[บทความประชาสัมพันธ์พิเศษ] ทำเลสุขุมวิทยังคงเป็นทำเลฮอตไม่เสื่อมคลาย แม้ว่าปัจจุบันจะมี Node ใหม่ ๆ เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ และการเติบโตของเมืองกรุงเทพฯ ที่ทำให้ศูนย์กลางธุรกิจมีมากกว่าบริเวณเดียว แต่ศูนย์กลางธุรกิจหลักและแหล่งช้อปปิ้งยอดนิยมยังคงกระจุกตัวอยู่ที่สุขุมวิท ด้วยเพราะอาคารสำนักงานเกรดเอ และสำนักงานใหญ่ของบริษัทชั้นนำยังอยู่ในย่านสุขุมวิท ในมุมของนักลงทุน สุขุมวิทจึงเป็น Main CBD หรือ Main Central Business District ส่วน New CBD จะเป็นพื้นที่ใหม่ ๆ ทางธุรกิจที่จะขับเคลื่อนกรุงเทพฯ
จากการสำรวจภาพการเติบโตของเมืองชั้นนำในหลายประเทศ จะพบว่า เมื่อเมืองขยายตัว มีการลงทุนใหม่ ๆ มีการเข้ามาของกลุ่มทุนต่างชาติรายใหม่ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเกิดศูนย์กลางธรุกิจหลายแห่ง แต่ในเมืองชั้นนำเหล่านี้ ก็จะมี Main CBD ที่เป็นศูนย์กลางธุรกิจเดิม ภาพเช่นนี้กำลังเกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร เพราะในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กรุงเทพฯ เติบโตอย่างรวดเร็ว จากการลงทุนใหม่ ๆ ของกลุ่มทุนที่นอกเหนือจากกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ดั้งเดิม อีกทั้ง ปัจจัยเรื่องรถไฟฟ้าขยายไปยังหลายพื้นที่ ทำให้เกิดพื้นที่ใหม่ ๆ แต่การขยายตัวของรถไฟฟ้าเหล่านี้ ก็เพื่อที่จะเดินทางตรงเข้าสู่ใจกลางเมืองได้สะดวก
หากวิเคราะห์โมเดลของเมืองในหัวเมืองชั้นนำของหลายประเทศ จะพบว่า จุดศูนย์กลางเดิมที่มีรถไฟฟ้าผ่าน จะยังคงเป็นพื้นที่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเช่นเดิม และเป็นพื้นที่ที่ราคาอสังหาริมทรัพย์แพงที่สุด โดยแม้ว่าจะมีรถไฟฟ้ากระจายไปหลายพื้นที่ แต่จุดศูนย์กลางที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม มีแหล่งช้อปปิ้งยอดนิยม ยังคงเป็นแม่เหล็กชั้นดีในการดึงดูดให้คนยังเดินทางเข้าสู่เมือง เพราะไม่ว่าจะมี New CBD เกิดขึ้น มี Node ใหม่ของแหล่งช้อปปิ้ง แต่สุขุมวิทยังคงเป็น Shopping Street ที่แข็งแกร่ง เริ่มต้นตั้งแต่หัวถนนพระราม 1 ย่านสยามที่มีศูนย์การค้าขนาดใหญ่ถึง 3-4 แห่ง ขยับมาบริเวณแยกราชประสงค์ ก็มีศูนย์การค้ารายล้อมหลายแห่ง ต่อด้วยย่านชิดลม เพลินจิต นานา อโศก พร้อมพงษ์ ทองหล่อ เอกมัย ล้วนมีแหล่งช้อปปิ้งชั้นนำที่มีจุดเด่นที่แตกต่างกัน เจาะกลุ่มนักช้อปที่หลากหลาย จึงทำให้แต่ละแหล่งช้อปปิ้งสนับสนุนให้สุขุมวิทมีความเป็น Shopping Street ที่ชัดเจน
ขณะที่ที่ดินใจกลางเมืองอย่างย่านสุุขุมวิทยังคงเป็นที่ดินหายาก ด้วยการพัฒนาบนถนนสายนี้ถูกได้รับการพัฒนาจนเกือบเต็มพื้นที่แล้ว เมื่อมีโครงการคอนโดมิเนียมเกิดใหม่บนถนนสายนี้ จึงได้รับความนิยมจากทั้งผู้ที่ซื้ออยู่อาศัยเองและซื้อเพื่อลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนล้วนมองว่า ความเป็น Main CBD จะทำให้สุขุมวิทมีโอกาสในการลงทุนปล่อยขาย ปล่อยเช่าได้อย่างรวดเร็ว
ด้วยที่ดินที่หายากขึ้น และความเป็นแหล่งศูนย์กลางธุรกิจและแหล่งช้อปปิ้งชั้นนำ ทำให้ราคาที่ดินย่านสุุขุมวิทปรับตัวสูงขึ้นมาก โดยย่านสุขุมวิทบริเวณที่มีการซื้อขายได้จริง ปัจจุบันราคาซื้อขายสูงสุดที่ปิดได้แล้ว แตะ 2.2 ล้านบาท/ตารางวา ซึ่งปรับขึ้นประมาณ 12% จากปีที่ผ่านมา เช่นเดียวกับโซนทองหล่อ เอกมัย ราคาก็ขยังแรงเช่นกัน โดยราคาที่ปิดได้จริง แตะ 1.1-1.2 ล้านบาท/ตารางวา ส่วนราคาที่เสนอขายก็ขยับขึ้นไปถึง 1.5 ล้านบาท/ตารางวา ส่วนโซนพระโขนง แม้จะร้อนแรงน้อยกว่า แต่ราคาก็ขยับขึ้นไปไม่น้อยเช่นกัน
