N-Parkผุดคอนโดฯ1-2ล้านประเดิมกลับสู่สังเวียนอสังหาฯ

28 ส.ค. 2556

หลังจากประกาศเพิ่มทุน 1,500 ล้านบาทไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยหนึ่งในผู้ถือหุ้นก็คือเจ้าสัว “ประชา มาลีนนท์” ล่าสุด N-Park เปิดเกมรุกในการกลับสู่ธุรกิจ ประเดิมด้วยโครงการคอนโดฯ โลว์ไรซ์ระดับราคา 1-2 ล้าน ทำเลรามอินทรา เจาะกลุ่มคนทำงาน พร้อมตั้งเป้ากลับมาเป็นบริษัทอสังหาฯ ชั้นนำของไทยอีกครั้ง 
 
นายนคร ลักษณกาญจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แนเชอรัล พาร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ N-Park เปิดเผยว่า บริษัทพร้อมเดินหน้าตามแผนการกลยุทธ์การลงทุน และโชว์ความพร้อมในการกลับมาเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทยอีกครั้ง โดยล่าสุด ได้เปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมแบบโลว์ไรส์โครงการแรก “พาร์ค รามอินทรา” (Park Ramindra) มูลค่าโครงการ 350 ล้านบาท โดยยังคงแนวคิด“ที่อยู่อาศัยใกล้ชิดกับธรรมชาติ” ซึ่งเป็นคอนเซ็ปต์หลักของบริษัท 
 
“เราได้มีการเริ่มพัฒนาโครงการใหม่ๆ โดยเริ่มศึกษาตลาดในทำเลที่เรามีที่ดินอยู่ การพัฒนาโครงการพาร์ค รามอินทรา เป็นโครงการแรกหลังจากบริษัทได้หยุดพัฒนาโครงการมาหลายปี และเราพัฒนาโครงการพาร์ค รามอินทรานี้ เนื่องด้วยเหตุผลหลายประการคือ เป็นโครงการคอนโดมิเนียมแบบโลว์ไรส์ใช้ระยะการก่อสร้างโครงการประมาณ 13 เดือน มีการรับรู้รายได้เร็ว เราได้มีการศึกษาตลาดในเชิงลึกว่า ความต้องการของตลาดคอนโดฯ ในพื้นที่นี้ ในระดับราคานี้ยังคงมีสูง ตลอดจนการเติบโตของชุมชนในทำเลดังกล่าวมีการขยายตัวสูงเช่นกัน ประกอบกับนโยบายการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคลาย-มีนบุรี) ที่ทางรัฐบาลอยู่ระหว่างดำเนินการ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2560 ซึ่งจะส่งผลให้ทำเลนี้จะเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อไปยังเส้นทางหลักๆ ในเส้นทางรถไฟฟ้าสายอื่น ทำให้การเดินทางสะดวกมากขึ้น” นายนคร กล่าว
 
พาร์ค รามอินทรา เป็นคอนโดมิเนียมความสูง 8 ชั้นจำนวน 1 อาคาร ตั้งอยู่บนพื้นที่ 2-1-68 ไร่ บนถนนรามอินทรา 47 โดยเป็นห้องชุดขนาด 1 ห้องนอนทุกยูนิต รวมทั้งสิ้น 212 ยูนิต โดยมีขนาดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 29.45 – 36.50 ตารางเมตร มีพื้นที่จอดรถ 86 คัน คิดเป็นร้อยละ 40 ของจำนวนห้องชุดทั้งหมด โดยจะเปิดพรีเซลในวันที่ 31 สิงหาคม – 1 กันยายน 2556 นี้ราคาเริ่มต้นที่ 1.47 ล้านบาท
 
ทั้งนี้โครงการจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างในเดือนกุมภาพันธ์ 2557 และคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนมีนาคม 2558
 
นายนครกล่าวต่อว่านโยบายของการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์นับจากนี้ไปจะ ไม่จำกัดว่าจะเป็นแนวดิ่งหรือแนวราบ อาจเจาะกลุ่มตลาดที่หลากหลายขึ้นอยู่กับทำเล โดยในไตรมาส 3 และ 4 ของปีนี้ บริษัทมีแผนพัฒนาโครงการอีกไม่ต่ำกว่า 3 โครงการ ส่วนแผนพัฒนาโครงการอื่นๆ ยังคงอยู่ระหว่างการศึกษากลุ่มตลาดเป้าหมายและการตลาดแบบเจาะลึก เพื่อให้การพัฒนาโครงการออกมาอย่างมีคุณภาพและมีการใช้เงินทุนเกิดประโยชน์สูงสุด 
 
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com      
 
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่  
 
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ 
เขียนความเห็น