เช็กสินเชื่อธนาคารรัฐ-พาณิชย์ ช่วยลูกหนี้โดนผลกระทบโควิด-19

จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 หรือไวรัสโคโรนา ทำให้หลายภาคส่วนธุรกิจ รวมถึงประชาชนทั่วไปได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดดังกล่าว ธนาคารรัฐและพาณิชย์ จึงได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั้งการพักการชำระหนี้ ยืดระยะเวลา รวมถึงเพิ่มวงเงินหมุนเวียน

 

ออมสิน ปล่อยสินเชื่อ รายละไม่เกิน 5 หมื่นบาท

ธนาคารออมสินได้ปรับปรุงการดำเนินโครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับผู้มีรายได้ประจำที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 วงเงิน 20,000 ล้านบาท ซึ่งมีวงเงินเดิมที่เหลืออยู่ 10,000 ล้านบาท โดยการให้ปล่อยกู้ผ่าน “สินเชื่อเสริมพลังฐานราก” ภายใต้เงื่อนไขที่ผ่อนปรน เพื่อช่วยเหลือแก่ประชาชนให้เป็นไปอย่างทั่วถึงและครอบคลุมประชาชนผู้ประกอบอาชีพทุกกลุ่ม โดยมีรายละเอียดดังนี้

- เป็นสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือบุคคลที่มีอาชีพค้าขาย ประกอบอาชีพอิสระ และผู้มีรายได้ประจำรวมถึงบุคคลในครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ทำให้รายได้ลดลงหรือขาดรายได้

- เป็นสินเชื่อเพื่อการดำรงชีพ เพื่อการลงทุน/หมุนเวียนในกิจการ ให้วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 50,000 บาท

- คิดอัตราดอกเบี้ย 0.35% ต่อเดือน (Flat Rate)

- ระยะเวลาผ่อนชำระเงินกู้ไม่เกิน 3 ปี

- ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์หรือบุคคลค้ำประกันเงินกู้

- ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย หรือไม่ต้องชำระเงินงวดใน 6 เดือนแรกอีกด้วย

ยื่นกู้ได้ตั้งแต่วันนี้-30 ธันวาคม 2563

 

โดยสมัครขอสินเชื่อได้ที่ www.gsb.or.th สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ธนาคารออมสิน โทร. 1115 

 

แบงก์ชาติ ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยเพิ่มเติมด้วยวิธีการรวมหนี้

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เห็นร่วมกันกับสถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจในการปรับปรุงโครงสร้างหนี้สำหรับลูกหนี้รายย่อยด้วยวิธีการรวมหนี้ (debt consolidation)

รายละเอียดการปรับโครงสร้างหนี้ โดยวิธีการรวมหนี้

โดยให้สามารถนำสินเชื่อรายย่อยประเภทอื่นที่อยู่ภายใต้ผู้ให้บริการทางการเงิน หรือบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของผู้ให้บริการทางการเงินเดียวกัน อาทิ บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ และสินเชื่อที่เกิดจากการให้เช่าซื้อ มาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ด้วยวิธีการรวมหนี้กับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยเพื่อใช้ประโยชน์จากหลักประกัน

เปรียบเทียบมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย

วิธีการรวมหนี้จะทำให้ผู้ให้บริการทางการเงินสามารถลดอัตราดอกเบี้ยในส่วนของสินเชื่อรายย่อยประเภทอื่นให้เหลือไม่เกินอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (Minimum Retail Rate: MRR) และขยายระยะเวลาการชำระหนี้ตามความสามารถของลูกหนี้

โดยที่ผู้ให้บริการทางการเงินต้องให้ข้อมูลที่ครบถ้วนเพียงพอต่อการตัดสินใจของลูกหนี้ เช่น ข้อดีข้อเสียของการเข้าร่วมมาตรการ ข้อมูลเปรียบเทียบภาระหนี้เดิมกับภาระหนี้ใหม่ และทางเลือกการปรับปรุงโครงสร้างหนี้รูปแบบอื่นที่ลูกหนี้สามารถทำได้

มาตรการดังกล่าวจะช่วยลดภาระการชำระหนี้โดยที่ลูกหนี้ไม่เสียประวัติข้อมูลเครดิต และไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าธรรมเนียม หรือค่าบริการอื่นใดโดยไม่จำเป็น และยังสามารถใช้วงเงินบัตรเครดิตหรือสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับที่มีลักษณะหมุนเวียนที่ยังเหลือได้ รวมทั้งไม่ต้องจ่ายเบี้ยปรับการชำระหนี้ก่อนกำหนด (prepayment fee)

