แบงค์ชาติแดนอิเหนาเตรียมออกกฎเข้มสำหรับปล่อยกู้

19 ก.ย. 2556

แบงค์ชาติแดนอิเหนาเตรียมเดินหน้าแก้กฎในการชำระเงินสำหรับสินเชื่อบ้านให้เข้มงวดยิ่งขึ้น ดีเดย์เดือนตุลาคม ตามรายงานของสื่อท้องถิ่น 
 
สินเชื่อก้อนแรกจะจ่ายตามเปอร์เซ็นต์ความคืบหน้าของการก่อสร้างโครงการนั้นๆ ส่วนสินเชื่อก้อนที่เหลือจะจ่ายให้เมื่อโครงการสร้างเสร็จสมบูรณ์
 
กฎดังกล่าวเป็นส่วนที่เพิ่มเติมขึ้นมา จากเดิมที่ธนาคารกลางอินโดนีเซียได้จำกัดวงเงินกู้ต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV) ใหม่ ซึ่งเพิ่งเริ่มใช้ในเดือนนี้ โดยผู้ซื้อบ้านจะต้องจ่ายเงินดาวน์ 40% สำหรับการซื้อบ้านหลังที่สอง และวางดาวน์ 50% สำหรับการซื้อบ้านที่มีขนาดใหญ่กว่า 70 ตารางเมตร
 
สำหรับอสังหาฯ ที่มีขนาดระหว่าง 22-70 ตารางเมตร วงเงินกู้สำหรับผู้ซื้อบ้านหลังแรกยังคงอยู่ที่ 80% ในขณะที่วงเงินกู้สำหรับบ้านหลังที่สองและหลังอื่นๆ จะลดเหลือ 70% และ 60% ตามลำดับ  
 
จากการวิเคราะห์ของ Religare Capital Market ระบุว่า “การออกกฎดังกล่าว ถือเป็นการเปลี่ยนความเสี่ยงจากผู้บริโภคไปยังผู้ประกอบการแทน”
 
“ก่อนหน้านี้ ผู้บริโภคต้องจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้แม้แต่ในช่วงที่โครงการยังทำการก่อสร้างอยู่ ทำให้สถาบันการเงินต้องเสี่ยงกับเครดิตของลูกค้าซึ่งเป็นผู้บริโภค ในขณะที่ด้วยกฎใหม่ ความเสี่ยงจะไปอยู่ที่ผู้ประกอบการแทน เนื่องจากสถาบันการเงินจะต้องให้สินเชื่อกับผู้ประกอบการมากขึ้นในการก่อสร้างโครงการให้แล้วเสร็จ”
 
ปัจจุบัน ผู้ประกอบการจะได้รับเงินดาวน์จากผู้ซื้อบ้าน 30% ภายใน 3 เดือนแรกที่ตกลงทำการซื้อขาย และเมื่อกู้ผ่าน ลูกค้าจะต้องจ่ายอีก 50% ของราคาขาย ส่วนอีก 10% จะต้องจ่ายเมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จและปิดท้ายอีก 10% เมื่อทำการโอนกรรมสิทธิ์ 
 
นั่นหมายความว่า ตามกฎใหม่แล้ว ผู้ประกอบการจะได้รับเงินล่วงหน้าจากลูกค้าลดลง 
 
อย่างไรก็ดี เป็นที่คาดกันว่ากฎใหม่นี้จะไม่มีผลกระทบต่อบรรดาผู้ประกอบการแต่อย่างใด เนื่องจากผู้ซื้อส่วนใหญ่มักจะจ่ายเงินดาวน์อย่างน้อยประมาณ 25% อยู่แล้ว 
 
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com      
 
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่  
 
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ 
เขียนความเห็น