โพลชี้หัวหน้าครอบครัวในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลเกินกว่าครึ่งมีภาระหนี้สิน เผยยิ่งรายได้ต่อเดือนสูง อัตราหนี้ก็ยิ่งพุ่งสูง และกว่าร้อยละ 60 เป็นหนี้ในระบบ
นางสาวปภาดา ชินวงศ์ ผู้จัดการโครงการเปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจเรื่องภาระหนี้สินของประชาชน กรณีศึกษา หัวหน้าครัวเรือนที่มีอายุ 25-60 ปี ที่อาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้แก่ นนทบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี จำนวน 1,205 ตัวอย่างโดยได้ดำเนินการสำรวจในช่วงเดือนกรกฎาคม 2556 ที่ผ่านมา พบว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 61 มีภาระหนี้สินที่ต้องผ่อนชำระเมื่อเทียบกับรายได้ในแต่ละเดือน
โดยตัวอย่างร้อยละ 30.6 ระบุต้องผ่อนชำระร้อยละ 26 -50 ของรายได้ต่อ มีเพียงร้อยละ 39 ของกลุ่มตัวอย่างที่ไม่มีหนี้สินที่ต้องผ่อนชำระ
นอกจากนี้ ตัวอย่างกว่าร้อยละ 60 ระบุว่าหนี้สินที่มีนั้นเป็นหนี้ในระบบ รองลงมา คือ หนี้นอกระบบ และหนี้ทั้งในระบบและนอกระบบ ตามลำดับ ทั้งนี้เมื่อพิจารณาจำแนกตามรายได้ส่วนตัวต่อเดือน พบว่า เมื่อกลุ่มตัวอย่างมีรายได้เพิ่มขึ้น ก็จะมีหนี้สินเพิ่มขึ้นตาม โดยกลุ่มที่มีรายได้มากกว่า 50,000 บาทต่อเดือน มีหนี้สินสูงถึงร้อยละ 80 ขณะที่กลุ่มที่มีรายได้ น้อยกว่า 10,000 บาทต่อเดือน มีหนี้สินร้อยละ 50 แต่มีข้อน่าสังเกตว่าเกือบครึ่งหนึ่งที่เป็นหนี้สินนอกระบบ
สำหรับแหล่งกู้ยืมของบรรดาลูกหนี้ ส่วนใหญ่จะกู้ยืมเงินจากธนาคารพาณิชย์ รองลงมาคือ ธนาคารของรัฐ หนี้กับบัตรเครดิต สินเชื่อเงินด่วน/เงินสด ตามลำดับ
สำหรับรูปแบบการกู้นอกระบบของกลุ่มตัวอย่าง พบว่า ร้อยละ 57.6 กู้ยืมจากนายทุน รองลงมา คือ พ่อแม่ ญาติพี่น้อง และเพื่อน โดยมีอัตราดอกเบี้ยสูงสุดร้อยละ 20 บาท/เดือน
เมื่อสอบถามถึงประเภทหนี้สินที่ต้องผ่อนชำระ พบว่า ผู้มีรายได้น้อยกว่า 30,000 บาทส่วนมากมีภาระหนี้สินที่ต้องผ่อนชำระ คือ เรื่องค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ อาหาร เป็นต้น และการกู้ยืม/หนี้สิน ในการประกอบอาชีพ ประกอบธุรกิจ
ในขณะที่ผู้มีรายได้ 10,000-30,000 หรือร้อยละ 1 ใน 5 ของตัวอย่างระบุมีหนี้สินต้องผ่อนรถยนต์คันแรก ตามนโยบายของรัฐ ขณะที่ผู้ที่มีรายได้ 30,001 บาทขึ้นไประบุมีหนี้สินต้องผ่อนรถยนต์และบ้านที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการ
นอกจากนี้ ตามการรับรู้ของกลุ่มตัวอย่างที่มีต่อกฎหมายควบคุมธุรกิจทวงหนี้ พบว่า ลูกหนี้เพียงร้อยละ 42.2 รู้จักกฎหมายดังกล่าว ส่วนสิ่งที่กลุ่มตัวอย่างอยากให้รัฐบาลเข้ามาแก้ไข คือ ปัญหาเรื่องหนี้สินนอกระบบ โดยเฉพาะเรื่องดอกเบี้ยที่ไม่ควรเกินกฎหมายกำหนด รองลงมา คือ จัดตั้งสถาบันการเงินเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย และเพิ่มบทลงโทษในตัวกฎหมาย ควบคุมเจ้าหนี้ ตามลำดับ
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