันผวนทางการเมือง” นายแบทเชเลอร์กล่าว
ตามรายงานจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จำนวนชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยขยายตัวเพิ่มขึ้นจาก 14.6 ล้านคนในปี 2552 เป็น 19.1 ล้านคนในปี 2554 และเพิ่มขึ้นเป็น 22.3 ล้านคนในปี 2555 ที่ผ่านมา โดยคาดว่า จำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเมืองไทยในปีนี้น่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 24.5 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้นราว 23.5%
ทั้งนี้ ในช่วงระหว่างปีนี้จนถึงปี 2558 ซึ่งเป็นการเริ่มต้นของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะมีจำนวนโรงแรมเกิดขึ้นใหม่ทั้งในกรุงเทพฯ และภูเก็ตจำนวนกว่า 10,000 ยูนิต โดยนายแบทเชเลอร์กล่าวว่า “ปีนี้น่าจะเป็นอีกปีหนึ่งที่ตลาดการลงทุนซื้อขายโรงแรมในไทยในมีความคึกคักสูง ดูได้จากการที่ปัจจุบันมีโรงแรมหลายแห่งกำลังอยู่ในระหว่างการเจรจาซื้อขายในตลาดโรงแรมหลักๆ ของไทย ได้แก่ ภูเก็ต กรุงเทพฯ พัทยา สมุย และเชียงใหม่ ในขณะที่เราเองก็เป็นตัวแทนขายโรงแรมในภูเก็ตสองแห่ง ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นดีลที่ได้รับอานิสงส์จากบีโอไอที่เปิดโอกาสให้ต่างชาติสามารถถือครองกรรมสิทธิ์ส่วนใหญ่ได้”
นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีแผนที่จะเปิดให้มีการจัดตั้งทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Investment Trusts) ขึ้นในปีนี้ ซึ่งจะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่เปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติสามารถเข้ามาลงทุนในประเทศไทยได้ โดยคาดว่าจะสามารถดึงดูดให้ชาวต่างชาติเข้ามาลงทุนและช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของไทย รวมทั้งอสังหาริมทรัพย์ประเภทโรงแรมด้วย
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