ส่องตลาดอสังหาฯ ท้ายปี 2561: ผู้พัฒนากับการปรับตัวตามสภาวะตลาด

27 พ.ย. 2561

เข้าสู่ช่วงท้ายปี 2561 ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มเติบโต ทั้งคอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว และทาวน์เฮ้าส์ แม้จะมีสัญญาณฟองสบู่เล็ก ๆ เกิดขึ้นบ้าง จากการแห่กันเปิดโครงการใหม่มากขึ้นในบางทำเลทั้งใจกลางกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ต่าง ๆ ซึ่งอาจไม่ตอบรับกับอุปสงค์ในตลาด แต่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์กลับปรับตัวได้ดีจนทำให้ผลประกอบการปี 2561 บริษัทยักษ์ใหญ่ของประเทศ สร้างผลกำไรได้อย่างน่าประทับใจ สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ซื้อได้เป็นอย่างดี 

ยักษ์ใหญ่อสังหาฯ โตต่อเนื่อง ได้กำไรเพิ่ม

ในบรรดา 10 บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านอสังหาริมทรัพย์ ส่วนใหญ่ล้วนแต่มีผลกำไรเพิ่มขึ้นมากกว่าในปี 2560 ไม่ว่าจะเป็นบริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ที่ได้กำไรเพิ่มขึ้นจาก 3.71 พันล้านบาทในปีก่อนมาเป็น 4.01 พันล้านบาทในปีนี้ เพิ่มขึ้น 8.09% บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ที่ได้กำไรเพิ่มขึ้นมา 9.21% ตามมาด้วยบริษัท ควอลิตี้ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) เพิ่มขึ้น 18.03% และบริษัท เอพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เพิ่มขึ้นถึง 62.92%

ส่วนบริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) เพิ่มขึ้นกว่า 104% เช่นเดียวกับบริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เพิ่มขึ้นถึง 125.71% และบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) เพิ่มขึ้นกว่า 148.95%

ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่านโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาในกรุงเทพฯ ผ่านโครงการรถไฟฟ้าสายต่าง ๆ ที่เร่งขยับการก่อสร้างมาตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ มีส่วนสำคัญที่ทำให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ประกอบการ ต่างมุ่งหาและจับจองทำเลทองในการลงทุนและการซื้อที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองในวงกว้าง

กลุ่มมิลเลนเนียล-เก็งกำไร ฉุดตลาดอสังหาฯ

แม้ว่าจะมีอุปสงค์เกิดขึ้นในวงกว้าง แต่สภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันก็ได้สร้างข้อจำกัดด้านกำลังซื้อขึ้นมา โดยปัจจัยหลักที่เกี่ยวเนื่องกับการตัดสินใจของผู้ซื้อ เช่น ราคาที่อยู่อาศัยแพงขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเปรียบเทียบกับข้อจำกัดของประชากรในกลุ่มมิลเลนเนียลซึ่งเป็นผู้ซื้อรายหลักในตลาดบ้านปัจจุบัน ที่ไม่มีเงินออมมากพอให้ซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียมเป็นของตนเองได้ และยังไม่พร้อมที่จะแบกรับภาระหนี้ก้อนใหญ่ที่จะมาพร้อมกับบ้านหรือคอนโดมิเนียมได้ ส่วนผู้ซื้อจำนวนหนึ่งก็เน้นไปที่การซื้อเพื่อเก็งกำไร ไม่ว่าจะในรูปแบบของการปล่อยให้เช่าหรือขายต่อ ซึ่งไม่ได้สะท้อนอุปสงค์ที่แท้จริงของตลาดผู้บริโภค แน่นอนเมื่อทั้งสองปัจจัยข้างต้นมาประกอบกัน การซื้อ-ขายที่เกิดขึ้นจริงในช่วงที่ผ่านมา จึงกลายเป็นการเติบโตที่มีข้อจำกัดและไม่สมบูรณ์แบบอย่างที่ควรจะเป็น >>ผู้บริโภคโอดบ้านแพง วอนรัฐคุมราคา

Generation X, Y and Millenials gathered around signs to illustrate networks or audiences of young people in a demographic market or customer base

ตลาดไตรมาส 3 ชะลอตัวทั้งอุปสงค์และอุปทาน

จากการสำรวจสภาวะตลาดของบริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ อย่าง Edmund Tie & Company (SEA) ที่เพิ่งเปิดเผยออกมาเมื่อไม่นานนี้ พบว่าในไตรมาส 3 ของปี 2561 บรรดาคอนโดมีเนียมต่าง ๆ มียอดขายอยู่ที่เพียง 31% เท่านั้น ต่ำกว่ายอดขายที่ 58% ในไตรมาส 3 ของปีก่อนเกือบเท่าตัว และต่ำกว่ายอดขายในไตรมาส 2 ของปี 2561 ซึ่งอยู่ที่ 46%

