DD Trip: พักแข้งตะลุยแดนแซมบ้า-ริโอ เดอ จาเนโร

20 มิ.ย. 2557

ในห้วงเวลาที่ทุกสายตากำลังจับจ้องไปที่สนามกีฬามารากาน่า (Maragana Stadium) ซึ่งเป็นสถานที่จัดพิธีเปิดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 อย่างยิ่งใหญ่อลังการสมภาคภูมิของบราซิลในฐานะเจ้าภาพ  หากใครเป็นแฟนบอลแซมบ้าตัวจริงคงรู้ดีว่าการยิงประตูครั้งที่ 1,000 ของนักฟุตบอลคนดังในตำนานอย่างเปเล่เกิดขึ้นที่นี่ที่เปเล่ลงแข่งในฐานะสมาชิกทีมชาติเป็นครั้งแรก ที่สำคัญในอีก 2 ปีข้างหน้า สนามแห่งนี้ยังจะใช้เป็นสถานที่เปิดและปิดกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติอย่างโอลิมปิกด้วยนะ  สนามกีฬาแห่งนี้ตั้งอยู่ในนครริโอ เดอ จาเนโร ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจหลายแห่งทั้งความสวยงามของทรัพยากรธรรมชาติ และความมีชีวิตชีวาของวัฒนธรรมท้องถิ่น  รวมไปถึงความสวยงามของสถาปัตยกรรมที่ปรากฎอยู่ทั่วทั้งเมือง
 
สนามมารากาน่าเห

ภาพ via stadiumguide.com

 
หากใครได้มีโอกาสมาเยือนริโอฯ หากมาไม่ถึงที่นี่ ก็คงพูดได้ว่ายังมาไม่ถึงแน่ๆ เพราะเป็นเสมือนแลนด์มาร์คของเมือง นั่นคือ รูปปั้นพระเยซู (Cristo Redentor/ Statue of Christ the Redeemer) ซึ่งเคยได้รับการโหวตให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่  เนื่องจากสถานที่นี้ตั้งอยู่บนยอดเขาคอร์โควาโดในทิวเขาชูการ์ลอฟท์ที่สูงเด่นเป็นสง่า  นักท่องเที่ยวที่ขึ้นไปจึงสามารถเดินไปรอบๆ เพื่อชมทัศนียภาพของเมืองเบื้องล่าง  วิวสวยๆ แบบนี้ไม่มีค่าเข้าชมแต่อย่างใด แต่การจะขึ้นไปบนนี้ได้ก็ต้องอาศัยรถรางที่จะใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง หรือรถตู้บริการซึ่งมีความเชี่ยวชาญเส้นทางที่คดโค้งและสูงชัน  ค่าใช้จ่ายประมาณ 1,000 บาททั้งไปและกลับ
 
Statue of Christ the Redeemer

ภาพ via nevworldwonders.com

 
ถัดจากนั้นเราเดินทางกันไปต่อที่เขาชูการ์ลอฟท์ (Sugar Loaf Mountain) อีกจุดหนึ่งเพื่อขึ้นกระเช้าไปยังจุดชมวิวซึ่งมีอยู่ 2 ช่วงด้วยกัน  ถ้าหากต้องการไปจนถึงจุดบนสุดจะเสียค่าขึ้นชมประมาณ 900 บาท  พอขึ้นไปด้านบนจะมีที่นั่งจัดไว้ให้นั่งๆ นอนๆ ชมวิวเมือง และทะเลด้านล่างอย่างเพลิดเพลินเลยล่ะ  เรียกว่านั่งดูให้คุ้มไปเลย  ด้านบนมีร้านค้าต่างๆ บริการด้วยสามารถซื้อของว่างมานั่งทานไปด้วยก็ได้  ใครมีกล้องก็ถ่ายภาพเมืองแบบพาโนราม่าได้ ณ จุดนี้
 
Sugar Loaf Mountain

ภาพ via glamgrid.com

 

ลงมาจากชูการ์ลอฟท์ แดดร่มลมตกพอดีเหมาะกับชาวเอเชียที่ไม่ปลื้มแสงแดดแรงๆ เท่าไรนักอย่างเราที่จะไปเดินชมชายหาดสวยๆ ของที่นี่กัน  
 
