น้อมบุญเชื่อดีมานด์อสังหาฯ แนวราบกลุ่มบ้านจัดสรรยังดีอยู่ อิงยอดจดทะเบียนบ้านช่วง 4 เดือนแรกเพิ่มขึ้น 39% เตรียมเดินหน้าดันยอดขายโครงการบ้านเดี่ยวทำเลศรีนครินทร์ ก่อนปรับราคาเพิ่ม 3-5% ปีหน้า
นายมานะ จิระนภากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท น้อมบุญ จำกัด เปิดเผยว่าแม้เศรษฐกิจในช่วงนี้จะอยู่ในภาวะชะลอตัว แต่ก็เป็นเพียงแค่การปรับตัวระหว่างความต้องการและปริมาณสินค้าที่น่าจะเริ่มกลับสู่ภาวะสมดุลในช่วงไตรมาส 4 ในขณะที่ตลาดอสังหาฯ โดยรวมในช่วงครึ่งปีแรกยังมีการเติบโตทั้งด้านยอดขายและรายได้
“ผู้ประกอบการรายใหญ่หลายรายพากันเข้ามาลงทุนในตลาดแถบนี้อย่างคึกคัก ซึ่งจะดึงดูดให้ผู้ที่มองหาที่อยู่อาศัยใหม่หันมาสนใจทำเลนี้มากขึ้น แน่นอนว่าการแข่งขันในตลาดแถบนี้ก็จะสูงตามไปด้วย ทำให้เรามองว่าอสังหาฯ แนวราบศรีนครินทร์ถือเป็นทำเลศักยภาพที่น่าลงทุนของโซนกรุงเทพฝั่งตะวันออก มูลค่าที่ดินมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นรวดเร็ว หากเทียบราคาต่อตารางเมตรระหว่างที่อยู่อาศัยแนวราบกับแนวสูงในย่านศรีนครินทร์ บ้านเดี่ยวหรือทาวน์โฮม ราคาจะอยู่ประมาณ 2-3 หมื่นบาท/ ตารางเมตร ส่วนคอนโดฯ ราคาจะเริ่มต้นประมาณ 5 หมื่นบาทขึ้นไป/ ตารางเมตร” นายมานะกล่าว
สำหรับช่วงครึ่งปีหลัง เชื่อว่าตลาดอสังหาฯ จะเติบโตต่อเนื่องไปได้ เพราะยังคงมีอุปสงค์ในตลาด คาดภายใน ไตรมาส 4 กำลังซื้อจะกลับมาดีขึ้น ด้วยราคาที่อยู่อาศัยใจกลางเมืองสูงมาก คนตัดสินใจเลือกที่อยู่ในเขตชานเมืองมากขึ้น โดยเฉพาะศรีนครินทร์ ที่เป็นแหล่งจ้างงาน และมีความสะดวกสบายในการคมนาคม ทำให้เกิดซัพพลายใหม่เข้ามาในตลาดเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ นายมานะได้กล่าวถึงความคืบหน้าของโครงการที่เปิดขาย 2 โครงการในปัจจุบัน ได้แก่ ทาวน์โฮม เลอ เน็กซ์ตร้า ที่เริ่มเปิดขายอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤษภาคม 2555 ปัจจุบันมียอดขายแล้ว 48% เริ่มโอนตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2555 ล่าสุดมียอดโอนแล้วกว่า 21% โดยคาดว่าโครงการจะแล้วเสร็จประมาณเดือนตุลาคมปีหน้า
ส่วนบ้านเดี่ยวโครงการ เลอ นีโอ2 ซึ่งได้เปิดขายเมื่อช่วงเดือนกันยายน 2555 มียอดขายแล้ว 82% และคาดว่าจะสามารถปิดการขายได้ภายในสิ้นปีนี้ ส่วนยอดโอนปัจจุบันอยู่ที่ 26% แล้ว ทั้งนี้ ในส่วนของการก่อสร้างคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือนมีนาคม 2557
ส่วนแผนการลงทุนเพิ่มเติมนั้น บริษัทเตรียมขยายการลงทุนไปยังต่างจังหวัดที่เป็นหัวเมืองใหญ่ โดยล่าสุดได้ซื้อที่ดินที่ขอนแก่นไว้แล้ว และอยู่ในระหว่างการสำรวจตลาดเพื่อพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนในพื้นที่ให้มากที่สุดอยู่
ด้านต้นทุน บริษัทได้มีการเซ็นสัญญากับบริษัทรับเหมาก่อสร้างล่วงหน้า มีการจัดซื้อและล็อคราคาค่าวัสดุก่อสร้างในราคาต้นทุนเดิมไว้แล้วบางส่วน จึงสามารถชะลอการปรับราคาขึ้นออกไปอีกได้ซักระยะ อย่างไรก็ตามปัญหาค่าจ้างผู้รับเหมาที่ปรับราคาขึ้น เนื่องจากขาดแคลนแรงงาน และค่าวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้น มีผลกระทบต่อธุรกิจโดยตรงทำให้ต้นทุนในการพัฒนาโครงการเพิ่มขึ้น หากจำเป็นต้องปรับราคาตามต้นทุน ก็จะปรับเพิ่มประมาณ 3-5%
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