ทั้งนี้ ลูกหนี้สามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมมาตรการและแสดงข้อมูลว่าได้รับผลกระทบต่อผู้ให้บริการทางการเงินได้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2563-31 ธันวาคม 2564

 

แบงก์ชาติ ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ระยะที่ 2

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาตรการเพิ่มเติมระยะที่ 2 เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

 

1. ปรับลดเพดานดอกเบี้ยเป็นการทั่วไป 2-4% ต่อปี

สำหรับบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ (มีผลตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2563)

BOT-Policy_01

1) บัตรเครดิต เพดานเดิม 18% ต่อปี ลดเหลือ 16% ต่อปี

2) สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ

- วงเงินหมุนเวียน (Revolving loan) เช่น บัตรกดเงินสด เพดานเดิม 28% ต่อปี ลดเหลือ 25% ต่อปี

- ผ่อนชำระเป็นงวด (Installment loan) เพดานเดิม 28% ต่อปี ลดเหลือ 25% ต่อปี

- จำนำทะเบียนรถ เพดานเดิม 28% ต่อปี ลดเหลือ 24% ต่อปี

 

2. เพิ่มวงเงินบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล

ภายใต้การกำกับประเภทวงเงินหมุนเวียนหรือที่ผ่อนชำระเป็นงวด สำหรับลูกหนี้ที่มีความจำเป็นต้องใช้วงเงินเพิ่มเติม และมีพฤติกรรมการชำระหนี้ที่ดีมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่ำกว่า 30,000 บาท ขยายวงเงินจากเดิม 1.5 เท่า เป็น 2 เท่าของรายได้เฉลี่ยต่อเดือน เป็นการชั่วคราวถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 (มีผลตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2563)

 

3. มาตรการขั้นต่ำเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยระยะที่ 2

ขยายขอบเขตและระยะเวลาการให้ความช่วยเหลือแก่ลูกหนี้รายย่อยที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 และไม่เป็น NPLs ณ วันที่ 1 มีนาคม 2563 โดยผู้ให้บริการทางการเงินต้องจัดให้มีทางเลือกความช่วยเหลือขั้นต่ำให้ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบได้เลือกตามประเภทสินเชื่อ

BOT-Policy_02

1) บัตรเครดิต

เปลี่ยนเป็นสินเชื่อที่มีระยะเวลา (term loan) 48 งวด หรือขยายระยะเวลาตามความสามารถในการชำระหนี้ โดยคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 12% ต่อปี

ทั้งนี้ การใช้วงเงินที่เหลืออยู่ให้ผู้ให้บริการทางการเงินพิจารณาตามความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ แต่เมื่อรวมกับยอดคงเหลือเดิมแล้วต้องไม่เกินวงเงินที่เคยอนุมัติ

**หมายเหตุ ยังคงลดอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำ 5% ในปี 2563-2564, 8% ในปี 2565 และ 10% ในปี 2566

2) สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับที่มีลักษณะวงเงินหมุนเวียน (revolving loan) เช่น บัตรกดเงินสด

- ลดอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำ ตามความสามารถในการชำระหนี้ หรือ

- เปลี่ยนเป็นสินเชื่อที่มีระยะเวลา (term loan) 48 งวด หรือขยายระยะเวลาตามความสามารถในการชำระหนี้ โดยคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 22% ต่อปี ทั้งนี้ การใช้วงเงินที่เหลืออยู่ให้ผู้ให้บริการทางการเงินพิจารณาตามความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ แต่เมื่อรวมกับยอดคงเหลือเดิมแล้วต้องไม่เกินวงเงินที่เคยอนุมัติ

3) สินเชื่อส่วนบุคคลที่ผ่อนชำระเป็นงวด (installment loan) และสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ

ลดค่างวด อย่างน้อย 30% ของค่างวดเดิม โดยคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 22% ต่อปี

4) สินเชื่อเช่าซื้อ (ไม่จำกัดวงเงิน)

- เลื่อนชำระค่างวด (เงินต้นและดอกเบี้ย) 3 เดือน หรือ

- ลดค่างวด โดยขยายระยะเวลาการชำระหนี้

5) สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย หรือสินเชื่อที่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน (ไม่จำกัดวงเงิน)

- เลื่อนชำระค่างวด (เงินต้นและดอกเบี้ย) 3 เดือน หรือ

- เลื่อนชำระเงินต้น 3 เดือน และพิจารณาลดดอกเบี้ยให้ตามความเหมาะสมของลูกหนี้แต่ละราย หรือ

- ลดค่างวด โดยขยายระยะเวลาการชำระหนี้

 

