ปี 61 ประเทศไทยไร้ความยากจน ฝันหรือทำได้จริง

20 พ.ย. 2560

ดูเหมือนจะเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทันทีจากการที่ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในงานสัมมนา Thailand 2018 จุดเปลี่ยนและความท้าทาย ซึ่งจัดโดยประชาชาติธุรกิจ โดยตอนหนึ่งของการสัมมนา รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวว่า จะแก้ไขปัญหาความยากจนให้หมดไปจากประเทศไทย

บัตรคนจน นวัตกรรมใหม่แก้ความยากจน
แม้ว่าจีดีพีจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 3.8% แต่เป็นการเติบโตแบบกระจุกตัวในบางภาคธุรกิจเท่านั้น ปัจจุบันชาวนาชาวไร่ยังคงลำบากจากปัญหาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ว่ากันตามจริงแล้ว “ความยากของคนรากหญ้า” ไม่ใช่ปัญหาใหม่ในประเทศไทย แต่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมานานแล้ว ซึ่งภาครัฐเองก็มองเห็นถึงปัญหาดังกล่าว แต่การแก้ปัญหาไม่ใช่เรื่องง่าย นโยบายจำนำพืชผลทางการเกษตร หรือประกันราคา ไม่ใช่เรื่องยาก แต่เป็นการแก้อย่างฉาบฉวย หากไม่แก้ไขตั้งแต่ระดับโครงสร้าง คนจนจะยิ่งจนต่อไปเรื่อย ๆ โดยพบว่ามีประชาชน 4.8 ล้านคนทั่วประเทศ มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจนคือต่ำกว่า 30,000 บาท/ปี หรือมีรายได้ต่ำกว่า 2,500 บาท/เดือน

การแก้ไขปัญหาความยากจนที่เห็นได้ชัดที่สุดที่ผ่านมาก็คงหนีไม่พ้น “บัตรคนจน” ที่ ดร.สมคิด มองว่าเป็น นวัตกรรมใหม่ของการแก้ปัญหาความยากจน เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีรัฐบาลไหนรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับคนจนอย่างจริงจังเท่าครั้งนี้ แม้จะอยู่ในช่วงกำลังพัฒนาแต่เชื่อจะเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน

ปลดล็อก 2 แสนล้าน แก้ปัญหาตั้งแต่รากเหง้า
ก้าวต่อไปของรัฐบาลในการแก้ปัญหาความยากจนจะเป็นการบูรณาการความร่วมมือของหลายภาคส่วน โดยพุ่งเป้าให้คนรากหญ้ามีเงินหมุนเวียน มีงานทำ โดยเฉพาะเศรษฐกิจรากหญ้านอกภาคการเกษตร
– ปลดล็อกงบประมาณท้องถิ่นประมาณ 2 แสนล้านบาท เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่าง อบต. และ อบจ. นำเงินไปพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง ทำให้เกิดการจ้างงาน ส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน วิสาหกิจชุมชน และการดูแลผู้สูงอายุ
– สร้างรายได้เสริมให้กับเกษตรกร โดยการจ้างให้เกษตรกรผลิตพืชผลทางเกษตรนอกเหนือจากข้าวและยางพาราที่ตลาดมีความต้องการ โดยให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ หรือ ธกส. เป็นผู้ชี้เป้าว่าต้องการให้ปลูกอะไร ซึ่งเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการไม่ต้องแบกรับความเสี่ยง พืชผลที่ผลิตได้ทั้งหมดจะมีทีมดูแลด้านการตลาดนำผลิตผลไปขาย ส่วนหนึ่งตามโมเดิร์นเทรดต่าง ๆ อีกส่วนซึ่งเป็นส่วนหลักจะนำไปขายในร้านธงฟ้าประชารัฐ ต่อไปการใช้บัตรคนจนรูดซื้อของก็จะเป็นการอุดหนุนผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่นของตนเอง ช่วยให้เกิดผลผลิต การจ้างงาน ทำให้เงินหมุนเวียนในท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง
– ผลักดันให้แต่ละชุมชนต้องมีการค้าขายออนไลน์ผ่านระบบอีคอมเมิร์ซ โดยอาจดึงภาคเอกชนอย่าง Lazada และ JD.COM มาช่วยดำเนินการ
– เปิดโอกาสให้คนจนเข้าถึงสินเชื่อหมุนเวียน โดยธนาคารออมสินจะเป็นหน่วยงานหลักสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุน สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ
– ดึงนักท่องเที่ยวไปในชุมชน โดยให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเป็นหน่วยงานหลัก เพื่อให้เกิดการจ้างงานภาคบริการและท่องเที่ยวรองรับแรงงานในระยะยาว

ล่าสุด ทางกระทรวงการคลังเตรียมมาตรการพิเศษอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยแก้ปัญหาความยากจนให้หายไปจากประเทศไทยได้ทั้งหมด

รัฐบาลแก้ปัญหาความยากจน โดยพุ่งเป้าไปที่กลุ่มคนรากหญ้า

รัฐบาลแก้ปัญหาความยากจน โดยพุ่งเป้าไปที่กลุ่มคนรากหญ้า

แก้ความยากจนได้ต้องเลิกอุ้มคนรวย
ด้านเครือข่ายประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการ ให้ความเห็นว่า หากรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารต้องการให้ประชาชนลืมตาอ้าปากได้จริง รัฐต้องเลิกอุ้มคนรวย เลิกการสงเคราะห์ครั้งคราวที่พุ่งเป้าแค่คนบางกลุ่ม แต่ต้องสร้างหลักประกันทางรายได้ที่มั่นคงให้กับประชาชน ทั้งในแบบการจัดสวัสดิการถ้วนหน้า เช่น การมีบำนาญพื้นฐานให้ทุกคนอย่างเท่าเทียมและเพียงพอต่อการยังชีพ

นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้รัฐบาล 1.หยุดนโยบายอุ้มคนบางกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มที่ร่ำรวยอยู่แล้ว และหยุดแยกคนจนออกจากคนเฉียดจน แต่ต้องจัดระบบรัฐสวัสดิการแบบถ้วนหน้าให้เป็นเครื่องมือที่จะช่วยลดช่องว่างระหว่างคนจน คนรวย 2.นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ต้องไม่เน้นตัวเลขเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างเดียว โดยเครือข่ายประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการได้ศึกษาเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่รัฐบาลไทยร่วมลงนามกับประเทศสมาชิกอื่น ๆ กว่า 170 ประเทศ ว่าต้องขจัดความเหลื่อมล้ำ กระจายรายได้ และสร้างสวัสดิการถ้วนหน้าให้ทุกคน เพราะประเทศไทยจะไม่มีทางพ้นกับดักประเทศรายได้ปานกลาง ถ้าไม่แก้ไขปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำ

อัพเดท ข่าวอสังหาริมทรัพย์ สดใหม่ทุกวัน พร้อมส่งตรงถึงอีเมล์ของคุณฟรี สมัครได้ที่นี่ หรือหากคุณกำลังมองหาบ้านคอนโด ก็สามารถเลือกชม โครงการใหม่ พร้อม รีวิวโครงการคอนโดใหม่ บ้านใหม่ หลากหลายทำเลและราคาได้เช่นกัน 

เขียนความเห็น

ข่าว-บทความอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