จากการประชุม World Economic Forum on East Asia 2012 ที่เสร็จสิ้นไปเมื่อเร็วๆ นี้ ชี้ประเด็นสำคัญในแง่การกำหนดอนาคตของภูมิภาคด้วยการเชื่อมโยง ที่จะมีผลต่อความสำเร็จของกลุ่มประเทศอาเซียน ทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม และความจำเป็นในเรื่องการปรับเปลี่ยนกฎหมายเพื่อลดช่องว่าง เปิดโอกาสในการทำธุรกิจให้มากขึ้น
นางสุพินท์ มีชูชีพ กรรมการผู้จัดการ โจนส์ แลง ลาซาลล์ซึ่งเข้าร่วมการเสวนาในครั้งนี้ได้ กล่าวว่า ข้อแตกต่างสำคัญๆ ในกลุ่มประเทศอาเซียน ได้แก่ กฎหมายการถือครองที่ดินโดยต่างชาติ กฎหมายการประกอบธุรกิจของบริษัทต่างชาติ รวมถึงระบบภาษี ต้องมีการปรับเข้าหากัน
“หากข้อแตกต่างเหล่านี้ได้รับการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ เชื่อว่า ความสามารถในการแข่งขันกันเองในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของประเทศต่างๆ ในกลุ่มอาเซียน จะมีช่องว่างลดลง และเปิดโอกาสให้ทุกประเทศในอาเซียนสามารถได้รับประโยชน์สูงสุดจากโอกาสทางธุรกิจที่จะเกิดขึ้นจากการเชื่อมโยงและความร่วมมือภายในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
ตัวอย่างเช่น นักลงทุนจากประเทศสมาชิกในภูมิภาคที่มีความเจริญ น่าจะมีความมั่นใจมากขึ้นในการเข้าไปลงทุนในตลาดของประเทศที่เพิ่งเริ่มเปิดรับการลงทุนจากต่างชาติ อย่างเช่น พม่า ลาว และกัมพูชา ซึ่งยังมีโอกาสทางธุรกิจอยู่มาก
ในขณะเดียวกัน ประเทศเหล่านี้ ก็จะได้รับประโยชน์จากการลงทุนที่เข้ามาได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น รวมถึงการได้รับการถ่ายทอดความรู้ และกระบวนการด้านการประกอบธุรกิจ ความเชี่ยวชาญ องค์ความรู้ และเทคโนโลยีต่างๆ ซึ่งทั้งหมดนี้ จะเป็นปัจจัยที่ช่วยให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศเหล่านี้ มีพัฒนาการที่รวดเร็วมากขึ้น
และเมื่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ของภูมิภาคอาเซียนเข้มแข็งขึ้นก็จะมีแนวโน้มทำให้ได้รับความสนใจมากขึ้นในหมู่นักลงทุนจากประเทศและภูมิภาคอื่นๆ ที่นอกจากไปจากในภูมิภาคอาเซียนด้วย” นางสุพินท์กล่าวปิดท้าย