เช็กสินเชื่อเงินกู้โควิด ธนาคารรัฐ-พาณิชย์ ช่วยลูกหนี้โดนผลกระทบโควิด-19

เช็กสินเชื่อสินเชื่อเงินกู้โควิด ธนาคารรัฐ-พาณิชย์ ช่วยลูกหนี้โดนผลกระทบโควิด-19

จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้หลายภาคส่วนธุรกิจ รวมถึงประชาชนทั่วไปได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดดังกล่าว ธนาคารรัฐและพาณิชย์ จึงได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาด ทั้งการพักการชำระหนี้ ยืดระยะเวลา รวมถึงเพิ่มวงเงินหมุนเวียน

 

ชำระหนี้แบบไหนดีในช่วงโควิด-19

Guide

ชำระหนี้แบบไหนดีในช่วงโควิด-19

 

ธนาคารออมสิน

ธนาคารออมสินได้ดำเนินโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับประชาชน ดังนี้

1. โครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับผู้มีอาชีพอิสระที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรนา (COVID-19) (สินเชื่อฉุกเฉิน) วงเงินสูงสุด 10,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 0.1% ต่อเดือน (คงที่) ผ่อนชำระสูงสุด 2 ปี ปลอดชำระเงินงวด 6 งวดแรก ไม่มีหลักประกัน

2. โครงการสินเชื่อเสริมพลังฐานราก วงเงินคงเหลือประมาณ 10,000 ล้านบาท วงเงินสูงสุด 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 0.35% ต่อเดือน (คงที่) ผ่อนชำระสูงสุด 3 ปี ให้แก่พ่อค้า-แม่ค้า ผู้ประกอบการ/อาชีพอิสระ และผู้มีรายได้ประจำ ไม่มีหลักประกัน ไม่มีบุคคลค้ำ

 

ธนาคารกรุงเทพ

1. บัตรเครดิต

- ปรับลดอัตราการผ่อนชำระขั้นต่ำมาอยู่ที่ 5% (จากเดิม 10%) จนถึง 31 ธันวาคม 2564 สำหรับผู้ถือบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพทุกประเภท และทุกรายได้รับสิทธิ์อัตโนมัติ โดยไม่ต้องลงทะเบียนขอรับสิทธิ์

- ปรับลดเพดานดอกเบี้ยมาอยู่ที่ 16% ต่อปี (จากเดิม 18% ต่อปี) มีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2563 สำหรับผู้ถือบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพทุกประเภท และทุกรายได้รับสิทธิ์อัตโนมัติ โดยไม่ต้องลงทะเบียนขอรับสิทธิ์

- ขยายวงเงินให้แก่ลูกค้าที่มีความจำเป็นและมีประวัติการชำระหนี้ที่ดีมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับลูกค้าที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่ำกว่า 30,000 บาท จาก 1.5 เท่า เป็น 2 เท่า เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันนี้-31 ธันวาคม 2564 (เข้าร่วมโครงการ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0-2638-4000

2. สินเชื่อเงินกู้ที่ผ่อนชำระเป็นงวด (Installment Loan)

- ลดค่างวดอย่างน้อย 30% โดยคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 22% ต่อปี

3. สินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่ออเนกประสงค์ที่ใช้ที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน

- เลื่อนชำระค่างวด (เงินต้นและดอกเบี้ย) เป็นระยะเวลา 3 เดือน หรือ

- เลื่อนชำระเงินต้น (จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย) เป็นระยะเวลา 3 เดือน และพิจารณาลดดอกเบี้ยให้ลูกค้าแต่ละรายตามความเหมาะสม หรือ

- ลดค่างวดโดยขยายเวลาการชำระหนี้

ธนาคารรัฐ-เอกชน มีมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ในช่วง Covid-19

 

ธนาคารกสิกรไทย

มาตรการช่วยเหลือลูกค้ารายย่อย ภายใต้โครงการ #รวมใจไม่ทิ้งกัน

ประเภทที่ 1 มาตรการช่วยเหลือที่ไม่ต้องลงทะเบียน (ลดอัตราดอกเบี้ยให้อัตโนมัติ โดยไม่ต้องติดต่อธนาคาร)

