คอนโดฯหรูดึงมาเซอร์ราติจัดแคมเปญซื้อห้องแถมรถ

21 ส.ค. 2556

เดอะ สุโขทัย เรสซิเดนซ์เซสจัดแคมเปญเด็ดดันยอดขายกว่า 30 ยูนิตสุดท้าย จับมือมาเซอร์ราติซื้อคอนโดฯ แถมรถหรู คาดจะสามารถปิดยอดขายได้ภายในสิ้นปีนี้ 
 
วิเวียน ซี ผู้อำนวยการฝ่ายขาย และการตลาดของ บริษัท เอชเคอาร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (เอเชีย แปซิฟิก) จำกัด ผู้พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม เดอะ สุโขทัย เรสซิเดนซ์เซส เปิดเผยว่าบริษัทได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับบริษัท เอ็มไพร์ มอเตอร์ สปอร์ต จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์แบรนด์ดังของอิตาลี “มาเซอร์ราติ” (Maserati) ในการจัดแคมเปญขายห้องชุดล็อตสุดท้ายของโครงการซึ่งมีจำนวนกว่า 30 ยูนิต ด้วยการมอบรถมาเซอร์ราติ รุ่นควอตโตรปอร์เต้ จีทีเอส (MASERATI QUATTROPORTE GTS) พร้อมทริปพิเศษชั้นนักธุรกิจเพื่อบินไปชมโรงงานผลิต และพิพิธภัณฑ์ของมาเซอร์ราติที่เมืองโมดีนา ประเทศอิตาลี รวมมูลค่า 15.1 ล้านบาทให้กับผู้ซื้อห้องชุดประเภทสกาย วิลล่าส์ หรือเพนท์เฮ้าส์ และส่วนลดพิเศษสำหรับผู้ซื้อห้องชุดประเภทอื่นๆ ตั้งแต่วันนี้- 30 กันยายน 2556 ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่แบรนด์รถหรูดังของอิตาลีได้เข้ามาร่วมจัดเคมเปญกับโครงการที่อยู่อาศัยในเมืองไทย
 
โครงการเดอะ สุโขทัย เรสซิเดนซ์เซส เป็นคอนโดมิเนียมหรูระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่แบบฟรีโฮลด์ความสูง 41 ชั้น พัฒนาโดยบริษัท เกรส ไอวอรี่ จำกัดในเครือ เอชเคอาร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ตั้งอยู่บนพื้นที่ 6 ไร่ติดกับโรงแรมสุโขทัย บนถนนสาทรใต้ ประกอบด้วยห้องชุดจำนวน 196 ยูนิต แบ่งเป็นห้องชุดขนาด 1-4 ห้องนอนพื้นที่ตั้งแต่ 88-338 ตารางเมตร จำนวน 187 ห้องและห้องสกาย วิลล่าส์หรือเพนท์เฮ้าส์ พื้นที่ 436-1,204 ตารางเมตร จำนวน 9 ยูนิต 
 
ปัจจุบันโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ และมียอดขายกว่า 160 ยูนิต หรือคิดเป็น 80% ของจำนวนยูนิตทั้งหมด มูลค่ายอดขายรวมกว่า 7,000 ล้านบาท โดยมีการโอนกรรมสิทธิ์ของยูนิตที่ขายได้ไปแล้วราว 90%  
 
ส่วนการปล่อยเช่าห้องชุดภายในโครงการนั้น คุณวิเวียนกล่าวว่าห้องชุดในโครงการได้รับความนิยมจากผู้เช่าจำนวนมาก โดยเจ้าของห้องชุดจะปล่อยเช่าผ่านบริษัทตัวแทนอสังหาฯ เป็นส่วนใหญ่ โดยห้องชุดที่ได้รับความนิยมจากผู้เช่าจะเป็นห้องขนาด 3-4 ห้องนอน ราคาเช่าสำหรับห้อง 3 ห้องนอนนั้นเริ่มต้นที่ประมาณ 215,000 บาท/ เดือน โดยกลุ่มผู้เช่าจำนวนมากเป็นผู้ที่ทำงานสถานฑูตในละแวกใกล้เคียงนั่นเอง
 
สำหรับห้องเหลือขายกว่า 30 ยูนิตนั้น แบ่งเป็น ห้องเพนท์เฮ้าส์จำนวน 5 ยูนิต ราคาตั้งแต่ 178-480 ล้านบาท และห้องชุดมาตรฐานจำนวนกว่า 25 ยูนิตขนาดเริ่มต้นที่ประมาณ 100 ตารางเมตร ราคาขายเริ่มต้นที่ 28 ล้านบาท คิดเป็นราคาขายเฉลี่ยเริ่มต้นที่ 220,000 บาท/ ตารางเมตร
 
ทั้งนี้ บริษัทมองว่าการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC ในไม่ถึง 2 ปีข้างหน้านั้น ตลาดที่อยู่อาศัยในระดับไฮเอนด์และซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่จะได้รับอานิสงส์ในเรื่องของดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นจากการเข้ามาของบริษัทข้ามชาติที่อาจจะเข้ามาเปิดออฟฟิศในเมืองไทยมากขึ้นนั่นเอง
 
สำหรับแผนในการพัฒนาโครงการใหม่นั้น ปัจจุบันบริษัทมีที่ดินอยู่ในครอบครอง 3 แห่งในย่านใกล้เคียงกับโครงการปัจจุบัน ประกอบด้วย ที่ดินขนาด 4.5 ไร่, 7 ไร่ และ 5 ไร่ตามลำดับ แต่ยังไม่มีความคืบหน้าในการพัฒนา เนื่องจากยังอยู่ในช่วงที่ดูสถานการณ์ของตลาดอยู่  
 
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com    
 
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่  
 
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ 
เขียนความเห็น