ไนท์แฟรงค์ฯ เผยในช่วงครึ่งแรกปี 56 ตลาดคอนโดฯ ชานเมืองขับเคลื่อนการเติบโตของตลาดคอนโดฯ ในเมืองกรุง ทำเลตลาดบูมได้แก่พื้นที่ใกล้เส้นทางรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย เตือนผู้ประกอบการเฝ้าระวังสภาวะโอเวอร์ซัพพลาย
นางสาวริษิณี สาริกบุตร ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและประเมินมูลค่าทรัพย์สิน บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่าในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ คอนโดมิเนียมในทำเลชานเมืองมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของตลาดคอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ โดยมีจำนวนหน่วยมากถึง 22,465 ยูนิตหรือคิดเป็นประมาณ 70% ของโครงการเปิดตัวใหม่ทั้งหมด โดยการเติบโตที่เด่นชัดที่สุดอยู่ในพื้นที่ใกล้กับเส้นทางขนส่งมวลชนส่วนขยายต่างๆ ซึ่งในช่วง 6 เดือนแรกมีจำนวนซัพพลายใหม่เข้าสู่ตลาด 9,123 ยูนิตหรือ 46% ของอุปทานใหม่ทั้งหมดในช่วงครึ่งปีแรก
โดยทำเลส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าบีทีเอสจากอ่อนนุชไปถึงแบริ่งมีโครงการขึ้นใหม่ 12 โครงการรวม 3,136 ยูนิต และทำเลส่วนต่อขยายสายสีม่วงซึ่งเชื่อมต่อระหว่างโซนตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงเทพฯ จากบางซื่อไปยังนนทบุรีมีโครงการเปิดใหม่จำนวน 13 โครงการรวม 5,486 ยูนิต
ในส่วนของดีมานด์นั้น นางสาวริษิณีกล่าวว่าทำเลที่มีดีมานด์จากผู้ซื้อมากสุดได้แก่ ทำเลส่วนต่อขยายจากกรุงธนบุรีไปบางหว้า คิดเป็น 51% รองลงมาเป็นโซนอ่อนนุชไปสมุทรปราการที่มีอัตราการขายในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 49.68%
ทั้งนี้ ดีมานด์สำหรับคอนโดฯ ในย่านชานเมืองจะเป็นสินค้าราคาระดับกลางและระดับล่าง โดยกลุ่มผู้ซื้อเป้าหมายเป็นผู้ที่เช่าอพาร์ทเมนท์ แต่ต้องการซื้อคอนโดฯ ด้วยการผ่อนค่างวดในระดับที่ใกล้เคียงกับเงินที่เดิมจ่ายเป็นค่าเช่า ห้องจึงมีขนาดเล็กแต่ผู้ซื้อก็ได้ประโยชน์จากการที่ได้อยู่ใกล้กับเส้นทางรถไฟฟ้า
คอนโดฯ ย่านชานเมืองที่มีราคาขายเฉลี่ยสูงสุดคือห้องชุดสร้างเสร็จตามเส้นทางบีทีเอสส่วนขยายจากกรุงธนบุรีไปบางหว้าโดยมีราคาอยู่ที่ 106,083-109,111 บาทต่อตารางเมตร ในขณะที่ราคาขายเฉลี่ยของโครงการที่ตั้งอยู่ตามแนวรถไฟฟ้าส่วนขยายจากอ่อนนุชไปแบริ่งอยู่ที่ 85,046-97,672 บาทต่อตารางเมตร และราคาขายเฉลี่ยของโครงการที่ตั้งอยู่ตามแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วงอยู่ที่ประมาณ 56,330-65,341 บาทต่อตารางเมตร
ทั้งนี้ นางสาวริษิณีคาดว่าซัพพลายของคอนโดฯ ย่านชานเมืองจะยังคงมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะทำเลในช่วงส่วนต่อขยายธนบุรีที่มีดีมานด์รองรับอยู่อีกเป็นจำนวนมาก แต่การการขายยังคงเป็นไปแบบช้าๆ ทำให้ยังคงมีจำนวนยูนิตเหลือขายอยู่อีกมาก ด้วยเหตุนี้เองผู้ประกอบการจึงควรระมัดระวังว่าอาจเกิดสภาวะโอเวอร์ซัพพลายในอนาคตได้
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