PFเทคโอเวอร์ไทย พร็อพเพอร์ตี้ขึ้นแท่นอสังหาฯท็อป5

18 มิ.ย. 2557

PF ประกาศเทคโอเวอร์ TPROP และ GRAND จ่อขึ้นแท่นอสังหาฯ เบอร์ 4 ของประเทศ เผยช่วงครึ่งปีหลังยังคงเดินหน้าเปิดใหม่อีก 8 โครงการเน้นคอนโดฯ โลว์ไรส์เพื่อรับรู้รายได้เร็วขึ้น  
 
นายชายนิด อรรถญาณสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) หรือ PF เปิดเผยว่าคณะกรรมการบริษัท ได้มีมติอนุมัติแผนการเข้าซื้อกิจการ บริษัท ไทย พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TPROP เพื่อเพิ่มศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งการเข้าเทคโอเวอร์ในครั้งนี้จะทำให้บริษัทก้าวกระโดดขึ้นเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์อันดับ 4 ของประเทศในเชิงมูลค่าสินทรัพย์จาก 30,668 ล้านบาทเป็น 45,224 ล้าบาท และรายได้จาก 15,992 ล้านบาทเป็น 22,176 ล้านบาท โดยก่อนหน้านี้บริษัทมีมูลค่าสินทรัพย์รวมสูงเป็นอันดับ 9 ของตลาดและรายได้เป็นอันดับ 8 ของตลาด  
 
ปัจจุบัน บริษัทอสังหาฯ ที่มีมูลค่าทรัพย์สินมากที่สุดเป็น 3 อันดับแรกของตลาด ได้แก่ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์, แสนสิริ และพฤกษา เรียลเอสเตท ในฝั่งของรายได้ 3 อันดับแรก ได้แก่  พฤกษา เรียลเอสเตท, แสนสิริ และแลนด์แอนด์เฮ้าส์ ตามลำดับ
 
สำหรับ TPROP มีการลงทุนในอสังหาฯ ประกอบด้วย อาคารสำนักงานให้เช่า 2 แห่ง บนถนนสุขุมวิท ได้แก่ อาคารวัน แปซิฟิค เพลส และ อาคารทู แปซิฟิค เพลส ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัท แปซิฟิค เอสเตท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ TPROP
 
นอกจากนี้ การเข้าเทคโอเวอร์ TPROP จะทำให้ PF เข้าไปมีอำนาจควบคุมในบริษัทย่อยอย่าง แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ GRAND ซึ่งดำเนินธุรกิจโรงแรม 4 แห่ง ได้แก่ เดอะ เวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท, เชอราตัน หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา, เชอราตัน หัวหิน ปราณบุรี วิลล่า และไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพฯ  ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างบริเวณซอยสุขุมวิท 11 และโครงการคอนโดมิเนียมอีก 2 แห่ง ได้แก่ ไฮด์ สุขุมวิท ซึ่งอยู่ระหว่างการขายและโอนกรรมสิทธ์ และโครงการใหม่ ไฮด์ สุขุมวิท 2  บริเวณซอยสุขุมวิท 11 มูลค่าโครงการ 3,000 ล้านบาท โดยมีแผนที่จะเปิดตัวปลายปีนี้ 
 
“การเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้ นอกจากจะช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร ยังเป็นก้าวสำคัญในการขยายธุรกิจเพื่อเพิ่มความมั่นคงของกระแสรายได้จากธุรกิจอาคารสำนักงานให้เช่าและโรงแรม ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพารายได้จากธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง” นายชายนิดกล่าว
 
ทั้งนี้ การเข้าซื้อในครั้งนี้ จะต้องได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัท ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 29 กรกฎาคม 2557 นี้ 
 
สำหรับทิศทางในอนาคต บริษัทมีแผนการพัฒนาและขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อรับรู้กำไรล่วงหน้า ด้วยการจัดตั้งเป็นกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์(REIT)โดยมีแผนนำศูนย์การค้า 2 แห่ง ได้แก่ เมโทร เวสต์ทาวน์ และ เมโทร อีสต์ทาวน์ มูลค่ารวม 1,800 ล้านบาท จัดตั้งเป็นกองทุนฯ รวมทั้งมีแผนจัดพอร์ตการลงทุนในธุรกิจโรงแรม โดยนำ คิโรโระ รีสอร์ท โรงแรมในประเทศญี่ปุ่น, โรงแรมเชอราตัน หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา และ เชอราตัน หัวหิน ปราณบุรี วิลล่า รวมมูลค่ารวม 3,700 ล้านบาท จัดตั้งเป็นกองทุนฯ ด้วย
 
 สำหรับในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 นี้ นายชายนิด กล่าวว่าบริษัทจะเดินหน้าเปิดคอนโดฯ โครงการใหม่รวม  4 โครงการ มูลค่ารวม 7,000 ล้านบาท โดยจะเน้นพัฒนาคอนโดฯ ความสูงไม่เกิน 8 ชั้นแทนภายใต้แบรนด์ใหม่ ในทำเลรัชดา, พหลโยธิน, เกษตร-นวมินทร์ และพระราม 4 ใกล้กับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เหตุผลที่เน้นพัฒนาคอนโดฯ โลว์ไรส์เนื่องจากรับรู้รายได้เร็วและเป็นการแก้ไขจุดอ่อนเดิมของบริษัทที่รับรู้รายได้ช้า
 
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com และเชษฐพล มานิตย์ นักเขียนออนไลน์ประจำ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com และ chetapol@ddproperty.com  


 
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่  
 
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ   
เขียนความเห็น