1. บัตรเครดิตกสิกรไทย ลดอัตราดอกเบี้ยจาก 18% เป็น 16%

2. บัตรเงินด่วน ลดอัตราดอกเบี้ยจาก 28% เป็น 25%

3. สินเชื่อเงินด่วน ลดอัตราดอกเบี้ยจาก 28% เป็น 25%

4. สินเชื่อรถ (สินเชื่อรถช่วยได้ ประเภทจำนำทะเบียนรถ) ลดอัตราดอกเบี้ยจาก 28% เป็น 24%

ประเภทที่ 2 มาตรการช่วยเหลือที่ต้องลงทะเบียน

1. บัตรเครดิตสกิกรไทย

- ทางเลือกที่ 1 พักชำระเงินต้น จ่ายแต่ดอกเบี้ย เป็นเวลา 6 รอบบัญชีนับจากเดือนที่ลงทะเบียน

- ทางเลือกที่ 2 เปลี่ยนยอดคงค้าง เป็นผ่อนชำระ 48 งวด ดอกเบี้ยพิเศษ 12% ต่อปี

2. บัตรเงินด่วน

- ทางเลือกที่ 1 พักชำระเงินต้น จ่ายแต่ดอกเบี้ย เป็นเวลา 6 รอบบัญชีนับจากเดือนที่ลงทะเบียน

- ทางเลือกที่ 2 เปลี่ยนยอดคงค้าง เป็นผ่อนชำระ 48 งวด ดอกเบี้ยพิเศษ 22% ต่อปี

3. สินเชื่อเงินด่วน

- ทางเลือกที่ 1 พักชำระเงินต้น จ่ายแต่ดอกเบี้ย เป็นเวลา 6 รอบบัญชีนับจากเดือนที่ลงทะเบียน

- ทางเลือกที่ 2 ลดค่างวด 30% ของค่างวดเดิม เป็นเวลา 6 รอบบัญชี ดอกเบี้ยพิเศษ 22% ต่อปี

4. สินเชื่อบ้านกสิกรไทย

- ทางเลือกที่ 1 จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย และลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.1% เป็นเวลา 3 เดือน

- ทางเลือกที่ 2 ลดค่างวด 50% ของค่างวดเดิม เป็นเวลา 3 เดือน

- ทางเลือกที่ 3 พักชำระเงินต้น และดอกเบี้ย เป็นเวลา 3 เดือน

 

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

มาตรการช่วยเหลือลูกค้าผู้ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ระยะที่ 2

1. สินเชื่อบ้าน และสินเชื่อส่วนบุคคล

- พักชำระหนี้เงินต้น สูงสุดไม่เกิน 3 เดือน

- พักชำระหนี้เงินผ่อนชำระค่างวด (เงินต้นและดอกเบี้ย) สูงสุดไม่เกิน 3 เดือน

- ปรับลดค่างวดผ่อนชำระ (Installment) อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 30% ของค่างวดเดิม (สินเชื่อส่วนบุคคล)

- เปลี่ยนจากวงเงินหมุนเวียน (Revolving) เป็นผ่อนชำระค่างวด สูงสุดไม่เกิน 48 เดือน (สินเชื่อส่วนบุคคล)

2. ลูกค้าบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลในเครือกรุงศรี คอนซูมเมอร์

มาตรการที่ 1 ลดอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำ โดยไม่ต้องลงทะเบียน หรือโทรแจ้งความจำนงกับบริษัท

- บัตรเครดิต ปรับจาก 10% เป็น 5%

- สินเชื่อส่วนบุคคล ปรับจาก 5% เป็น 3%

มาตรการที่ 2 ปรับลดดอกเบี้ยเป็นกรณีพิเศษและขยายเวลาผ่อนชำระ สำหรับลูกค้าที่มีสถานะบัญชีปกติ (โดยต้องลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการผ่านโมบายแอป UCHOOSE เท่านั้น)

- บัตรเครดิต อัตราดอกเบี้ยพิเศษ พร้อมลดภาระการชำระคืนด้วยการขยายเวลาผ่อนชำระให้นานสูงสุด 99 เดือน (ขึ้นอยู่กับยอดคงค้าง)

- สินเชื่อบุคคล อัตราดอกเบี้ยพิเศษ พร้อมลดภาระการชำระคืนด้วยการขยายเวลาผ่อนชำระให้นานสูงสุด 99 เดือน (ขึ้นอยู่กับยอดคงค้าง)

