AREAโต้ราคาที่ดินแนวรถไฟฟ้าความเร็วสูงไม่กระทบ

18 มี.ค. 2557

AREA โต้แผนรถไฟความเร็วสูงล่มไม่ทำให้ราคาที่ดินในต่างจังหวัดตกลง 
 
ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA แสดงความคิดเห็นหลังจากที่มีคนอสังหาฯ บางรายออกมากล่าวว่าที่ดินต่างจังหวัดมีแนวโน้มราคาตก หลังศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยออกมาว่า พ.ร.บ. 2 ล้านล้านนั้นขัดกฎหมายว่าคงไม่เป็นความจริง แม้ว่ารถไฟความเร็วสูงจะเป็นโครงการที่ดี  แต่ที่ผ่านมา ยังไม่มีการก่อสร้างวางแผนอย่างชัดเจน ยังไม่มีการประมูล ยังไม่มีนักลงทุน ยังไม่ได้เริ่มก่อสร้างจริง และกว่าจะเปิดใช้คงกินเวลาอีกประมาณ 7-10 ปี ดังนั้น ศักยภาพของที่ดินจึงยังไม่แตกต่างไปจากเมื่อ 2-3 ปีก่อนแต่อย่างใด
 
“ราคาที่ดินที่ว่าขึ้นไปสูงมากๆ แล้วตกต่ำลงนั้น คงเป็นราคาเรียกขายแบบประเภทเก็งกำไร เพื่อขายให้กับผู้ไม่รู้มากกว่าที่จะสะท้อนมูลค่าที่แท้จริง  หากผู้ใดหลงเชื่อไปซื้อในราคาแพงๆ เพื่อหวังรออานิสงส์จากรถไฟความเร็วสูงที่แต่เดิมกะจะมีในอีก 7-10 ปีข้างหน้า ก็คงจะเป็นหลักการที่ไม่มีเหตุผลเท่าที่ควร  เพราะหากราคาที่ดินเพิ่มขึ้นปีละ 5% เป็นเวลา 7 ปีต่อเนื่องกัน ราคาก็เพิ่มขึ้น 41% แต่ หากเป็นอัตราดอกเบี้ย 10% ราคาก็เพิ่มขึ้น 95%  การที่ราคาจะเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวจึงเป็นไปไม่ได้  และการที่ใครไปซื้อที่ดินราคาแพงเกินจริง จึงเป็นการลงทุนอย่างไม่รอบรู้ รัฐหรือหน่วยงานใดก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้” ดร.โสภณ กล่าว
 
ทั้งนี้ การซื้อที่ดินที่ผ่านมา ส่วนมากเป็นการซื้อเพื่อการจัดสรรที่ดินหรือการสร้างอาคารชุดเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งการซื้อในลักษณะนี้ ดร.โสภณมองว่าเป็นการซื้อตามปกติ  ไม่ใช่การซื้อเพื่อเก็งกำไร  ดังนั้นจึงมักไม่ใช่การซื้อในราคาที่สูงเกินจริง จึงไม่มีข้อน่าห่วงใยแต่ประการใด
 
“ที่ผ่านมาด้วยการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยจำนวนมาก ทำให้ราคาขายที่ดินพุ่งสูงขึ้น ปีละประมาณ 5-15%  โดยประมาณ แต่คงไม่ใช่เป็นเท่าตัวแต่อย่างใด”
 
นอกจากนี้ ดร.โสภณยังได้ตั้งข้อสังเกตว่าแผนรถไฟความเร็วสูงที่ล้มไปจะทำให้การขายบ้านจัดสรร อาคารชุดและอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ ในจังหวัดภูมิภาคชะลอตัวหรือตกต่ำลง  โดยบางโครงการอาจมีการลดราคาเพื่อให้ปิดการขายได้เร็วขึ้น  แต่ราคาของที่อยู่อาศัยที่สร้างเสร็จและมีผู้เข้าอยู่แล้วคงไม่ลดลงแต่อย่างใด
 
“ราคาที่อยู่อาศัย  ราคาที่ดินจะตกต่ำลงก็เพราะผลทางเศรษฐกิจเป็นหลัก เช่น เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ  แต่ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศยังไม่ถึงขนาดพังทลายลง แม้การชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่เดือนตุลาคม 2556 เป็นต้นมา จะทำให้การพัฒนาต่าง ๆ หยุดนิ่ง  แต่ก็ไม่ถึงขนาดทำให้ตกต่ำลงแต่อย่างใด  ดังนั้นจึงยังไม่น่าเป็นห่วง” ดร.โสภณ กล่าวทิ้งท้าย
 
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com   
 
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่  
 
เขียนความเห็น