ในตอนที่ผ่านมา
เราได้พูดถึงข้อควรพิจารณาในการเลือกทำเลที่อยู่อาศัยสำหรับผู้ซื้อมือใหม่ วันนี้
เราขอเอาใจคนนิยมการอยู่อาศัยในแนวสูง
ด้วยทิปส์ในการเลือกซื้อคอนโดมิเนียมที่ตรงกับความต้องการของคุณ โดยมีข้อควรรู้
ดังนี้
- ตำแหน่งของห้อง
– ไม่ควรอยู่ใกล้ลิฟท์หรือห้องทิ้งขยะ
– ยูนิตมุมเป็นตำแหน่งที่ดีเพราะจะแชร์กำแพงกับเพื่อนบ้านเพียงแค่ฝั่งเดียว
แต่ต้องคำนึงถึงทิศด้วย
– ห้องทิศใต้เป็นตำแหน่งที่ดีที่สุดและสามารถเป็นจุดขายได้
เนื่องจากเป็นทิศที่มีลมดีเกือบจะตลอดปี
– ถ้าเป็นโครงการคอนโดฯ ที่อยู่ติดถนนใหญ่
ไม่ควรเลือกห้องฝั่งติดถนนใหญ่เพราะเสียงจะดัง
– ไม่ควรเป็นห้องที่อยู่ในตำแหน่งทางสามแพร่ง
– ต้องศึกษาด้วยว่าในอนาคตจะมีสิ่งก่อสร้างมาบดบังวิวหรือไม่
- High Rise หรือ
Low Rise
– ถ้าเป็นคอนโดฯ แบบ Low Rise จะมีข้อจำกัดเรื่องระยะความสูงจากพื้นถึงเพดาน ซึ่งทำให้เพดานห้องไม่สามารถทำสูงมากได้
จะให้ความรู้สึกที่ไม่ค่อยโปร่งสบายเหมือนกับคอนโดฯ แบบ High Rise
– ข้อดีของคอนโดฯ แบบ Low Rise คือสัดส่วนการถือครองกรรมสิทธิ์ในที่ดินสูงกว่าแบบ
High Rise ที่มีจำนวนยูนิตในโครงการมากกว่าทำให้มีผู้ถือครองกรรมสิทธิ์ร่วมเพิ่มขึ้น
สัดส่วนการถือครองของเจ้าของแต่ละคนลดลง
- คอนโดฯ ชั้นยิ่งสูง ราคายิ่งแพง
– ถ้าซื้อเพื่อลงทุนควรซื้อห้องที่อยู่ในชั้นที่ไม่สูงมากเพื่อลดต้นทุน
คือ ไม่เกินชั้น 10 สำหรับโครงการแบบ High Rise และไม่เกินชั้น
4 สำหรับโครงการแบบ Low Rise ทั้งนี้ต้องดูตำแหน่งห้องด้วยว่ามีตึกข้างๆ
บังวิวหรือไม่
– สำหรับการซื้อเพื่ออยู่เอง ถ้าคุณไม่ได้ต้องการวิวแบบอลังการ
ห้องในชั้น 10-15 ถือว่ากำลังดี เพราะได้ทั้งวิว
เสียงไม่ดังจนเกินไป และที่สำคัญราคาไม่สูงเกินอีกด้วย
– ไม่ควรซื้อชั้น 12A หรือ
13 เพราะจะปล่อยเช่าหรือขายต่อยากกว่าชั้นอื่น
- Layout ของห้อง
– คอนโดฯ ที่มี Layout หน้ากว้างแม้ว่าขนาดพื้นที่จะเท่ากันแต่ก็ดูกว้างกว่าห้องที่มี
Layout หน้าแคบ
นอกจากนี้ อีกหนึ่งสิ่งที่คุณควรคิดถึงคือที่จอดรถ โครงการที่มีเปอร์เซ็นต์ที่จอดรถภายในโครงการสูง
จะทำให้คุณไม่ต้องมาปวดหัวกับปัญหาแย่งที่จอดรถกับเพื่อนบ้านโดยไม่จำเป็น
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่
Where’s Hot: ทำเลพระราม9กับไลฟ์สไตล์โดนๆ
Where’s Hot: ย่านพร้อมพงษ์กับไลฟ์สไตล์ผสมผสาน