มาตรการที่ 3 ปรับลดยอดผ่อนชำระรายเดือนด้วยการขยายระยะเวลาในการผ่อนชำระนานสูงสุด 99 เดือน (ปรับโครงสร้างหนี้) พร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับผลิตภัณฑ์บัตรเครดิต และผลิตภัณฑ์สินเชื่อส่วนบุคคล สำหรับลูกค้าที่มียอดค้างชำระ โดยลูกค้าสามารถแจ้งความจำนง หรือติดต่อมายังบริษัท และจะได้รับการพิจารณาเป็นรายกรณี

3. ลูกค้าสินเชื่อยานยนต์ กรุงศรี ออโต้

- ลดค่างวดผ่อนชำระสูงสุด 30% ของค่างวดเดิม หรือ

- พักชำระค่างวด สูงสุด 3 เดือน

หมายเหตุ: เฉพาะผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ ในพื้นที่ที่รัฐบาลประกาศเป็นเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุด

- สินเชื่อเช่าซื้อ พักชำระ ค่างวดทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย

- สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ พักชำระ เฉพาะเงินต้น

 

พักชำระหนี้ ยืดระยะเวลาผ่อนชำระ มาตรการช่วยลูกหนี้ ช่วงโควิด-19

 

ธนาคารยูโอบี

1. บัตรเครดิต

ปรับลดอัตราผ่อนชำระคืนขั้นต่ำจากเดิม 10% เป็นดังนี้

- ปี 2563-2563 ชำระขั้นต่ำ 5%

- ปี 2565 ชำระขั้นต่ำ 8%

- ปี 2566 ชำระขั้นต่ำ 10% ตามเดิม

*ธนาคารปรับอัตโนมัติ โดยลูกค้าไม่ต้องติดต่อธนาคาร

2. บัตรกดเงินสดแคชพลัส

ปรับลดอัตราผ่อนชำระคืนขั้นต่ำจากเดิม 5% เป็นดังนี้

- ปี 2563-2565 ชำระขั้นต่ำ 2.5%

- ปี 2566 ชำระขั้นต่ำ 5% ตามเดิม

*ธนาคารปรับอัตโนมัติ โดยลูกค้าไม่ต้องติดต่อธนาคาร

3. บัตรเครดิต และบัตรกดเงินสดแคชพลัส

- พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 3 รอบบัญชี

- เปลี่ยนยอดหนี้คงค้างเป็นยอดผ่อนชำระรายเดือนสูงสุด 48 รอบบัญชี

4. สินเชื่อส่วนบุคคล i-Cash

- พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 3 รอบบัญชี

5. สินเชื่อบ้าน

- พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 3 รอบบัญชี

- พักชำระเงินต้น โดยชำระเฉพาะดอกเบี้ย 12 รอบบัญชี

 

ธนาคารทิสโก้

1. สินเชื่อเงินกู้ ประเภทจำนำทะเบียนรถ

- ลดค่างวด 30% ของค่างวดเดิม โดยขยายเวลาการผ่อนชำระ และอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 22% ต่อปี

2. สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์

- พักชำระค่างวด 3 งวด หรือ

- ปรับลดค่างวด โดยขยายเวลาการผ่อนชำระ

3. สินเชื่อที่อยู่อาศัย

- เลื่อนจ่ายเงินต้นและดอกเบี้ยนาน 3 เดือน หรือ

- เลื่อนการจ่ายเงินต้น 3 เดือน และพิจารณาลดดอกเบี้ยตามความเหมาะสม หรือ

- ลดค่างวดโดยขยายเวลาชำระหนี้

โดยต้องเป็นลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 และ ณ วันที่ 1 มีนาคม 2563 มีสินเชื่อกับธนาคารและไม่ค้างชำระ/ค้างชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ยไม่เกินกว่า 90 วัน

 

ธนาคารไอซีบีซี (ไทย)

สำหรับลูกค้าธุรกิจและลูกค้าบุคคลธรรมดา ลูกค้าธุรกิจวงเงินกลุ่มไม่เกิน 100 ล้านบาท และลูกค้าธุรกิจวงเงินกลุ่มไม่เกิน 500 ล้านบาท

1. ผู้ถือบัตรเครดิต

- ปรับลดอัตราผ่อนชำระคืนขั้นต่ำจาก 10% เป็น 5% สำหรับลูกค้าบัตรเครดิตทุกท่านอัตโนมัติโดยไม่ต้องแจ้งความประสงค์ ตั้งแต่วันนี้-31 ธันวาคม 2564

- ปรับลดอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตทุกประเภท จาก 18% เป็น 16% สำหรับลูกค้าบัตรเครดิตทุกท่าน อัตโนมัติ โดยไม่ต้องติดต่อธนาคาร ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2563 เป็นต้นไป

2. ลูกค้าสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ไม่จำกัดวงเงินสินเชื่อ

- ปรับลดภาระค่างวดต่อเดือน และขยายเวลาชำระค่างวด

3. ลูกค้าสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย

ลูกค้าของธนาคารฯ สามารถเลือกเข้าร่วมมาตรการใดมาตรการหนึ่งดังต่อไปนี้

- ผ่อนปรนการชำระค่างวด (เงินต้นและดอกเบี้ย) เป็นระยะเวลา 3 เดือน หรือ

- ผ่อนปรนการชำระเงินต้นเป็นระยะเวลา 3 เดือน และปรับอัตราดอกเบี้ยตามความเหมาะสม หรือ

- ปรับลดยอดผ่อนชำระค่างวด และขยายระยะเวลาชำระหนี้

 

ธนาคารกรุงไทย

1. สินเชื่อบุคคล ประเภทวงเงินหมุนเวียน

- เปลี่ยนเป็นวงเงินกู้แบบกำหนดระยะเวลา (Term Loan) 48 งวด หรือขยายระยะเวลาได้ตามความสามารถในการชำระหนี้

2. สินเชื่อบุคคล แบบกำหนดระยะเวลา

- ลดการผ่อนชำระลง 30% จากการผ่อนชำระตามสัญญากู้เดิม นานสูงสุด 6 เดือน

3. สินเชื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่อที่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน

- พักชำระเงินต้น (ชำระเฉพาะดอกเบี้ย) นาน 3 เดือน หรือลดค่างวดโดยการขยายระยะเวลาการชำระหนี้

 

แบงก์ชาติ ขยายเวลาช่วยลูกหนี้บัตรเครดิต-บัตรกดเงินสด-สินเชื่อบ้าน

ธนาคารแห่งประเทศไทย ขยายเวลามาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย จากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่

มาตรการช่วยลูกหนี้จากธนาคารแห่งประเทศไทย

1. บัตรเครดิต

- เปลี่ยนเป็นสินเชื่อระยะยาว 48 งวด หรือขยายเวลาชำระหนี้ ดอกเบี้ยไม่เกิน 12% (พิจารณาให้ใช้วงเงินที่เหลือตามความสามารถในการชำระหนี้)

2. สินเชื่อส่วนบุคคลที่มีวงเงินหมุนเวียน เช่น บัตรกดเงินสด

- ลดอัตราผ่อนขั้นต่ำ ตามความสามารถในการชำระหนี้ หรือ

- เปลี่ยนเป็นสินเชื่อระยะยาว 48 งวด หรือขยายเวลาชำระหนี้

ดอกเบี้ยไม่เกิน 22% (พิจารณาให้ใช้วงเงินที่เหลือตามความสามารถในการชำระหนี้)

3. สินเชื่อส่วนบุคคลที่ผ่อนชำระเป็นงวด และสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ

- ลดค่างวดอย่างน้อย 30% โดยคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 22%

4. สินเชื่อเช่าซื้อ

- ไม่จำกัดวงเงิน (เดิมมอเตอร์ไซค์ไม่เกิน 35,000 บาท รถยนต์ทุกประเภท ไม่เกิน 200,000 บาท)

- เลื่อนชำระค่างวด (เงินต้นและดอกเบี้ย) 3 เดือน หรือ

- ลดค่างวดโดยขยายเวลาการชำระหนี้

5. สินเชื่อบ้าน

- ไม่จำกัดวงเงิน (เดิมไม่เกิน 3 ล้านบาท)

- เลื่อนชำระค่างวด (เงินต้นและดอกเบี้ย) 3 เดือน หรือ

- เลื่อนชำระเงินต้น 3 เดือน และพิจารณาลดดอกเบี้ยให้ตามความเหมาะสม หรือ

- ลดค่างวดโดยขยายเวลาการชำระหนี้

สามารถสมัครขอรับความช่วยเหลือทางการเงินต่อไปได้อีกจนถึง 30 มิถุนายน 2564 (จากเดิมที่ครบกำหนดเมื่อ 31 ธันวาคม 2563) นอกจากนี้ยังเพิ่มความสะดวกในการรับความช่วยเหลือ โดยให้นายจ้างหรือเจ้าของกิจการ สามารถยื่นสมัครขอรับความช่วยเหลือแทนพนักงานหรือลูกจ้างได้ (พนักงานหรือลูกจ้างที่เป็นลูกหนี้ต้องยินยอม)

