วงเงินกู้ซื้อบ้านหด! หากเป็นหนี้เหล่านี้ติดตัว

DDproperty Editorial Team
วงเงินกู้ซื้อบ้านหด! หากเป็นหนี้เหล่านี้ติดตัว
เมื่อวางแผนจะกู้สินเชื่อบ้าน สิ่งที่ต้องทำย่อมเป็นการคำนวณรายได้ของตนเองว่าจะสามารถกู้ได้วงเงินเท่าไหร่ แต่ขั้นตอนที่คนมักจะลืมทำคือหักลบ “หนี้” ที่จะทำให้วงเงินกู้ซื้อบ้านลดลง และหลายครั้งเราอาจกู้ซื้อบ้านไม่ผ่านเพราะประมาทภาระหนี้หรือเรียกอีกอย่างว่า “ภาระการผ่อน” ที่ตนเองมีอยู่
DDproperty ขอแนะนำ Checklist ภาระการผ่อนเหล่านี้ที่เราควรสำรวจตนเองก่อนยื่นกู้ซื้อบ้าน เพื่อไม่ให้วงเงินที่ได้ต้องหดลงหรือถึงขั้นกู้ไม่ผ่าน

" สูตร วงเงินกู้ 1 ล้านบาท = อัตราผ่อนชำระ 7,000 บาท/เดือน "

รถยนต์

1.รถยนต์

หลายคนเลือกซื้อรถก่อนซื้อบ้านด้วยสภาพขนส่งสาธารณะประเทศไทยไม่ค่อยเอื้ออำนวยให้ทั่วทุกพื้นที่ แต่พอถึงคราวจะกู้ซื้อบ้าน ภาระผ่อนรถยนต์เป็นภาระก้อนใหญ่ที่กินกำลังความสามารถไปพอดู
ยกตัวอย่าง ถ้าหากมีภาระผ่อนรถยนต์เดือนละ 7,000 บาท คำนวณโดยคร่าวก็ถือว่าลดราคาบ้านที่เราสามารถผ่อนชำระไหวลงไปอีก 1 ล้านบาทเลยทีเดียว เช่น
นางสาว A มีรายได้ 50,000 บาทต่อเดือน
โดยทั่วไปธนาคารจะให้วงเงินกู้สูงสุด 60 เท่าของรายได้ต่อเดือน
เท่ากับนางสาว A สามารถกู้ซื้อบ้านได้ในวงเงิน 50,000x60 = 3 ล้านบาท
แต่เนื่องจากมีภาระผ่อนรถยนต์อยู่ 7,000 บาท = ลดวงเงินที่กู้ได้ลงไป 1 ล้านบาท
วงเงินกู้ซื้อบ้านที่ได้ลดลงจาก 3 ล้าน – 1 ล้าน = เหลือ 2 ล้านบาทเท่านั้น

ddproperty_image2

2.บ้าน

ผ่อนบ้านเดี่ยวอยู่แต่ก็อยากมีคอนโดมิเนียมเพิ่มสักห้อง เช่นเดียวกับการผ่อนรถยนต์นั่นคืออัตรางวดผ่อนชำระต่อเดือนของการผ่อนบ้านนั้นค่อนข้างสูงและกินเวลาหลายปี
ยกตัวอย่าง
นางสาว A มีรายได้ 50,000 บาทต่อเดือน
โดยทั่วไปธนาคารจะให้วงเงินกู้สูงสุด 60 เท่าของรายได้ต่อเดือน
เท่ากับนางสาว A สามารถกู้ซื้อบ้านได้ในวงเงิน 50,000x60 = 3 ล้านบาท
แต่เนื่องจากมีภาระผ่อนบ้านหลังเดิมอยู่แล้ว 14,000 บาทต่อเดือน = ลดวงเงินที่กู้ได้ลงไป 2 ล้านบาท
วงเงินกู้ซื้อบ้านที่ได้ลดลงจาก 3 ล้าน – 2 ล้าน = เหลือ 1 ล้านบาทเท่านั้น
บัตรเครดิต

