ตลาดอสังหาฯอาเซียนในยุคดิจิตอลบูม

Kanchana Paha31 พ.ค. 2559

technology-keyboard

จับตาตลาดอสังหาฯ อาเซียนมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี รับอานิสงส์เทคโนโลยีดิจิตอลที่ขยายตัว

บริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ เจแอลแอล ได้เปิดเผยรายงานวิเคราะห์ผลกระทบจากเทคโนโลยีดิจิตอลต่อประเทศในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC และภาคอสังหาริมทรัพย์ล่าสุด พบว่าผลกระทบจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี จะเป็นประโยชน์และทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงต่อภาคอสังหาฯ และระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของอาเซียน ซึ่งหากมีการกำหนดแนวทางอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยเพิ่มผลิตผล รายได้ และคุณภาพชีวิตที่ดีของประชากรในภูมิภาค

โดยมีการคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจของกลุ่มประเทศอาเซียนจะมีการขยายตัวในอัตราร้อยละ 5 ต่อปีไปจนถึงปี 2563 สูงกว่าอัตราการเติบโตเฉลี่ยของเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะอยู่ที่ร้อยละ 3.5 ในขณะที่ปัจจุบันจำนวนประชากรของอาเซียนที่อาศัยในเมืองมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 2.2 ต่อปีและประชากรในกลุ่มชนชั้นกลางจะขยายตัวเพิ่มขึ้นจาก 70 ล้านคนเป็น 194 ล้านคนในอีก 4 ปีข้างหน้า

ในส่วนของตลาดที่อยู่อาศัย เว็บไซต์ต่างๆ เช่น Homesaway และ Airbnb ที่เสนอบริการเป็นสื่อกลางในการช่วยเจ้าของบ้านเปิดบ้านให้นักท่องเที่ยวเข้าพักแทนการเข้าพักในโรงแรมจะส่งผลกระทบต่อตลาดที่อยู่อาศัยและธุรกิจโรงแรม ซึ่งเว็บไซต์เหล่านี้ จะช่วยให้มีการใช้ประโยชน์จากที่อยู่อาศัยมากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีบ้านหลังที่สองหรือบ้านพักตากอากาศเนื่องจากสามารถปล่อยเช่าระยะสั้นให้แก่นักท่องเที่ยวได้ในช่วงที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ แต่ก็ส่งผลเสียต่อกลุ่มธุรกิจโรงแรมเพราะอาจจะถูกแย่งชิงลูกค้าบางส่วนไปนั่นเอง

ในภาคตลาดอาคารสำนักงาน กลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วมีแนวโน้มที่จะใช้ประเทศในอาเซียนเป็นฐานในการเอาท์ซอร์ส หรือจัดจ้างให้รับดำเนินงานบางส่วนแทน ซึ่งจะทำให้บริษัทกลุ่มที่รับงานด้านนี้ต้องการใช้พื้นที่อาคารสำนักงานเพิ่มมากขึ้น

เรจินา ลิม ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยประจำหน่วยธุรกิจบริการด้านการลงทุนของเจแอลแอล กล่าวว่า “บริษัทต่างๆ ทั่วโลกมีความต้องการใช้พื้นที่สำนักงานลดลงนับตั้งแต่เกิดวิกฤติการณ์ทางการเงินโลกในปี 2551 แต่พบว่าความต้องการใช้พื้นที่สำนักงานในอาเซียนกลับมีทิศทางตรงกันข้าม โดยคาดว่าบริษัทต่างๆ ในอาเซียนจะต้องการใช้พื้นที่สำนักงานเพิ่มเฉลี่ยร้อยละ 6 ต่อปีไปจนถึงปี 2563 ตามสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจที่คาดว่าจะขยายตัวในช่วงเดียวกัน รวมถึงการที่จะมีบริษัทในประเทศพัฒนาแล้วเร่งเอาท์ซอร์สบริษัทในอาเซียนเพิ่มมากขึ้นและจำนวนประชากรระดับชนชั้นกลางขยายจำนวนเพิ่ม โดยเฉพาะกรุงมะนิลาของฟิลิปปินส์ และกรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซียคาดว่าจะเป็นเมืองที่มีความต้องการใช้พื้นที่สำนักงานเพิ่มมากเป็นพิเศษ”

อ่านบทวิเคราะห์ ‘The Fourth Industrial Revolution: Impact on Real Estate in Southeast Asia’ ฉบับเต็มได้ที่ www.jll.co.th

 

 

 

อัพเดทข่าวอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่

 

เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com

เขียนความเห็น

ข่าว-บทความอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ

"รมช.คลัง"ชี้อสังหาฯปีนี้ขยายตัว 5%

"รมช.คลัง" มั่นใจอสังหาฯปีนี้ขยายตัวได้ถึง 5% ส่วนจีดีพีปีนี้ขยายตัว 3.3% จา

อ่านต่อ31 พ.ค. 2559