หาดแรกที่เราจะไปกันคือหาดโคปาคาบานา (Copacabana Beach) อันเลืองชื่อ เป็นสถานที่เหมาะกับการพักผ่อนของครอบครัว ชาวบราซิเลียนที่นี่จะพาลูกๆ มาเล่นน้ำกันที่นี่  ตามชายหาดมีร้านค้าเป็นซุ้มๆ น้ำมะพร้าวนั้นไม่หอมหวานเท่าบ้านเรา แต่อ้อยแช่เย็นที่คั้นน้ำให้ทานกันสดๆ นั้นเย็นเจี๊ยบชื่นใจดี  
 
Copacabana Beach

ภาพ via shoplatitude.com

 

ถ้าหากยังไม่จุใจละก็แนะนำให้ไปต่อกันที่ชายหาดอีปาเนมา (Ipanema Beach) ที่อยู่ถัดไปจากหาดโคปาคาบานา ใช้เวลาเดินทางไม่นานก็จะพบกับชายหาดราบเรียบและเกลียวคลื่นแรงๆ กลุ่มคนที่หาดอีปาเนมาจะเป็นคนละกลุ่มกับหาดโคปาคาบานา คงเป็นเพราะที่นี่เหมาะแก่การเล่นกีฬาทางน้ำมากกว่าจึงมีแต่หนุ่มสาวเต็มไปหมด  และเป็นหนึ่งในสี่ของสถานที่จัดแข่งขันกีฬาทางน้ำของโอลิมปิคเกมส์ 2016 ด้วยนะ  
 
Ipanema Beach

ภาพ via shafir.info

 
บราซิลเป็นประเทศที่มีความเป็นที่สุดหลายอย่างในทวีปอเมริกาใต้ ทั้งขนาดใหญ่ที่สุด ประชากรมากที่สุด ขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุด อีกทั้งยังมากด้วยทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทั้งพืชพันธุ์และสิ่งมีชีวิตต่างๆ ใครที่สนใจศึกษาด้านชีววิทยา พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติบราซิล (National History Museum) ที่ตั้งอยู่ที่ริโอ เดอ จาเนโรนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมความรู้จากการสำรวจและศึกษาวิจัยด้านสิ่งมีชีวิตเอาไว้ โดยเฉพาะนกชนิดต่างๆ ที่พบในบราซิลมาจัดแสดงให้ชมกัน  ภายใต้บรรยากาศขลังๆ ของอาคารที่สร้างขึ้นในสมัยกษัตริย์ Dom João ที่ 6 แห่งโปรตุเกสตั้งแต่ปี 1818 เพื่อกระตุ้นการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ในบราซิล  
 
National History Museum

ภาพ via commons.wikimedia.org 

 
ที่ริโอ เดอ จาเนโร มีสิ่งปลูกสร้างเก่าแก่ปรากฎอยู่มากมายนั้นเป็นเพราะที่นี่เคยเป็นเมืองหลวงเก่าของบราซิลก่อนที่จะย้ายมาที่กรุงบราซิเลียเมืองหลวงปัจจุบัน  มีการเอ่ยถึงริโอ เดอ จาเนโร จากจารึกของนักสำรวจชาวโปรตุเกส กาสปาร์ เลมอสซึ่งล่องเรือมาถึงปากแม่น้ำแล้วพบกับเมืองแห่งนี้ในเดือนมกราคมเมื่อประมาณ 600 ปีที่แล้วจึงตั้งชื่อเมืองว่าริโอ เดอ จาเนโร  สถานที่ซึ่งมีความโดดเด่นมากทางสถาปัตยกรรมที่เราแนะนำให้ไปชมคือโรงละครริโอ เดอ จาเนโร (Theatro Municipal Do Rio De Janeiro) ซึ่งสร้างขึ้นช่วงต้นศตวรรษที่ 19 สไตล์ยุโรป ประดับด้วยกระจกสี โมเสค ปูนปั้น ภายในมีโรงละคร 2 โรง  ปัจจุบันใช้เป็นสถานที่แสดงบัลเลต์ และบรรเลงดนตรีซิมโฟนีออเคสตรา ถ้าหากไปถูกช่วงถูกจังหวะที่มีงานแสดงอยู่ละก็คุณก็สามรถตีตั๋วเข้าชมได้เลย  
 