เมื่อเทียบกับปัจจัยด้านอุปทานในไตรมาสเดียวกันที่มียูนิตใหม่เกิดขึ้นถึง 1,636 ยูนิต มากกว่าในไตรมาส 2 ที่ผ่านมาถึง 92% จาก 852 ยูนิต จะเห็นได้ว่าการซื้อที่เกิดขึ้นไม่สอดคล้องกับการขายที่ปิดได้ในไตรมาสที่ผ่านมา และอาจจะเรียกได้ว่าตลาดเริ่มที่จะขยับเข้าสู่สภาวะชะงักงันแล้ว

ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะในไตรมาส 3 ของปีนี้ โครงการโดยเฉพาะรูปแบบคอนโดมีเนียมใหม่ ๆ ที่เปิดขึ้นกว่า 51% เป็นโครงการในระดับลักซ์ชัวรี ตามมาด้วยระดับซุปเปอร์ลักซ์ชัวรีในสัดส่วนที่รองลงมา ซึ่งกลุ่มผู้มีกำลังซื้อโครงการในระดับนี้มีจำนวนไม่มากนัก ทำให้ยอดขายอาจไม่เป็นไปตามเป้าหมาย แต่อีกปัจจัยหนึ่งที่มีส่วนสำคัญไม่แพ้กัน ก็คือปัจจัยด้านเศรษฐกิจอย่างที่ได้กล่าวไปในข้างต้น เมื่อกำลังซื้อของผู้ซื้อมีไม่เพียงพอต่อโครงการที่เกิดขึ้นในตลาด การขายก็ย่อมต้องมียอดที่ลดลงเป็นปกติ

ผู้ประกอบการปรับตัว รับตลาดชะลอตัว

นับเป็นสัญญาณที่ดีที่ผู้ประกอบการต่างก็มีการปรับตัวสอดรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น สังเกตได้จากการชะลอการลงทุนในโครงการต่าง ๆ โดยในไตรมาส 3 มีการลงทุนลดลงจาก 2.54 หมื่นล้านบาทในไตรมาส 2 เหลือเพียง 1.03 หมื่นล้านบาท หรือลดลงกว่า 60% ทำให้อุปทานลดลงตามไปด้วย โดยเฉพาะสินค้าประเภทคอนโดมิเนียมที่แม้ว่าจะมีสัญญาณอุปทานล้นเกิดอยู่บ้างเล็กน้อย แต่ก็ไม่ใหญ่หลวงจนนำไปสู่วิกฤติ แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการต่างก็ปรับตัวได้ดี คือรู้ว่าเวลาไหนควรเดินหน้าเต็มที่ และเมื่อไหร่ที่ควรต้องชะลอลงไป ส่งผลให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่สามารถเก็บเกี่ยวผลกำไรเติบโตจากปีก่อน >>โอเวอร์ซัพพลาย คอนโดไทย 2018: เผาจริงหรือเผาหลอก(?)

อย่างไรก็ตาม ในอนาคตคาดว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์จะยังคงเติบโตได้ท่ามกลางความต้องการของผู้ซื้อที่แม้จะมีจำกัด แต่เชื่อว่าผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์จะสามารถปรับตัวให้เกิดการขายได้อย่างไม่ลำบากนัก

ติดตามทุกเรื่องราวเกี่ยวกับอสังหาฯ โดยสามารถเลือกชม โครงการใหม่ พร้อม รีวิวโครงการคอนโดใหม่ บ้านใหม่ หลากหลายทำเลและราคาได้เช่นกัน หรือดาวน์โหลดรายงานดัชนีอสังหาริมทรัพย์และรายงานภาพรวมตลาดอสังหาฯ จากเรา เพื่อช่วยเพิ่มมุมมองในทุกมิติของการซื้อ – ขาย – เช่า

เขียนความเห็น

ข่าว-บทความอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ

มองรอบด้าน...เกณฑ์สินเชื่อบ้านใหม่ ส่งผลอย่างไรกับตลาดอสังหาฯ

สิ้นสุดการรอคอย หลังจากที่ได้ข่าวมาสักพัก เกี่ยวกับการปรับปรุงมาตรกา

อ่านต่อ14 พ.ย. 2561

ธอส. จัดโครงการ “บ้านล้านหลัง” กู้ 1 ล้าน ผ่อนเพียง 3,800 บาท/เดือน

การช่วยเหลือให้ประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย กลุ่มคนวัย

อ่านต่อ23 พ.ย. 2561