ซีบีอาร์อีชี้ตลาดคอนโดฯกทม.บางทำเลอาจถึงจุดอิ่มตัว

26 มี.ค. 2557

ราคาขายเริ่มต้นของอสังหาฯ ในโซนใจกลางกรุงฯ เพิ่มขึ้นราว 3% ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2556 ที่ผ่านมา ในขณะที่เริ่มมีความกังวลว่าบางทำเลในกรุงเทพฯ รอบนอกตลาดอาจถึงจุดอิ่มตัวแล้ว 
 
จากรายงานสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ ประจำไตรมาส 4 ปี 2556 ที่ผ่านมาโดยบริษัทที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง ซีบีอาร์อี ประเทศไทย ระบุว่าซัพพลายของคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่จะอยู่ในโซนมิดทาวน์ หรือรอบนอกเขตศูนย์กลางธุรกิจและโซนกรุงเทพฯ รอบนอก โดยส่วนใหญ่จะเป็นโครงการที่มีห้องชุดขนาด 1 ห้องนอนเป็นส่วนใหญ่ 
 
รายงานดังกล่าวได้ตั้งข้อสังเกตว่าโครงการที่มีมูลค่าสูงสุดจะตั้งอยู่ในย่านดาวน์ทาวน์ หรือใจกลางเมือง (ได้แก่ โซนลุมพินี-ราชดำริ-สยาม-ชิดลม-เพลินจิต-อโศก) ซึ่งมีซัพพลายใหม่ค่อนข้างจำกัด เนื่องจากข้อจำกัดด้านพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการพัฒนาโครงการมีอยู่น้อยมากนั่นเอง
 
ในช่วงไตรมาส 4 ของปีที่ผ่านมา มีห้องชุดแล้วเสร็จเกือบ 13,000 ยูนิตในกรุงเทพฯ  ส่งผลให้ซัพพลายคอนโดฯ ในกรุงเทพฯ ขึ้นไปถึง 390,000 ยูนิต แต่มีเพียงไม่ถึง 10% ที่เป็นโครงการในย่านดาวน์ทาวน์ 
 
โดยซัพพลายในอนาคตสำหรับห้องชุดขนาด 2 และ 3 ห้องนอนในย่านใจกลางเมืองคาดว่าจะมีค่อนข้างจำกัดเช่นกัน โดยสินค้าในกลุ่มนี้ได้รับความนิยมในกลุ่มชาวต่างชาติที่มีงบประมาณในการเช่าสูง ซึ่งซีบีอาร์อีคาดการณ์ว่าค่าเช่ามีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากดีมานด์จากชาวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง
 
ราคาขายเฉลี่ยห้องชุดมือ 2 ในโครงการคอนโดฯ แบบฟรีโฮลด์แล้วเสร็จระหว่างปี 2000-2013  
 
สำหรับห้องชุดที่สร้างเสร็จพร้อมขายในย่านใจกลางเมืองนั้น มีแนวโน้มที่จะมีราคาเพิ่มสูงขึ้นด้วยเนื่องจากซัพพลายสินค้าใหม่ในตลาดมีอยู่น้อย ในขณะที่โครงการเหล่านี้อยู่ในทำเลที่ดี 
 
นอกจากนี้ รายงานของซีบีอาร์อียังชี้ให้จับตามองทำเลบางแห่งในย่านมิดทาวน์และกรุงเทพฯ รอบนอก เนื่องจากจะมีจำนวนยูนิตที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วง 2 ปีนี้ค่อนข้างมาก 
 
ห้องชุดสร้างเสร็จใหม่ในกรุงเทพฯ ระหว่างปี 2003-2015 
 
ทั้งนี้ ซีบีอาร์อีคาดว่าตลาดคอนโดฯ ในโซนมิดทาวน์และกรุงเทพฯรอบนอกน่าจะมีการเติบโตในอัตราที่ค่อนข้างช้า เนื่องจากปัจจัยหลายด้าน อาทิ จำนวนซัพพลายห้องชุดแล้วเสร็จที่มีอยู่มาก และจำนวนนักเก็งกำไรที่ซื้อห้องชุดในโครงการเหล่านี้ ผนวกกับดีมานด์ของผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงที่ชะลอตัวเนื่องจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ทางการเมือง หนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น และความเข้มงวดของแบงค์ในการปล่อยสินเชื่อ ซึ่งจะส่งผลให้มีโครงการใหม่ๆ เปิดตัวขึ้นอย่างค่อนข้างจำกัดเนื่องจากผู้ประกอบการจะไปโฟกัสกับการขายและการโอนกรรมสิทธิ์ในโครงการที่เปิดขายอยู่ก่อนแล้วนั่นเอง 
 
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com   
 
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่  
 
เขียนความเห็น