3.บัตรเครดิต

บัตรเครดิตเป็นภาระหนี้สำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้วงเงินกู้ซื้อบ้านของเราลดลงไป โดยธนาคารคำนวณภาระการผ่อนต่อเดือนจากหนี้บัตรเครดิตด้วยสูตร 10% จากยอดหนี้คงค้าง เนื่องจากบัตรเครดิตส่วนใหญ่จะให้ชำระขั้นต่ำ 10% ในแต่ละเดือน ซึ่งถือว่าเป็นภาระหนี้รายเดือนของเราในสายตาธนาคาร
ยกตัวอย่าง
นางสาว A มียอดค้างชำระบัตรเครดิตรวมทั้งหมด 35,000 บาท
อัตราการผ่อนชำระขั้นต่ำต่อเดือน คือ 10% จาก 35,000 บาท = 3,500 บาท
คำนวณโดยคร่าว ภาระการผ่อน 3,500 บาทต่อเดือน = ลดวงเงินกู้ซื้อบ้านที่จะได้ไป 5 แสนบาท
ดังนั้นหนี้บัตรเครดิตแม้จะดูเหมือนมีภาระการผ่อนจำนวนไม่มาก แต่คิดกลับเป็นวงเงินกู้ซื้อบ้านที่ถูกลดทอนลงไปแล้วก็มากพอสมควร หากสนใจจะยื่นกู้ซื้อบ้านจึงควรเร่ง “เคลียร์หนี้บัตรเครดิต” ไม่ให้มียอดค้างชำระใดๆ ทั้งสิ้นเหลือไว้
นอกจากนี้ แม้ว่าจะไม่ได้มีหนี้ค้างชำระบัตรเครดิต แต่ถ้าถือบัตรเครดิตไว้ในมือหลายใบก็มีความเสี่ยงถูกลดวงเงินกู้ซื้อบ้านหรือปฏิเสธให้กู้ได้ เพราะธนาคารมองว่าบัตรเครดิตเป็นเครื่องมือที่อาจก่อหนี้ได้ในอนาคตซึ่งจะส่งผลต่อวินัยการผ่อนบ้าน แบงก์จึงมักจะแนะนำให้เรา “ปิดบัตร” หมายถึงขอยกเลิกบัตรเครดิตใบที่ไม่ได้ใช้ไป และถือไว้เฉพาะใบที่จำเป็น 1-2 ใบก็พอ
woman hand showing dollar banknotes in front of the atm

4.บัตรกดเงินสด

คล้ายคลึงกับบัตรเครดิต แต่บัตรกดเงินสดคือบัตรที่ใช้เบิกเงินสดฉุกเฉิน ต่างจากบัตรเครดิตที่ส่วนใหญ่ใช้รูดซื้อสินค้าโดยตรง ส่วนภาระการจ่ายหนี้บัตรกดเงินสดขั้นต่ำมักจะอยู่ที่เดือนละ 3-5% ของยอดหนี้ค้างชำระ ในที่นี้จะสมมติให้สถาบันการเงินคิดอัตราการผ่อนขั้นต่ำ 5%
ยกตัวอย่าง
นางสาว
A มียอดหนี้ค้างชำระบัตรกดเงินสด 20,000 บาท
อัตราการผ่อนชำระขั้นต่ำต่อเดือน คือ 5% จาก 20,000 บาท = 1,000 บาท
คำนวณโดยคร่าว ภาระการผ่อน 1,000 บาทต่อเดือน = ลดวงเงินกู้ซื้อบ้านที่จะได้ไปประมาณ 143,000 บาท
คำแนะนำเดียวกันกับบัตรเครดิต นั่นคือควรเร่งชำระหนี้ทั้งหมดของบัตรกดเงินสดให้หมดก่อนที่จะยื่นกู้ซื้อบ้านกับธนาคาร
เครื่องใช้ไฟฟ้า โทรศัพท์มือถือ

5.เครื่องใช้ไฟฟ้า โทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เฟอร์นิเจอร์ ฯลฯ