สมัครขอรับความช่วยเหลือหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center และ Moblie Application ของผู้ให้บริการทางการเงินแต่ละแห่ง, ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน โทร. 1213, ทางด่วนแก้หนี้ และคลินิกแก้หนี้

 

เปิดช่องคลินิกแก้หนี้ ช่วยปลดหนี้ได้

Guide

เปิดช่องคลินิกแก้หนี้ ช่วยปลดหนี้ได้

 

แบงก์ชาติ ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ด้วยวิธีการรวมหนี้

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เห็นร่วมกันกับสถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจในการปรับปรุงโครงสร้างหนี้สำหรับลูกหนี้รายย่อยด้วยวิธีการรวมหนี้ (debt consolidation)

รายละเอียดการปรับโครงสร้างหนี้ โดยวิธีการรวมหนี้

โดยให้สามารถนำสินเชื่อรายย่อยประเภทอื่นที่อยู่ภายใต้ผู้ให้บริการทางการเงิน หรือบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของผู้ให้บริการทางการเงินเดียวกัน อาทิ บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ และสินเชื่อที่เกิดจากการให้เช่าซื้อ มาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ด้วยวิธีการรวมหนี้กับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยเพื่อใช้ประโยชน์จากหลักประกัน

วิธีการรวมหนี้จะทำให้ผู้ให้บริการทางการเงินสามารถลดอัตราดอกเบี้ยในส่วนของสินเชื่อรายย่อยประเภทอื่นให้เหลือไม่เกินอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (Minimum Retail Rate: MRR) และขยายระยะเวลาการชำระหนี้ตามความสามารถของลูกหนี้

โดยที่ผู้ให้บริการทางการเงินต้องให้ข้อมูลที่ครบถ้วนเพียงพอต่อการตัดสินใจของลูกหนี้ เช่น ข้อดีข้อเสียของการเข้าร่วมมาตรการ ข้อมูลเปรียบเทียบภาระหนี้เดิมกับภาระหนี้ใหม่ และทางเลือกการปรับปรุงโครงสร้างหนี้รูปแบบอื่นที่ลูกหนี้สามารถทำได้

มาตรการดังกล่าวจะช่วยลดภาระการชำระหนี้โดยที่ลูกหนี้ไม่เสียประวัติข้อมูลเครดิต และไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าธรรมเนียม หรือค่าบริการอื่นใดโดยไม่จำเป็น และยังสามารถใช้วงเงินบัตรเครดิตหรือสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับที่มีลักษณะหมุนเวียนที่ยังเหลือได้ รวมทั้งไม่ต้องจ่ายเบี้ยปรับการชำระหนี้ก่อนกำหนด (prepayment fee)

ทั้งนี้ ลูกหนี้สามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมมาตรการและแสดงข้อมูลว่าได้รับผลกระทบต่อผู้ให้บริการทางการเงินได้ตั้งแต่วันนี้-31 ธันวาคม 2564

 

แบงก์ชาติ ลดเพดานดอกเบี้ย-เพิ่มวงเงินสินเชื่อ

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

1. ปรับลดเพดานดอกเบี้ยเป็นการทั่วไป 2-4% ต่อปี

สำหรับบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ (มีผลตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2563)

มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย ขยายวงเงิน

1) บัตรเครดิต เพดานเดิม 18% ต่อปี ลดเหลือ 16% ต่อปี

2) สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ

- วงเงินหมุนเวียน (Revolving loan) เช่น บัตรกดเงินสด เพดานเดิม 28% ต่อปี ลดเหลือ 25% ต่อปี

- ผ่อนชำระเป็นงวด (Installment loan) เพดานเดิม 28% ต่อปี ลดเหลือ 25% ต่อปี

- จำนำทะเบียนรถ เพดานเดิม 28% ต่อปี ลดเหลือ 24% ต่อปี

 

2. เพิ่มวงเงินบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล

ภายใต้การกำกับประเภทวงเงินหมุนเวียนหรือที่ผ่อนชำระเป็นงวด สำหรับลูกหนี้ที่มีความจำเป็นต้องใช้วงเงินเพิ่มเติม และมีพฤติกรรมการชำระหนี้ที่ดีมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่ำกว่า 30,000 บาท ขยายวงเงินจากเดิม 1.5 เท่า เป็น 2 เท่าของรายได้เฉลี่ยต่อเดือน เป็นการชั่วคราวถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 (มีผลตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2563)

