ตลาดสร้างบ้านช่วงต้นปีโตเกินคาด

27 ก.พ. 2556

 
พีดีเฮ้าส์ เผยตลาดรับสร้างบ้านบ้าน 2 เดือนแรกดีเกินคาด เชื่อไตรมาสแรกยอดขายบ้านโตกว่าร้อยละ 30 เมื่อเทียบกับไตรมากแรกปีก่อน พร้อมตั้งเป้าแชร์ส่วนแบ่งตลาดปีนี้ 1,500 ล้านบาท พร้อมวอนผู้ว่า กทม.คนใหม่แก้ปัญหาเงินใต้โต๊ะใบอนุญาตก่อสร้าง  
 
นายพิศาล ธรรมวิเศษ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท พีดีเฮ้าส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือศูนย์รับสร้างบ้านพีดีเฮ้าส์ กล่าวว่าในช่วงสองเดือนของไตรมาสแรกปี2556นี้ พบว่ายอดขายบ้านจาก 33 สาขาทั่วประเทศเติบโตได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก หรือเติบโตกว่าร้อยละ 30 เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้เป็นผลมาจาก4ปัจจัยหลัก ได้แก่  การขยายฐานตลาดรับสร้างบ้านของบริษัทฯ ออกไปยังพื้นที่ต่างจังหวัดมากขึ้น, ความเชื่อมั่นและกำลังซื้อฟื้นตัวโดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล, เทรนด์บ้านประหยัดพลังงานมาแรง และภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านปีนี้แข่งขันไม่รุนแรงเนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังกังวลกับปัญหาแรงงานขาดแคลน โดยเฉพาะรายที่ยังใช้ระบบก่อสร้างแบบเดิม (หล่อในที่) เพราะต้องพึ่งพาแรงงานจำนวนมาก
 
“ปีนี้ เราประเมินว่ามูลค่ารวมของตลาดรับสร้างบ้านจะอยู่ที่ประมาณ 9,500-10,000 ล้านบาท โดยมีบริษัทรับสร้างบ้านที่มีรูปแบบชัดเจนและแข่งขันอยู่ในตลาดจำนวน 114 ราย ทั้งนี้ในส่วนของ พีดีเฮ้าส์ เองตั้งเป้าแชร์ส่วนแบ่งตลาดหรือมียอดขายบ้านรวมทุกสาขาทั่วประเทศ 1,400-1,500 ล้านบาท โดยคาดว่าจะเป็นยอดขายจากสาขาในต่างจังหวัดร้อยละ 75 หรือประมาณ 1,100 ล้านบาทเศษ และยอดขายจากสาขาในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลประมาณร้อยละ 25 หรือประมาณเกือบ 400 ล้านบาท ในปัจจุบันเรามีสาขาเปิดให้บริการจำนวน 33 สาขา และมีแผนที่จะขยายสาขาเพิ่มในปีนี้อีก 4-5 สาขา เช่น กาญจนบุรี ชุมพร ร้อยเอ็ด ฯลฯ เป็นต้น” นายพิศาลกล่าว
 
สำหรับการรับมือกับปัญหาขาดแคลนแรงนั้น บริษัทฯ ได้นำระบบก่อสร้างสำเร็จรูป หรือพรีแฟบ (Prefab) มาใช้ในการก่อสร้างบ้านทุกหลังทำให้สามารถสร้างบ้านต่อปีได้มากขึ้นและทำให้บริษัทฯ มีความได้เปรียบในการบริหารต้นทุนก่อสร้าง ต้นทุนค่าดำเนินงานรวมทั้งค่าการตลาดโดยเฉลี่ยต่ำกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งขันที่ใช้การก่อสร้างระบบเดิม (หล่อในที่) ซึ่งใช้ระยะเวลาก่อสร้างต่อหลังนานกว่าและต้องใช้แรงงานจำนวนมาก 
 
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีแผนจะพัฒนาระบบก่อสร้างบ้านที่ลดการใช้แรงงานคนลง โดยจับมือกับพันธมิตรที่เชี่ยวชาญระบบก่อสร้างสำเร็จรูป รวมทั้งเพื่อจะรุกขยายตลาดรับสร้างบ้านทั้งในประเทศและอาเซียนต่อไปในอนาคต
 
นายพิศาล กล่าวต่อว่า สำหรับการเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพมหานครที่จะมีขึ้นเร็วๆ นี้ นอกจากปัญหาของชาวกรุงเทพฯ ตามที่ประชาชนทั่วไปเรียกร้องให้เข้ามาแก้ไข อย่างเช่น การจราจร ยาเสพติด รถเมล์สาธารณะ ฯลฯ เป็นต้นแล้ว โดยส่วนตัวอยากให้ผู้ว่าฯ เข้ามาแก้ปัญหาการออกใบอนุญาตก่อสร้างให้เร็วขึ้น เพราะความล่าช้าดังกล่าวมีผลเสียต่อธุรกิจและเศรษฐกิจ รวมถึงการเรียกรับเงินใต้โต๊ะจากการออกใบอนุญาตก่อสร้างและการออกเลขที่บ้านให้ประชาชน ที่สำคัญคือ การสมยอมให้ให้ผู้ประกอบการหรือผู้ขออนุญาตก่อสร้างอาคารผิดไปจากแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตก่อสร้าง ซึ่งส่งผลต่อสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยและก่อให้เกิดปัญหาสังคมตามมา จึงขอฝากถึงว่าที่ผู้ว่ากรุงเทพฯ ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ด้วย
 
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่
 
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ    
เขียนความเห็น