จากราคาที่ดินที่ขยับแรงขึ้นทุกปี ส่งผลให้ราคาคอนโดมิเนียมย่านสุขุมวิทยังคงเป็นพื้นที่ที่ราคาสูงที่สุดในตลาดคอนโดมิเนียม เฉลี่ยแล้วเฉียด 2.2-3 แสนบาท/ตารางเมตร เช่นเดียวกับอัตราค่าเช่าคอนโดมิเนียม ก็เป็นพื้นที่ที่อัตราค่าเช่าสูงสุดในตลาดเช่าที่พักอาศัยกรุงเทพฯ ราวๆ 800-1,000 บาท/ตารางเมตร และมีแนวโน้มที่จะได้รับอัตราผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าอยู่ที่ประมาณ 4-5% ต่อปี ส่วนอัตราผลตอบแทนจาก Capital Gain (ส่วนต่างจากราคาอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น) มีแนวโน้มอยู่ที่ประมาณ 10-15% ต่อปี
- ถึงอย่างไรก็ตามดัชนีราคาอสังหาฯ มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา อ่าน รายงานดัชนีอสังหาริมทรัพย์ DDproperty Property Index ฉบับล่าสุด
ด้วยความน่าสนใจของสุขุมวิท อัตราค่าเช่า และอัตราผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ ทำให้โครงการคอนโดมิเนียมบนถนนสุขุมวิทเป็นทำเลยอดนิยมของนักลงทุน โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมติดถนนสุขุมวิท ใกล้รถไฟฟ้า ซึ่งเป็นพื้นที่ที่หายาก ดีไซน์ภาพรวมโครงการมีความเป็นส่วนตัวในการพักอาศัย เลือกใช้วัสดุที่สะท้อนภาพความเป็นคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ ในราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาทเป็นเซกเมนต์ที่นักลงทุนมองว่ายังน่าสนใจ และยังคุ้มค่ากับการลงทุน
สำหรับโครงการเวอร์เทียร์ (Vertier) พัฒนาโดยบริษัท วี พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (รวมโครงการของ วี พร็อพเพอร์ตี้) โครงการคอนโดมิเนียมแห่งใหม่ล่าสุดบนทำเลย่านพระโขนง เน้นเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เป็นเจ้าของธุรกิจ ผู้บริหารระดับสูง ผู้ที่อยู่ในแวดวงธุรกิจ นักลงทุน และผู้ที่สนใจอสังหาริมทรัพย์ระดับไฮเอนด์ โดยเวอร์เทียร์ (Vertier) เป็นคอนโดมิเนียม ความสูง 31 ชั้น 1 อาคาร และ 6 ชั้นจอดรถใต้ดิน บนพื้นที่กว่า 1 ไร่ จำนวน 227 ยูนิต ที่จอดรถ 136 คัน (60%) ในเรื่องของการดีไซน์เน้นเส้นสายในการออกแบบที่เป็นเส้นโค้ง ลื่นไหล เหมือนสายน้ำและสายลม แต่ยังมีความเป็นเส้นตรงและเอียงผสานอยู่เพื่อสื่อถึงความทันสมัย เปรียบได้กับการใช้ชีวิตอยู่กึ่งกลางระหว่างความเป็นเมืองแต่แฝงด้วยธรรมชาติ
ทางด้านรูปแบบห้อง โครงการเวอร์เทียร์ (Vertier) มีด้วยกัน 3 รูปแบบ คือ 1 ห้องนอน 28-42 ตารางเมตร 2 ห้องนอน 48-52 ตารางเมตร 3 ห้องนอน 86 ตารางเมตร
พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่เลือกใช้วัสดุเป็นระดับ Hi-End ทั้งสิ้นเพื่อให้สอดรับกับการใช้ชีวิตสุดหรูหรา เอกสิทธิ์เหนือใคร ทั้งในส่วนของห้องพักและส่วนกลาง อาทิ Atelier Lobby Lounge&Business Meeting Lounge รังสรรค์สไตล์ที่โดดเด่นและเหนือกาลเวลา ด้วยการเลือกใช้วัสดุชั้นดี
Vertical Oasis&Pinnacle Pavilion ผ่อนคลายในสวนสวยบนจุดสูงสุด ที่สามารถมองเห็นวิวใกล้เมืองได้, Sky Aquarium Pool with Jacuzzi เติมเต็มสุนทรียะในการพักผ่อนด้วยสระว่ายน้ำที่ทำจากหินอ่อนแท้ เปิดรับวิวเมืองทุกองศา
Crystal Fitness with Private Corner Sky View เพิ่มประสิทธิภาพในการออกกำลังกายให้มากกว่าเดิม พร้อมสัมผัสวิวเมืองมหานคร และปิดท้ายด้วย Single loaded Corridor&Intelligence Parking สะดวก ปลอดภัยในทุกรายละเอียด อีกทั้งยังมีระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง ค่าส่วนกลาง 95 บาท/ตารางเมตร /เดือน sinking fund หรือเงินกองทุนส่วนกลาง 1,000 บาท/ตารางเมตร คาดว่าจะเสร็จเดือนกุมภาพันธ์ 2564
ทั้งนี้สำหรับผู้ที่สนใจ โครงการเวอร์เทียร์ (Vertier) สามารถติดตามรายละเอียดได้ในเร็วนี้ ๆ https://www.vertierbangkok.com
หากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องบ้าน สามารถเข้าไปค้นหาคำตอบได้ที่ เว็บบอร์ด Askguru ที่จะช่วยตอบทุกคำถาม ในขณะเดียวกันสำหรับคนที่สนใจจะซื้อหรือเช่า เรายังมี ทำเลที่น่าสนใจอีกมากมายใน AreaInsider และมีโครงการบ้าน-คอนโดฯ ให้คุณค้นหา