 

เว็บไซต์ เราไม่ทิ้งกัน-ด้านการเงิน รวมมาตรการเยียวยาด้านการเงิน

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ร่วมกับสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ จัดทำเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน-ด้านการเงิน.com เพื่อเผยแพร่มาตรการเยียวยาประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบการจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อน และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างรวดเร็วและตรงตามความต้องการ

หน้าเว็บไซต์เราไม่ทิ้งกัน-ด้านการเงิน

โดยได้วางโครงสร้างการออกแบบเว็บไซต์ เน้นความสะดวกและง่ายต่อการสืบค้นหาข้อมูลมาตรการด้านการเงินต่าง ๆ โดยสามารถเลือกค้นหาได้ทั้งตามสถาบันการเงินของรัฐแต่ละแห่ง ประกอบด้วย

1. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)

2. ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

3. ธนาคารออมสิน

4. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

5. ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.)

6. ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.)

7. ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย

8. บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย (บตท.)

9. บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)

นอกจากนี้ยังเลือกตามกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการความช่วยเหลือ ได้แก่

1. เกษตรกรและ SMEs เกษตรกร

2. ประชาชนฐานรากและบุคคลทั่วไป

3. ผู้ประกอบการ SMEs

4. ผู้ประกอบการนำเข้า-ส่งออก

5. Non-Bank

ตัวอย่างมาตรการเราไม่ทิ้งกัน-ด้านการเงินของ ธอส.

มาตรการต่าง ๆ ยังมีการจัดกลุ่มตามการช่วยเหลือเป็นด้าน ได้แก่ พักชำระเงินต้น/ดอกเบี้ย ลดอัตราดอกเบี้ย ขยายระยะเวลาการผ่อนชำระ หรือเติมสินเชื่อใหม่ให้เพิ่มเติมอีกด้วย โดยเงื่อนไขในแต่ละมาตรการนั้น จะขึ้นอยู่กับสถาบันการเงินแต่ละแห่งเป็นผู้พิจารณาอนุมัติตามความเดือดร้อนของผู้ที่ได้รับผลกระทบ

โดยเมื่อประชาชนหรือผู้ประกอบการสนใจเลือกใช้มาตรการใดแล้ว สามารถคลิกลิงก์เข้าไปยังเว็บไซต์ของสถาบันการเงินของรัฐที่สนใจเพื่อดูรายละเอียดมาตรการ และติดต่อเจ้าหน้าที่ได้

 

รวม Call Center ของสถาบันการเงินต่าง ๆ

รวม Call Center จากธนาคารต่าง ๆ

รวม Call Center สถาบันการเงิน และ Non-Bank ทั้งหมด

 

สนใจรับบทความดีดี อัปเดต ข่าวอสังหาริมทรัพย์ และ อ่านคู่มือซื้อขาย พร้อม รีวิวโครงการคอนโดฯ ใหม่ บ้านใหม่ หลากหลายทำเลและราคา รวมถึง ทำความรู้จักกับทำเลฮอตทั่วกรุง เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการซื้อ-ขาย-เช่า

อ่านอะไรต่อดี

เครื่องคำนวณดอกเบี้ย & สินเชื่อ
Affordability Calculator Icon
ตรวจสอบยอดวงเงินกู้บ้านใหม่ที่คาดว่าคุณจะได้รับการพิจารณาจากแบงก์และยอดผ่อนชำระในแต่ละเดือน
Repayment Calculator Icon
คำนวณยอดผ่อนชำระต่อเดือนตามอัตราดอกเบี้ยของคุณด้วยเครื่องมือคำนวณสินเชื่อนี้
฿
Interest Rate And loan Icon
เพียงใส่ยอดเงินกู้ที่คุณต้องการ เราจะคำนวณให้คุณเห็นถึงยอดผ่อนชำระต่อเดือนตามระยะเวลาผ่อนและอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกัน

รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญไม่ว่าคุณจะมีคำถามใด ๆ !

ใช้งานหมวด AskGuru เพื่อรับสิทธิพิเศษในการเข้าถึงคำตอบกว่าพันคำถามจากตัวแทนเอเยนท์และผู้เชี่ยวชาญของเรา 💬⭐👍