เอพีปั๊มยอดขายช่วงโค้งสุดท้าย ออกแคมเปญใหม่เจาะกลุ่มข้าราชการ คาดยอดขายปี 56 ทะลุเป้า 22,000 ล้านบาท และรายได้ถึง 20,000 ล้านบาทตามเป้า แม้จะเพิ่มจำนวนโครงการเปิดใหม่ทั้งปีเป็น 28 โครงการจากเดิม 25 โครงการ
นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์การตลาด บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าบริษัทได้ร่วมจัดแคมเปญส่งเสริมการขายภายใต้คอนเซ็ปต์ Best Home, Best Buy กับสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) หลังจากที่ได้มีโอกาสในการเข้าไปศึกษาความต้องการที่แท้จริงของสมาชิก กบข. ซึ่งเป็นกลุ่มข้าราชการที่มีเครดิตทางด้านการเงินที่ดี และกำลังมองหาที่อยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก ทำให้บริษัทเล็งเห็นช่องว่างในกลุ่มนี้ จึงได้รวบรวมโครงการแนวราบและแนวสูงบน 13 ทำเลศักยภาพภายใต้คอนโดมิเนียมแบรนด์ Aspire และทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้นแบรนด์ Pleno มาร่วมแคมเปญดังกล่าวตั้งแต่วันนี้- 30 ธันวาคม 2556 โดยคาดว่าจะสนับสนุนการเป็นเจ้าของที่พักอาศัยของสมาชิกกบข. กว่า 1.19 ล้านรายทั่วประเทศได้
สำหรับโครงการที่เข้าร่วมแคมเปญดังกล่าว ประกอบด้วย 1) Aspire รัตนาธิเบศร์ เริ่มต้น 2.2 ล้านบาท 2) Aspire รัตนาธิเบศร์ 2 ราคาเริ่มต้น 1.69 ล้านบาท 3) Aspire ศรีนครินทร์ คอนโดฯ พร้อมอยู่ ราคาเริ่มต้น 1.68 ล้านบาท 4) Aspire พระราม 4 คอนโดฯ พร้อมอยู่ เริ่มต้น 2.05 ล้านบาท 5) Aspire สุขุมวิท 48 ราคาเริ่มต้น 2.6 ล้านบาท 6) Aspire สาทร – ตากสิน (บริค โซน) ใกล้รถไฟฟ้าวุฒากาศ เริ่มต้น 1.69 ล้านบาท และ 7) Aspire อุดรธานี เยื้องวีทีแหนมเนือง ราคา 1.66 ล้านบาท
ส่วนทาวน์โฮม 2 ชั้นแบรนด์ Pleno ที่เข้าร่วม ได้แก่ 1) Pleno สุขสวัสดิ์ 30 ราคาเริ่มต้น 2.29 ล้านบาท 2) Pleno พระราม 5-ปิ่นเกล้า ราคาเริ่มต้น 2.39 ล้านบาท 3) Pleno เอกชัย-กาญจนาภิเษก ราคาเริ่มต้น 2.19 ล้านบาท 4) Pleno รัตนาธิเบศร์- ชัยพฤกษ์ ราคาเริ่มต้น 2.19 ล้านบาท 5) Pleno ปิ่นเกล้า – ราชพฤกษ์ ราคาเริ่มต้น 2.19 ล้านบาท และ 6) Pleno วงแหวน –รามอินทรา เริ่มต้น 2.65 ล้านบาท
สมาชิก กบข. หรือบุคคลทั่วไป ที่สนใจสามารถขอรับรายละเอียดและเข้าชมโครงการได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1623 หรือฝ่ายบริการข้อมูลสมาชิก กบข. โทร.1179 ในวันและเวลาทำการ
นอกจากนี้ นายวิทการ ได้กล่าวถึงแผนการพัฒนาโครงการในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้ว่า บริษัทได้ปรับแผนการเปิดโครงการในปีนี้เพิ่มขึ้นจากเดิม 25 โครงการ มูลค่ารวม 30,000 ล้านบาทเป็น 28 โครงการ รวมมูลค่า 32,000 ล้านบาท โดยในช่วงสองไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ บริษัทจะเปิดโครงการใหม่อีก 19 โครงการ หลังจากที่ครึ่งปีแรกเปิดไปแล้ว 9 โครงการ
ทั้งนี้ บริษัทมีแผนที่จะซื้อที่ดินเพิ่มอีก 9 แปลง ในเขตกรุงเทพฯ มูลค่าราว 1,000-2,000 ล้านบาท ซึ่งยังอยู่ภายใต้งบซื้อที่ดินของบริษัทที่ตั้งไว้ทั้งปีที่ประมาณ 6,000-7,000 ล้านบาท
สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทนั้น นายวิทการยังคงมั่นใจว่าจะทำได้ตามเป้าที่ตั้งไว้เดิมที่ 22,000 ล้านบาท เช่นเดียวกับรายได้ที่ยังคงเดิมที่ 20,000 ล้านบาท เหตุที่บริษัทยังคงทาร์เก็ตของปีนี้ไว้ที่เดิมเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน ส่งผลต่อกำลังซื้อที่ชะลอตัวลงนั่นเอง
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