Theatro Municipal Do Rio De Janeiro

ภาพ via panorama.jll.com.br

 
ถ้าหากต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายในการเข้าชมสถานที่ต่างๆ แต่ยังได้เรียนรู้ประเพณีและวัฒนธรรมของชาวบราซิเลียนล่ะก็ การไปที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งบราซิล (CCBB: Centro Cultural Banco Do Brasil) ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ  เนื่องจากที่นี่มีสื่อหลายอย่างที่ให้ความรู้และบันเทิงไปพร้อมๆ กัน  ทั้งนิทรรศการหมุนเวียน โรงภาพยนตร์ และห้องสมุดอีกด้วย เหมาะมากสำหรับผู้ที่มีเวลาจำกัด และที่สำคัญคือที่ศูนย์วัฒนธรรมฯ งดเว้นค่าเข้าชมด้วยนะ
 
Centro Cultural Banco Do Brasil

ภาพ via museusdorio.com.br


นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวที่เราหยิบมาฝากเป็นตัวอย่าง บราซิลยังมีสถานที่ท่องเที่ยว ประเพณีและวัฒนธรรมที่น่าสนใจอีกหลายอย่างที่รอให้เราไปสัมผัส นอกจากริโอ เดอ จาเนโร แล้วยังมีเมืองอื่นๆ  ป่าอะเมซอนที่อุดมสมบูรณ์ หรือเทศกาลคานิวัลที่แสนตระการตา  และ Plataforma หรือการเต้นระบำแซมบ้าที่เป็นคึกคักเป็นเอกลักษณ์ เป็นต้น
 
 
ภาพ via joinrio.com
 
บราซิลนั้นห่างจากประเทศไทยเกือบคนละซีกโลก โดยมีเวลาที่ช้ากว่าประเทศไทย 9-10 ชั่วโมง  การเดินทางโดยเครื่องบินจากประเทศไทยจะต้องมีการเปลี่ยนเครื่อง เนื่องจากยังไม่มีเส้นทางการบินตรงจากประเทศไทย โดยรวมแล้วใช้เวลาในการเดินทางมากกว่า 24 ชั่วโมง  
 
สำหรับสภาพอากาศนั้นเนื่องจากเมืองริโอฯ อยู่ทางตอนใต้จึงมีอากาศหนาวในช่วงเดือนมิถุนายน-กันยายน โดยอุณภูมิจะอยู่ระหว่าง 17-24 องศาเซลเซียส การเดินทางในช่วงนี้ต้องเตรียมเสื้อกันหนาวไว้ให้พร้อม  และเนื่องจากที่นี่เคยปกครองโดยโปรตุเกสจึงใช้ภาษาโปรตุกีสในการสื่อสาร การมีดิกชันนารีภาษาโปรตุกีสติดไปด้วยจะช่วยในการสื่อสารได้บ้าง  
 
อย่างไรก็ตาม บราซิลเป็นหนึ่งในประเทศที่มีปัญหาอาชญากรรมสูงแห่งหนึ่งจึงควรปรึกษากับคนในท้องถิ่นหรือโรงแรมก่อนที่จะเดินทางไปยังที่ต่างๆ และระมัดระวังเรื่องการพกพาทรัพย์สินมีค่าและเอกสารสำคัญ  รวมไปถึงการแพร่ระบาดของไข้เหลืองซึ่งเป็นโรคในพื้นที่ ผู้ที่จะเดินทางเข้าไปจำเป็นต้องฉีดวัคซีนป้องกันไข้เหลืองล่วงหน้าอย่างน้อย 10 วันก่อนเดินทาง
 
ในขณะที่การเข้าเมืองนั้น  คนไทยสามารถเดินทางเข้าไปพำนักเพื่อท่องเที่ยวและทำธุรกิจได้ไม่เกิน 90 วัน โดยไม่ต้องทำวีซ่า ตามความตกลงยกเว้นวีซ่าร่วมกันระหว่างไทยและบราซิล 
 
ภาพหลัก via vecd.org  
 
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย เชษฐพล มานิตย์ นักเขียนออนไลน์ประจำ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ chetapol@ddproperty.com
 
The Buyers' Guide

อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่  

 

เรื่องอื่นที่น่าสนใจ 
DD Trip: เปิดซิงห้างใหม่กลางกรุง-Central Embassy
เปิด12สังเวียนแข้งบอลโลก(ตอนที่1)
Home Gadget: พร้อมจะแชทกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่บ้านกันหรือยัง? 

เขียนความเห็น