โจนส์ แลง ลาซาลล์ฯ ดึงคอนโดฯ หรูจากลอนดอน “เดอะ คอร์นิช” มาเปิดขายในกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 17 (วันนี้) และ 18 กันยายน 2556 ณ เดอะบางกอกคลับ อาคารสาธรซิตี้ทาเวอร์ ถนนสาทรใต้ หลังดีมานด์บ้านในลอนดอนในกลุ่มลูกค้าชาวไทยโตต่อเนื่อง
นางสุพินท์ มีชูชีพ กรรมการผู้จัดการ โจนส์ แลง ลาซาลล์ ประเทศไทย เปิดเผยว่าที่ผ่านมาคนไทยที่มีฐานะต่างให้ความสนใจซื้อที่พักอาศัยในลอนดอนอย่างต่อเนื่อง โดยดีมานด์กลุ่มหนึ่งเป็นผู้ปกครองที่ส่งบุตรหลานไปศึกษาในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยจึงต้องการซื้อที่พักอาศัยให้กับบุตรหลานของตน ในขณะที่ผู้ปกครองเองก็สามารถพักอาศัยได้ด้วยเมื่อเดินทางไปเยี่ยม และยังคาดหวังว่าจะสามารถทำกำไรได้เมื่อขายต่อ หลังบุตรหลานสำเร็จการศึกษาและเดินทางกลับเมืองไทย
“มีคนไทยอีกจำนวนหนึ่งที่มีฐานะร่ำรวยและต้องการลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศ โดยเฉพาะในลอนดอน ซึ่งนับเป็นตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีความมั่นคงมากที่สุดในโลก สามารถให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจในขณะที่มีความเสี่ยงการลงทุนต่ำ อีกทั้งยังไม่มีกฎหมายห้ามชาวต่างชาติถือครองกรรมสิทธิ์” นางสุพินท์ กล่าว
สำหรับโครงการ เดอะ คอร์นิช เป็นคอนโดมิเนียมหรูจากลอนดอน ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของแม่น้ำเธมส์ในกรุงลอนดอน พัฒนาโดยเซนต์ เจมส์ บริษัทในเครือเบิร์คเลย์ กรุ๊ป และออกแบบโดย ฟอสเตอร์ส พลัส พาร์ทเนอร์ส ซึ่งเป็นบริษัทออกแบบด้านสถาปัตยกรรมที่มีชื่อเสียงระดับโลก และเป็นบริษัทที่ทำงานออกแบบให้กับสนามบินนานาชาติของฮ่องกง
โครงการดังกล่าวประกอบด้วยอาคารชุดพักอาศัย 3 อาคาร จำนวน 168 ยูนิต ขนาด 1 ถึง 3 ห้องนอนและห้องสูทเพนท์เฮ้าส์ จุดเด่นของเดอะ คอร์นิชคือเน้นความเป็นส่วนตัว โดยออกแบบให้แต่ละชั้นมีไม่เกิน 7 ยูนิต นอกจากนี้ ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ห้องฟิตเนส สระว่ายน้ำ สปา โรงภาพยนตร์ และคลับเลานจ์บนชั้น 19 มีบริการต้อนรับเหมือนโรงแรมตลอด 24 ชั่วโมง และที่จอดรถชั้นใต้ดิน มีการจัดสรรพื้นที่เพื่อการค้าสำหรับเปิดเป็นร้านจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มในบริเวณลานพื้นที่ส่วนกลางซึ่งหันหน้ารับวิวแม่น้ำเธมส์ ทั้งนี้ คาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จในปี 2560
ฝ่ายวิจัยจากโจนส์ แลง ลาซาลล์ระบุว่า ราคาที่อยู่อาศัยในลอนดอนตั้งแต่ต้นปีจนถึงขณะนี้ ได้ปรับเพิ่มสูงขึ้นมากกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ประมาณการณ์ไว้ และคาดว่าโดยรวมในปีนี้ ราคาจะปรับขึ้น 6-8% โดยเฉพาะในทำเลที่มีศักยภาพ ดังเช่น ย่านไนน์ เอมส์ เลน และย่านอัลเบิร์ต เอมบาร์คเมนท์ ซึ่งเฉพาะในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ มีราคาปรับขึ้นไปแล้วสูงกว่าราคาเฉลี่ยที่คาดไว้
ทั้งนี้ ความต้องการที่อยู่อาศัยใหม่ในลอนดอนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 40,000 ยูนิตต่อปี ในขณะที่มียูนิตสร้างเพิ่มเพียงประมาณครึ่งหนึ่ง ดังนั้น ราคาจึงมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นเรื่อยๆ
นอกจากนี้ จากการที่นักวิเคราะห์มองว่า เศรษฐกิจของอังกฤษกำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัว จึงมีแนวโน้มว่าความต้องการที่อยู่อาศัยโดยชาวอังกฤษเองจะขยายตัวเพิ่มขึ้นมาก ซึ่งจะผลักดันให้ราคาปรับเพิ่มสูงขึ้นไปอีก
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
10สายพันธุ์น้องหมายอดนิยมสำหรับชาวคอนโด(ตอนที่ 1)
ซี.พี.แลนด์เปิดเกมรุกตลาดออฟฟิศ-รีเทลรับAEC
DDpropertyเตรียมจัดบิ๊กเอ็กซ์โปรับกำลังซื้ออสังหาฯขาขึ้น
ซี.พี.แลนด์เปิดเกมรุกตลาดออฟฟิศ-รีเทลรับAEC
DDpropertyเตรียมจัดบิ๊กเอ็กซ์โปรับกำลังซื้ออสังหาฯขาขึ้น