สินค้าต่างๆ เหล่านี้มีราคาสูงหลักหมื่นบาท หลายคนจึงเลือกที่จะซื้อด้วยระบบการผ่อนทั้งที่มีดอกเบี้ยและดอกเบี้ย 0% (เนื่องจากร้านค้ามีการทำโปรโมชันร่วมกับธนาคาร) ซึ่งคนส่วนใหญ่ที่ซื้อด้วยระบบการผ่อนมักจะต้องใช้บัตรเครดิตในการผ่อนชำระ ทำให้ยอดหนี้ถูกรวมไว้กับหนี้บัตรเครดิต (ดูข้อ 3)
อย่างไรก็ตาม ร้านค้าบางแห่งในปัจจุบันอาจปล่อยสินเชื่อให้ลูกค้าด้วยตนเองเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าที่ไม่มีบัตรเครดิต ดังนั้นหนี้การผ่อนชำระสินค้าเหล่านี้ต้องไม่ลืมที่จะนำมาคิดรวมในฐานะภาระการผ่อนหนึ่งที่จะทำให้วงเงินกู้ซื้อบ้านลดลงไป
ยกตัวอย่าง
นางสาว A ผ่อนโทรศัพท์กับมือถือกับร้านค้าเดือนละ 2,000 บาท
คำนวณโดยคร่าว ภาระการผ่อน 2,000 บาทต่อเดือน = ลดวงเงินกู้ซื้อบ้านที่จะได้ไปประมาณ 286,000 บาท
เช่นเดียวกับการมีหนี้อื่นๆ ที่อยู่ในวิสัยสามารถเคลียร์หนี้ได้ เราสามารถจ่ายค่าสินค้าเต็มจำนวนเพื่อปิดยอดหนี้ค้างชำระทั้งหมด และควรป้องกันขั้นตอนความยุ่งยากต่างๆ ในการเคลียร์หนี้ โดยเตรียมตัวแต่เนิ่นๆ ไม่ซื้อสินค้าระบบผ่อนชำระที่คาดว่าจะผ่อนไม่หมดก่อนถึงเวลายื่นกู้ซื้อบ้านกับธนาคาร
สรุปจาก Checklist 5 ข้อ หนี้ก้อนใหญ่อย่างบ้านและรถยนต์ที่มีอยู่เดิม การจะเร่งเคลียร์หนี้ให้หมดไม่ใช่เรื่องที่ง่ายนัก หากความสามารถผ่อนชำระที่เหลือไม่เพียงพอก็ควรอดใจรอการซื้อบ้านการซื้อบ้านไว้ก่อน
ส่วนอีก 3 ข้อที่เหลือคือ บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และสินเชื่อผ่อนชำระค่าสินค้าต่างๆ ถ้าหากยังไม่พอกพูนมากนักเราสามารถเร่งเคลียร์หนี้ค้างชำระให้หมดก่อนยื่นกู้ซื้อบ้านได้ และระมัดระวังวินัยการใช้จ่ายของตนเองผ่านระบบเหล่านี้ล่วงหน้า 1 ปีก่อนจะยื่นกู้ซื้อบ้านจะเป็นการดีที่สุด
อัพเดท ข่าวอสังหาริมทรัพย์ สดใหม่ทุกวัน พร้อมส่งตรงถึงอีเมล์ของคุณฟรี สมัครได้ที่นี่ หรือหากคุณกำลังมองหาบ้าน คอนโด ก็สามารถเลือกชม โครงการใหม่ พร้อม รีวิวโครงการคอนโดใหม่ บ้านใหม่ หลากหลายทำเลและราคาได้เช่นกัน
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น DDproperty by PropertyGuru ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท ออลพร็อพเพอร์ตี้ มีเดีย จำกัด ไม่สามารถรับรองหรือรับประกันเกี่ยวกับข้อมูล รวมทั้งไม่สามารถรับรองหรือรับประกันใด ๆ เกี่ยวกับความเหมาะสม สำหรับวัตถุประสงค์เฉพาะใด ๆ ของข้อมูล ตามขอบเขตสูงสุดที่กฎหมายอนุญาต แม้ว่าเราได้พยายามอย่างเต็มที่ เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้ถูกต้อง เชื่อถือได้ และครบถ้วน ณ เวลาที่เขียน แต่ข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้ไม่ควรนำไปใช้ในการตัดสินใจทางการเงิน, การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือทางกฎหมายทันที ผู้อ่านไม่ควรใช้ข้อมูลในบทความ แทนคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรมซึ่งสามารถพิจารณาข้อเท็จจริงและสถานการณ์ส่วนตัวของคุณได้ ทั้งนี้ เราไม่สามารถรับผิดชอบใด ๆ หากคุณเลือกที่จะนำข้อมูลไปใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจ