เซ็นจูรี่ 21 เดินหน้าโปรเจค “Thailand Sales Academy” หวังยกระดับคุณภาพนายหน้าอสังหาฯ ในเมืองไทย พลิกภาพพจน์จากลบเป็นบวก พร้อมเร่งเกมรุกขยายแฟรนไชส์ช่วงโค้งสุดท้ายของปี มั่นใจครบ 50 สาขาทั่วประเทศตามเป้า
นายเดวิด เดนิสัน กรรมการบริหารฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท เซ็นจูรี่ 21 (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่ หลังจากที่เปิดตัวหลักสูตรฝึกอบรมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์รายใหม่ที่เรียกว่า “Thailand Sales Academy” หรือ TSA ขึ้นเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา และได้รับการตอบรับที่ดีโดยมีผู้เข้าร่วมและสำเร็จหลักสูตรไปแล้ว 5 รุ่น จำนวนกว่า 70 คน บริษัทเตรียมเปิดหน้าหลักสูตรอบรมอสังหาฯ เฟสใหม่ โดยจะเริ่มต้นในเดือนกันยายนนี้เป็นต้นไป
“จุดมุ่งหมายของการเปิดอคาเดมี่ขึ้นมา ประการแรกเลยคือต้องการสร้างกลุ่มแรงงานที่จะเข้ามาเป็นนายหน้าอสังหาฯ ในอนาคตให้มีความเป็นมืออาชีพมากที่สุด อีกทั้งเป็นการเปลี่ยนภาพลักษณ์นายหน้าอสังหาฯ ที่ปัจจุบันคนชอบมองในแง่ลบ รวมไปถึงการเปลี่ยนระบบให้มีขั้นตอนมากยิ่งขึ้น และปลูกฝังแนวคิดความซื่อสัตย์ให้คนในอาชีพเพื่อรักษาลูกค้าในระยะยาว” นายเดวิด กล่าว
คอร์สอบรม TSA เปิดสำหรับบรรดานายหน้าอสังหาฯ และประชาชนทั่วไปที่สนใจจะประกอบธุรกิจนายหน้าอสังหาฯ โดยมีเนื้อหาตั้งแต่หลักในการเป็นนายหน้ามืออาชีพ การวางแผนการทำธุรกิจให้ประสบผลสำเร็จ รวมไปถึงข้อกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคอร์สดังกล่าวจะเป็นหลักสูตรที่เข้มข้นเป็นระยะเวลา 3-5 วัน โดยเปิดกว้างให้กับทั้งผู้เรียนชาวไทยและชาวต่างชาติ ชั้นเรียนละ 10-15 คน โดยจะเปิดสอนเพียงเดือนละครั้ง ในอัตราคอร์สละ 2,000 บาท
นอกจากนี้ ยังมีคอร์สอบรมฟรีสำหรับโบรกเกอร์และทีมขายของแฟรนไชส์เซ็นจูรี่ 21 ในแต่ละสาขา ภายใต้หลักสูตรที่ชื่อว่า Thailand Management Academy (TMA) ซึ่งเป็นหลักสูตรเข้มข้น 3 วัน
ทั้ง 2 หลักสูตรจะทำการอบรม ณ เซ็นจูรี่ 21 อคาเดมี่ ในซอยสุขุมวิท 24 โดยผู้ที่สำเร็จการอบรมของทั้ง 2 คอร์สจะได้รับประกาศนียบัตรรับรอง
ปัจจุบัน เซ็นจูรี่ 21 มีจำนวนแฟรนไชส์ที่เปิดดำเนินการแล้ว 25 สาขา โดยอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ จำนวน 18 สาขา อาทิ ทองหล่อ, สุขุมวิท 16, สุขุมวิท 24, สุขุมวิท 64, สาธร, วงเวียนใหญ่, อโศก, ลาดพร้าว และ ใกล้สถานีรถไฟฟ้าแบริ่ง เป็นต้น ส่วนในต่างจังหวัดมี 7 สาขา ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่, ภูเก็ต, สมุย, ขอนแก่น, อุดรธานี, พัทยาและหัวหิน อย่างไรก็ดี บริษัทเดินหน้าจะเปิดเพิ่มให้ครบ 50 สาขาตามเป้าที่ตั้งไว้ภายในสิ้นปีนี้ โดยขณะนี้มีผู้ที่แสดงความสนใจจากทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด อาทิ นครสวรรค์ และพิษณุโลก เป็นต้น
“แม้เศรษฐกิจปัจจุบันจะมีความผันผวน แต่เรายังสามารถขยายสาขาได้อย่างต่อเนื่อง และมีผู้ที่สนใจเข้าร่วมทำธุรกิจจัดหา ซื้อ ขาย เช่า อสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะปัจจัยที่ทำให้คนส่วนใหญ่หันมาสนใจในธุรกิจนี้เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากธุรกิจด้านนี้เป็นโอกาส หากมองในมุมมองของเอเจนท์ที่ทำหน้าที่บริหารจัดการเรื่องการซื้อขาย บ้าน ที่ดิน คอนโดมิเนียม จะมองว่าธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่มีโอกาสอยู่เสมอ ไม่ว่าจะในสถานการณ์เศรษฐกิจจะอยู่ในช่วงขาขึ้น หรือขาลง หากเป็นในช่วงขาลง ก็จะมีคนที่ต้องการขายอสังหาริมทรัพย์ออกมาค่อนข้างมาก แต่หากเป็นในช่วงขาขึ้น ก็จะมีหลายๆ คนต้องการซื้อเพื่อลงทุนเก็บไว้นั่นเอง นับว่านี่คือโอกาสในการทำธุรกิจของเอเจนท์” นายเดวิดกล่าวเสริม
เมื่อถามถึงแนวโน้มตลาดอสังหาฯ ในมุมมองของคนที่อยู่ในธุรกิจตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ นายเดวิดกล่าวว่าตลาดในช่วงโค้งสุดท้ายของปีคงไม่แตกต่างจากช่วงไตรมาส 2 และ 3 ที่ผ่านมา
“มีแฟรนชายซีหลายรายถามผมว่าจะเกิดฟองสบู่อสังหาฯ หรือไม่ ตลาดกำลังโอเวอร์ซัพพลายหรือเปล่า ผมยังคงยืนยันคำตอบเดิมว่าไม่น่าจะเกิดเพราะหากจะเกิดปัญหาแบบนั้นได้ เศรษฐกิจจะต้องตกต่ำลงมาก และซัพพลายต้องสูงกว่าดีมานด์ แต่ตอนนี้ภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศเราโดยรวมถือว่าค่อนข้างมั่นคง คนไทยยังคงใช้จ่ายกันอย่างคึกคัก สังเกตได้จากช่วงที่ห้างสรรพสินค้าเปิดเซลส์ อสังหาฯ ก็ใช่ว่าจะน้อยหน้าใคร ก็มีการซื้อ-ขายอย่างคึกคัก ดังนั้น แนวโน้มตลาดถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี”
สำหรับผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมการอบรมหลักสูตร TSA และ TMA ของเซ็นจูรี่ 21 และติดตามความคืบหน้า รวมไปถึงวันและเวลาที่เปิดอบรมในแต่ละเดือนได้ทาง www.facebook.com/ThailandCentury21
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