ส.นายหน้าอสังหาฯเดินเครื่องเร่งผลักดัน พ.ร.บ.นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ตั้งคณะทำงานเตรียมยื่นหนังสือต่อกระทรวงการคลัง ชี้หากไม่มีกฎหมายนายหน้าอสังหาฯ และไม่มีใบอนุญาตควบคุมการทำงานจะเสียเปรียบหลังเปิดเออีซี ย้ำเป็นการช่วยภาครัฐต้านปัญหาการฟอกเงินผ่านการซื้ออสังหาฯ
นายแพทย์สมศักดิ์ มุนีพีระกุล นายกสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทย เปิดเผยว่าที่ผ่านมาสมาคมฯ มีนโยบายที่ชัดเจนในการผลักดัน พ.ร.บ นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ที่ประชุมของสมาคมฯ มีมติเห็นชอบในการเร่งผลักดันให้รัฐบาลเห็นความสำคัญของการพิจารณาให้ประเทศไทยมี พ.ร.บ. นายหน้าอสังหาริมทรัพย์เข้ามาควบคุมการทำงานนายหน้าทั้งระบบ เนื่องจากถึงเวลาแล้วที่ธุรกิจดังกล่าวจะต้องมีกฎหมายเข้ามาควบคุม เพราะที่ผ่านมาจำนวนนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ปัจจุบัน จำนวนนายหน้าอสังหาฯทั้งระบบน่าจะมีอยู่หลายแสนคน ในจำนวนนี้มีทั้งผู้ที่ตั้งใจทำงานและผู้ที่สร้างปัญหาให้เกิดขึ้นกับผู้บริโภค ที่สำคัญเมื่อปี 2554 ได้มีการประกาศใช้ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฉบับใหม่ที่บังคับให้ธุรกิจ 9 ประเภทที่อาจมีส่วนทำให้เกิดปัญหาการฟอกเงิน และต้องถูกตรวจสอบจากภาครัฐอย่างเข้มงวด
ในจำนวนธุรกิจทั้ง 9 ประเภทนั้น ธุรกิจนายหน้าอสังหาฯ เป็นหนึ่งในธุรกิจที่ต้องเกี่ยวข้องกับธุรกรรมการซื้อ-ขายบ้านมือสองที่ต้องใช้เงินสดตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป โดยกฎหมายบังคับให้นายหน้าต้องทำหน้าที่รายงานการทำธุรกรรมดังกล่าวต่อสำนักงานป้องกันและปราบปราบการฟอกเงิน หากมีการวางมัดจำหรือซื้อด้วยเงินสดตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งทางสมาคมก็ได้แจ้งให้กับสมาชิกสมาคมฯไปแล้ว เพื่อเป็นแนวทางหนึ่งในการช่วยรัฐบาลสะกัดกั้นการฟอกเงินจากการค้ายาเสพติด แต่นายหน้าที่ไม่ได้เป็นสมาชิกของสมาคมมีจำนวนมาก ซึ่งอาจไม่เข้าใจเกี่ยวกับรายละเอียดของการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ดังกล่าว
โดยนายแพทย์สมศักดิ์มองว่าหากประเทศไทยมี พ.ร.บ นายหน้าอสังหาริมทรัพย์น่าจะช่วยให้การป้องกันปัญหาการฟอกเงินมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ การที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) หากประเทศไทยไม่มีกฎหมายควบคุมการทำงานของนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ เชื่อว่าในอนาคตจะส่งผลกระทบต่างๆ ตามมามากมาย
“หลังจากปี 2558 เป็นต้นไปการทำธุรกิจบ้านมือสองในประเทศจะมีชาวต่างชาติเข้ามาแข่งขันกับคนไทยมากขึ้น และจะทำให้ธุรกิจของคนไทยเสียเปรียบเนื่องจากไม่สามารถเดินทางไปทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มือสองในต่างประเทศได้ เนื่องจากไม่มีไลเซนส์และไม่มีกฎหมายรองรับ ในขณะที่ประเทศอื่นๆ อย่างเช่นมาเลเซียและสิงคโปร์มีกฎหมายควบคุมการทำงานของนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งมีการออกใบอนุญาตที่ถูกต้องตามกฎหมาย” นายแพทย์สมศักดิ์ กล่าว
ทั้งนี้ นายกสมาคมฯยังได้เผยถึงแนวทางในการผลักดันให้ภาครัฐเห็นความสำคัญของ พ.ร.บ.ดังกล่าวโดยได้แต่งตั้งคณะทำงานในเรื่องนี้โดยเฉพาะ และคาดว่าในเร็วๆ นี้จะดำเนินการยื่นหนังสือต่อกระทรวงการคลังเพื่อชี้แจงให้เห็นถึงความสำคัญของการมีกฎหมายดังกล่าว ซึ่งจะส่งผลดีทั้งต่อภาพลักษณ์ของประเทศหลังจากก้าวเข้าสู่ AEC รวมทั้งยังเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจบ้านมือสองที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้เป็นอย่างดี
สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทย เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มผู้ดำเนินธุรกิจนายหน้าอสังหาริมทรัพย์จำนวน 300 ราย เพื่อทำหน้าที่ส่งเสริมการประกอบวิสาหกิจประเภทที่เกี่ยวกับนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ และให้ความอนุเคราะห์แก่สมาชิกในด้านสวัสดิการเท่าที่ไม่เป็นการต้องห้ามตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ. 2509
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