อันดับความน่าอยู่ของกรุงเทพฯยังคงที่

6 ก.ย. 2556

เมลเบิร์นยังคงเป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลกประจำปี 2556 จากการสำรวจของหนังสือพิมพ์ธุรกิจชั้นนำ “ดิ อีโคโนมิสต์” (The Economist) ตามมาด้วยกรุงเวียนนา และแวนคูเวอร์ ซึ่งเป็นแชมป์เก่าประจำปี 2554 

กรุงเทพฯ ยังคงอยู่ในอันดับเดิมกับเมื่อปี 2555 ที่ผ่านมา โดยอยู่ในอันดับที่ 101 ด้วยคะแนนเฉลี่ย 65% โดยในปีที่ผ่านมาอันดับความน่าอยู่ของกรุงเทพฯ นั้นอยู่ในระดับเดียวกับกรุงอัลมาตี (คาซัคสถาน) และกรุงอัมมาน (จอร์แดน)   

นายจอน โคปสแตก บรรณาธิการประจำหน่วยวิเคราะห์ของดิอิโคโนมิสต์ (The Economist Intelligence Units) ได้กล่าวในบทนำของการจัดอันดับประจำปี 2556 ว่า  "อันดับความน่าอยู่ของเมืองต่างๆ ทั่วโลกดูจะไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงสักเท่าใดนักในรอบปีที่ผ่านมา แต่ถ้าพิจารณาในช่วงระยะเวลาที่กว้างกว่านั้นเราจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน  เช่น อันดับความน่าอยู่ของสิงคโปร์ที่ขยับสูงขึ้น 2 อันดับสะท้อนให้เห็นถึงสังคมที่เปิดกว้างขึ้น ในขณะที่ในบางเมืองอันดับความน่าอยู่อาศัยลดลง เนื่องจากความไม่สงบภายในประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อความน่าอยู่อาศัยของเมืองนั้นๆ ในทศวรรษนี้” 

ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา มีเพียง 13 เมืองจาก 140 เมืองที่ทำการสำรวจทั่วโลกนั้นที่มีอันดับเปลี่ยนแปลง โดยมีเพียง 28 เมืองหรือประมาณ 20% ที่มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงปีที่ผ่านมา โดยการเปลี่ยนแปลที่ว่านี้ มีทั้งการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก เช่น การพัฒนาระบบสาธารณูปโภคเพื่อให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคนในเมืองดีขึ้น และการเปลี่ยนแปลงในเชิงลบ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงส่วนใหญ่ของเมืองส่วนมาก โดยมีปัญหามาจากความผันผวนภายในประเทศ ที่มีผลกระทบจากเหตุการณ์สำคัญๆ เช่น ปรากฎการณ์อาหรับสปริง และนโยบายรัดเข็มขัดในยุโรป เป็นต้น    

สำหรับการจัดอันดับความน่าอยู่ของดิ อิโคโนมิสต์นี้ จัดทำขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยสำรวจจาก 140 เมืองทั่วโลก  และพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ  กว่า 30 รายการ อาทิ การพัฒนาสาธารณูปโภคภายในเมือง การศึกษา บริการด้านสุขภาพ วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม เป็นต้น โดยแต่ละหัวข้อนั้นจะมีการวัดระดับแบ่งเป็น 5 ระดับ โดยเริ่มตั้งแต่ ยอมรับได้  พอทนได้  รับไม่ค่อยได้  ไม่ต้องการ และทนไม่ได้เลย จากนั้นจะนำคะแนนดังกล่าวมาคำนวณเป็นตัวเลขในสเกล 1-100  

10 อันดับแรกของเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลก
1. เมลเบิร์น, ออสเตรเลีย 
2. เวียนนา, ออสเตรีย  
3. แวนคูเวอร์, แคนาดา 
4. โตรอนโต, แคนาดา 
5. คาลการี, แคนาดา 
6. อะเดเลด, ออสเตรเลีย 
7. ซิดนีย์, ออสเตรเลีย 
8. เฮลซิงกิ, ฟินแลนด์ 
9. เพิร์ท, ออสเตรเลีย 
10. โอ๊คแลนด์, นิวซีแลนด์ 

10 อันดับสุดท้าย 
131. เตหะราน, อีหร่าน 
132. ดูอาลา, แคเมอรูน  
133. ทริโปลี, ทริโปลี
134. การาจี, ปากีสถาน 
135. อัลเจียส์ , แอลจีเรีย 
136. ฮาแรร์, ซิมบับเว
137. ลากอส, ไนจีเรีย 
138. พอร์ท มอเรสบี้, ปาปัว นิวกินี 
139. ธากา, บังคลาเทศ 
140. ดามัสกัส, ซีเรีย 

รายงานฉบับเต็มสามารถอ่านได้ที่นี่   
 
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com      
 
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่  
 
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ 
เขียนความเห็น