พลัสฯ ชี้ตลาดคอนโดฯ ใจกลางเมืองแข่งดุ โดยเฉพาะย่านเพลินจิต สุขุมวิท เนื่องจากราคาที่ดินพุ่งต่อเนื่อง ดันตลาดรีเซลรับอานิสงส์บูม
นายภูมิภักดิ์ จุลมณีโชติ กรรมการผู้จัดการบริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่าตลาดคอนโดมิเนียมในทำเลใจกลางกรุงเทพฯ นั้นเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลายประการด้วยกัน อาทิ จำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวในกรุงเทพฯ ที่เพิ่มสูงขึ้นส่งผลให้ความต้องการที่อยู่อาศัยในย่านสำคัญของเมืองมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นด้วย รวมไปถึงการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ในปี 2558 ขณะเดียวกันวิถีการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปส่งผลให้ความต้องการที่อยู่อาศัยตามแนวรถไฟฟ้าได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ตลอดจนแนวคิดของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มองว่าการซื้ออสังหาทรัพย์ถือเป็นการลงทุนในระยะยาว
จากการสำรวจข้อมูลในกลุ่มผู้ซื้อคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองของบริษัทพบว่า ส่วนใหญ่ซื้อเพื่อยู่อาศัยเองเป็นสัดส่วนถึง 53% ต่อมาคือผู้เช่าอยู่อาศัย 25% และที่เหลือคือห้องว่างสำหรับการลงทุนระยะยาวและรอการขายหรือปล่อยเช่าอีก 22%
“จากข้อมูลนี้จะเห็นได้ว่าจำนวนผู้อยู่อาศัยทั้งหมดจะมีอยู่ประมาณ 78% ซึ่งเป็นเทรนด์เดียวกันต่อเนื่องมาเป็นเวลากว่า 10 ปี สำหรับตลาดเช่าดีมานด์หลักคือชาวญี่ปุ่น ด้วยสัดส่วนที่สูงถึง 42% จากตลาดเช่า อย่างไรก็ตาม ภาพรวมโครงการประเภทคอนโดฯ ในย่านใจกลางเมืองบริเวณเพลินจิต สุขุมวิท คาดว่ามีอยู่ราว 2,327 ยูนิต ซึ่งเป็นยูนิตคงค้างจากปี 2555 และคอนโดฯ ใหม่ที่พัฒนาตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาจนถึงมิถุนายน 2556 แบ่งเป็นโครงการคอนโดฯ ที่ปิดการขายไปแล้วจำนวน 1,014 ยูนิต และโครงการคอนโดฯ ใหม่ที่อยู่ระหว่างการขายประมาณ 1,313 ยูนิต” นายภูมิศักดิ์กล่าว
จากการเติบโตของคอนโดฯ ใจกลางเมืองในทำเลเพลินจิต สุขุมวิทที่ยังมีดีมานด์อยู่อย่างมากนั้น บวกกับทำเลดังกล่าวหาที่ดินเปล่าที่เหมาะสำหรับการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยยากขึ้น สิ่งที่ตามมาคือราคาที่ดินที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น รวมถึงค่าแรงและค่าก่อสร้างต่างๆ ก็มีการปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนในการพัฒนาโครงการใหม่เพิ่มอย่างต่อเนื่อง
เมื่อเปรียบเทียบกับราคาขายต่อตารางเมตรของคอนโดฯ รีเซลในช่วง 2 – 3 ปี มีราคาถูกกว่าคอนโดฯ เปิดใหม่ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างในทำเลเดียวกันเฉลี่ยถึง 30%
นายภูมิภักดิ์ กล่าวว่า จากการที่โครงการรีเซลได้รับความสนใจจากผู้ซื้อเป็นจำนวนมาก เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นโครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่ หากเปรียบเทียบกับห้องชุดโครงการใหม่ที่เปิดขายบนทำเลใกล้เคียงกันแล้ว ห้องชุดรีเซลจะมีราคาเฉลี่ยถูกกว่า ซึ่งห้องส่วนใหญ่สภาพยังใหม่อยู่ ทำให้ผู้ซื้อตัดสินใจได้เร็วขึ้นก่อนจะมีการปรับราคา
“นอกจากนี้ ข้อดีของห้องชุดรีเซลอีกประการหนึ่งคือทำให้กลไกตลาดทำงานได้อย่างเต็มที่ ทำให้ภาวะดูดซับของดีมานด์สอดคล้องกับซัพพลายที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนช่วยให้เราเห็นภาพรวมดีมานด์ของผู้เช่า ผู้ซื้อได้ซื้อโครงการที่สร้างเสร็จแล้ว เห็นของจริงทั้งห้องจริงและส่วนกลางโครงการ มีข้อมูลการบริหารจัดการในโครงการช่วยให้สามารถเห็นภาพที่ชัดเจนโดยรวม อาทิ ที่จอดรถเพียงพอหรือไม่ มีข้อร้องเรียนต่างๆ หรือเปล่า มาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดมากน้อยอย่างไร ได้เห็นภาพรวมไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยจริงในโครงการ”
ปัจจุบัน ห้องชุดรีเซลที่บริษัทดูแลในย่านเพลินจิต-สุขุมวิทมีอยู่ราว 454 ยูนิต หรือคิดเป็น 21% ของจำนวนสต็อกทั้งหมดในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล นอกจากนี้ ยังมีห้องชุดรีเซลกระจายตัวอยู่ในหัวเมืองใหญ่ อาทิ หัวหิน ภูเก็ต เชียงใหม่ อีกด้วย ซึ่งอัตราการขายปัจจุบันของห้องรีเซลในโซนนี้อยู่ที่ 1.5 ห้องต่อ 2 วัน เป็นอัตราที่เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาถึง 50%
“เห็นได้ชัดว่าคอนโดฯ รีเซลนั้นเริ่มเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคมากขึ้นเรื่อยๆ จึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการอยู่อาศัยจริงและพร้อมเข้าอยู่ทันที ได้เป็นเจ้าของในราคาที่ถูกกว่าโครงการระหว่างขายซึ่งยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเมื่อสร้างเสร็จมาแล้วหน้าตา คุณภาพการก่อสร้าง ตลอดจนสภาพแวดล้อมรวมถึงเพื่อนบ้านจะเป็นอย่างไร จะตรงกับความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างแท้จริงหรือไม่” ” นายภูมิศักดิ์กล่าวทิ้งท้าย
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