พลัสฯชี้ภาพรวมโค้งสุดท้ายตลาดทาวน์ปี 55

14 พ.ย. 2555

 
พลัสพร็อพเพอร์ตี้ชี้ภาพรวมตลาดทาวน์เฮาส์ปี 2555 ในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมาพบอัตราการเติบโตสูงกว่าปี 2554 ไม่ต่ำกว่า 10% โดยทาวน์เฮาส์ราคา 1 – 3 ล้านยังครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุด ในขณะที่แนวโน้มผู้ประกอบการณ์เล็งผุดโครงการใหม่ ชูทำเล กวาดกำลังซื้อกลุ่มผู้ที่อยากมีบ้านใกล้เมือง 
 
จากการสำรวจตลาดทาวน์เฮาส์ในเขตกทม.และปริมณฑลของ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ล่าสุดพบว่ามีอัตราการเติบโตสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาเฉลี่ยที่ 10% และมีแนวโน้มจะเพิ่มปริมาณมากขึ้นเพื่อตอบรับกำลังซื้อกลุ่มผู้ต้องการบ้านทำเลใกล้เมือง ในระดับราคาที่สามารถตอบรับได้ จากปัจจุบันที่บ้านเดี่ยวเริ่มขยายการพัฒนาสู่ชานเมืองรอบนอกมากขึ้น 
 
นายอนุกูล รัฐพิทักษ์สันติ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดทาวน์เฮาส์กลับมาคึกคักและเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยหากพิจารณาในส่วนของราคาเสนอขายพบว่า ส่วนใหญ่ผู้ประกอบการยังเน้นพัฒนาในกลุ่มราคา 1-3 ล้านบาท ซึ่งมีส่วนแบ่งสูงถึง 76% จากจำนวน 26,425 ยูนิตที่มีการเสนอขายทั้งหมด โดยส่วนใหญ่จะอยู่ในโซนชั้นกลาง คิดเป็นจำนวนถึง 11,729 ยูนิต ในกลุ่มระดับราคา 3-5 ล้านบาท มีส่วนแบ่งสูงสุด 17% กลุ่มระดับราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท มีส่วนแบ่ง 5% และกลุ่มระดับราคามากกว่า 5 ล้านบาท มีส่วนแบ่ง 2%  
ทั้งนี้ หากพิจารณาในส่วนของทำเลพบว่า ปริมาณการเสนอขายและยอดขายส่วนใหญ่อยู่ในโซนชั้นกลาง รองลงมาเป็นโซนธนบุรี และโซนนนทบุรี ตามลำดับ อย่างไรก็ดีพบว่าโซนฝั่งธนบุรีเริ่มมีแนวโน้มการเติบโตของตลาดดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปริมาณทาวน์เฮาส์ที่เสนอขายในพื้นที่มีการเติบโตขึ้น 11% มาอยู่ที่จำนวน 13,449 ยูนิต รวมทั้งยอดขายเติบโตดีขึ้น 12% อยู่ที่ 8,847 ยูนิต ซึ่งพื้นที่ที่มีปริมาณดีมานด์สูงของโซนธนบุรี ได้แก่ บางนาตราด-เทพารักษ์, เพชรเกษม-กัลปพฤกษ์ และรอบนอกวงแหวน ซึ่งพื้นที่เหล่านี้ มีปริมาณที่อยู่อาศัยเปิดใหม่หนาแน่นขึ้นตามการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนและการขยายตัวของเมือง โดยระดับราคาเสนอขายที่ดีอยู่ในกลุ่ม 1-3 ล้านบาท รองลงมา คือระดับราคามากกว่า 5 ล้านบาท และระดับราคา 3-5 ล้านบาท
 
นอกจากนี้ ทำเลในโซนชั้นกลางยังมีดีมานด์รองรับได้ดีในย่านปทุมธานี-ลำลูกกา, เกษตรนวมินทร์- รามอินทรา, อ่อนนุช-อุดมสุข และสุวรรณภูมิ-กิ่งแก้ว เนื่องจากการพัฒนาที่ดินและการขยายตัวของเมืองอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งทำให้การเดินทางสะดวกมากขึ้น ประกอบกับต้นทุนเรื่องที่ดินบางแห่งยังอยู่ในระดับที่สามารถลงทุนได้ ทำให้มีโครงการใหม่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและยังมีการตอบรับที่ดี 
 
“หากวิเคราะห์ถึงภาพรวมตลาดทาวน์เฮาส์จนถึงช่วงปลายปี 2555 นี้คาดว่าตลาดจะยังคงมีแนวโน้มที่ดี โครงการใหม่ๆ จะเริ่มทยอยเข้าสู่ตลาดมากขึ้น โดยสัดส่วนของผู้ประกอบการรายใหญ่และรายอื่นๆ จะมีส่วนแบ่งตลาดในระดับใกล้เคียงกัน ประกอบกับระดับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเริ่มกลับเข้าสู่ตลาดจึงส่งผลให้อัตรายอดขายเติบโตขึ้น  โดยที่น่าจับตาตั้งแต่ในช่วงครึ่งหลังของปี 2555 เป็นต้นมา คือ การเติบโตของตลาดทาวเฮาส์ในระดับราคา 3-5 ล้านบาทที่มีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้นเช่นกัน” นายอนุกูล กล่าวทิ้งท้าย
เขียนความเห็น