ANANฟุ้งผุดคอนโดฯแนวรถไฟฟ้าครบ245สถานีใน10ปี

3 ก.ย. 2556

อนันดาฯ ตั้งเป้าผุดคอนโดฯ เกาะแนวรถไฟฟ้าครบ 245 สถานี ตามแผนพัฒนาระบบรางของไทยทั้ง 12 เส้นทางภายในระยะเวลา 10 ปีนับจากนี้ 
 
นายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ๆ ในกรุงเทพฯ มีการขยายตัวออกไปตามแนวระบบขนส่งมวลชนและตามแรงผลักดันของความต้องการจากภาคธุรกิจ ศูนย์การค้าและที่อยู่อาศัย ซึ่งล้วนต้องการอยู่ใกล้กับสถานีระบบขนส่งมวลชน จำเป็นจะต้องมีการศึกษาความเป็นไปได้อย่างรอบคอบ รวมถึงการวางแผนพัฒนาโครงการต้องคำนึงถึงซัพพลายที่ตลาดจะสามารถรองรับได้ในช่วงเวลาที่โครงการจะเปิดตัวหรือสร้างเสร็จ โดยเฉพาะในตลาดอสังหาฯ ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของกรุงเทพฯ 
 
ทั้งนี้ นายชานนท์มองว่าญี่ปุ่นถือเป็นประเทศต้นแบบในการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนที่มีความพร้อมที่สุดในโลก เพราะสามารถพัฒนาระบบรางที่สมบูรณ์ได้ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ ส่งผลให้การเดินทางของประชาชนมีความสะดวกมากขึ้น ทั้งที่มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่ แต่การบริหารจัดการขนส่งมวลชนสามารถทำได้อย่างมีระบบ โดยเฉพาะในกรุงโตเกียว ที่ถือเป็นศูนย์กลางการคมนาคมภายในประเทศและระหว่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ
 
“ถึงแม้จะมีประชากรจำนวนกว่า 13 ล้านคน แต่กรุงโตเกียวก็ยังเป็นเมืองที่ได้รับความนิยมและถูกเลือกให้เป็น 1 ใน 5 เมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลก อีกทั้งยังได้รับการคัดเลือกให้เป็นเมืองที่มีระบบขนส่งที่ได้รับการพัฒนาเทคโนโลยีความเร็วและระบบการบริหารจัดการได้อย่างดีที่สุด นำความเจริญไปสู่พื้นที่ส่วนต่างๆ ได้สำเร็จแล้ว ตั้งแต่ระดับภูมิภาคไปจนถึงระดับชุมชน” นายชานนท์กล่าว
 
จากข้อมูลของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ระบุว่าประเทศไทยมีแผนแม่บทพัฒนาระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2553-2572) จำนวนทั้งสิ้น 12 เส้นทาง ระยะทางรวม 495 กม. เป็นโครงข่ายสายหลัก 8 เส้นทาง และโครงข่ายสายรอง 4 เส้นทาง ได้แก่ 
 
สาย 1: รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงเข้ม (ธรรมศาสตร์-มหาชัย) สาย 2: รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงอ่อน (ศาลายา-หัวหมาก) สาย 3: รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ (บางซื่อ-พญาไท-สุวรรณภูมิ) สาย 4: รถไฟฟ้าขนส่งมวลชนสายสีเขียวเข้ม (ลำลูกกา-สมุทรปราการ) สาย 5: รถไฟฟ้าขนส่งมวลชนสายสีเขียวอ่อน (ยศเส-บางหว้า) สาย 6: รถไฟฟ้าขนส่งมวลชนสายสีน้ำเงิน (บางซื่อ-หัวลำโพง-ท่าพระ-พุทธมณฑลสาย 4) สาย 7: รถไฟฟ้าขนส่งมวลชนสายสีม่วง (บางใหญ่-ราษฎร์บูรณะ) สาย 8: รถไฟฟ้าขนส่งมวลชนสายสีส้ม (ตลิ่งชัน-มีนบุรี) สาย 9: รถไฟฟ้าสายสีชมแพู (แคราย-มีนบุรี) สาย 10: รถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) สาย 11: รถไฟฟ้าสายสีเทา (วัชรพล-สะพานพระราม 9) สาย 12: รถไฟฟ้าสายสีฟ้า (ดินแดง-สาทร) 
 
แผนดังกล่าวทำให้นายชานนท์เชื่อมั่นว่าประเทศไทยมีศักยภาพในการพัฒนาด้านการขนส่งเช่นเดียวกับกรุงโตเกียว โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และปริมณฑล  ซึ่งการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนจะส่งผลต่อการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียมเกาะแนวรถไฟฟ้า ที่ 60% ของการก่อสร้างมักอยู่ตามแนวเส้นทางขนส่งมวลชนเป็นหลัก
 
“ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ยุทธศาสตร์การลงทุนและแผนการดำเนินงานของบริษัท ในระยะ 16 ปีนับจากนี้ ยังคงมุ่งเน้นพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมตามแนวรถไฟฟ้าใน 245 สถานีดังกล่าว ในรัศมีไม่เกิน 300 เมตร ภายใต้ แบรนด์ “IDEO” เป็นหลัก”
 
ล่าสุด บริษัทได้เดินหน้าพัฒนาโครงการ “IDEO Q พระราม 4” มูลค่าโครงการประมาณ 6,500 ล้านบาท  ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมความสูง 40 ชั้น ประกอบด้วยห้องชุดพร้อมตกแต่ง ขนาดเริ่มต้น 21 ตารางเมตร จำนวน 1,602 ยูนิต ราคาช่วงพรีเซลเริ่มต้นที่ 2.89 ล้านบาท ก่อนที่จะเริ่มเปิดขายอย่างเป็นทางการในไตรมาส 4 ปีนี้ โดยคาดว่าจะใช้ระยะเวลาในการพัฒนาโครงการประมาณ 3 ปี  และจะสามารถโอนกรรมสิทธิ์ และรับรู้รายได้ในปี 2559
 
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com      
 
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่  
 
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ 
เขียนความเห็น