ทั้งนี้ กำหนดให้ผู้ให้บริการทางการเงินต้องอำนวยความสะดวก รวมทั้งให้ข้อมูลที่ครบถ้วนเพียงพอต่อการตัดสินใจของลูกหนี้ เช่น เปรียบเทียบภาระหนี้เดิมและหนี้ใหม่ จำนวนหนี้และจำนวนงวดที่เพิ่มขึ้น และดอกเบี้ยที่ลูกหนี้ต้องจ่ายเพิ่มจากการขอเลื่อนชำระหนี้ (รายละเอียดตามตารางแนบ)

การช่วยเหลือตามมาตรการขั้นต่ำข้างต้นจะไม่ถือว่าเป็นการผิดนัดชำระหนี้ จึงไม่สามารถเรียกเก็บเบี้ยปรับ หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ และในกรณีที่ลูกหนี้ประสงค์จะชำระหนี้ก่อนกำหนด จะต้องไม่มีการคิด
ค่าเบี้ยปรับ (prepayment fee)

ทั้งนี้ ลูกหนี้ที่ต้องการความช่วยเหลือสามารถแจ้งความประสงค์ผ่านช่องทางต่าง ๆ ของผู้ให้บริการทางการเงิน เช่น แอปพลิเคชัน เว็บไซต์ Call Center หรือส่งข้อความ SMS ได้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 จนถึง 31 ธันวาคม 2563

 

4. การปรับปรุงโครงสร้างหนี้

ผู้ให้บริการทางการเงินต้องเร่งปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้แก่ลูกหนี้ โดยคำนึงถึงความสามารถในการชำระหนี้ เพื่อช่วยบรรเทาภาระให้ลูกหนี้ เช่น โดยการขยายระยะเวลาการชำระหนี้ เปลี่ยนสินเชื่อจากระยะสั้นเป็นระยะยาว เลื่อนการชำระค่างวด ลดดอกเบี้ย และกรณีลูกหนี้ี่ได้รับผลกระทบจนเป็น NPLs ขอให้พิจารณาชะลอการยึดทรัพย์

 

นอกจากการออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ระยะที่ 2 แล้ว ธปท. ยังมีการหารือร่วมกับธนาคารพาณิชย์ เพื่อหาแนวทางในการช่วยเหลือลูกหนี้ดี ที่มีประวัติชำระดีต่อเนื่อง และไม่ได้เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือ เพื่อสร้างแรงจูงใจ (Incentive) กระตุ้นให้เป็นลูกหนี้ดีต่อไปในระยะข้างหน้า

อาทิ เช่น การลดดอกเบี้ย การให้รางวัลเป็นบัตรกำนัล (Voucher) การให้เงินคืนกลับเข้าบัญชี (Cashback) เป็นต้น ซึ่งการหาแนวทางช่วยลูกหนี้ดีครั้งนี้ ธปท.ไม่ได้บังคับ หรือกำหนดธนาคารจะต้องทำ แต่ให้พิจารณาตามความเหมาะสมกับลูกหนี้

 

เว็บไซต์ เราไม่ทิ้งกัน-ด้านการเงิน รวมมาตรการเยียวยาด้านการเงิน

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ร่วมกับสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ จัดทำเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน-ด้านการเงิน.com เพื่อเผยแพร่มาตรการเยียวยาประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบการจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อน และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างรวดเร็วและตรงตามความต้องการ

หน้าเว็บไซต์เราไม่ทิ้งกัน-ด้านการเงิน

โดยได้วางโครงสร้างการออกแบบเว็บไซต์ เน้นความสะดวกและง่ายต่อการสืบค้นหาข้อมูลมาตรการด้านการเงินต่าง ๆ โดยสามารถเลือกค้นหาได้ทั้งตามสถาบันการเงินของรัฐแต่ละแห่ง ประกอบด้วย

1. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)

2. ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

3. ธนาคารออมสิน

4. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

5. ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.)

6. ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.)

7. ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย

8. บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย (บตท.)

9. บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)

นอกจากนี้ยังเลือกตามกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการความช่วยเหลือ ได้แก่

1. เกษตรกรและ SMEs เกษตรกร

2. ประชาชนฐานรากและบุคคลทั่วไป

3. ผู้ประกอบการ SMEs

4. ผู้ประกอบการนำเข้า-ส่งออก

5. Non-Bank

มาตรการต่าง ๆ ยังมีการจัดกลุ่มตามการช่วยเหลือเป็นด้าน ได้แก่ พักชำระเงินต้น/ดอกเบี้ย ลดอัตราดอกเบี้ย ขยายระยะเวลาการผ่อนชำระ หรือเติมสินเชื่อใหม่ให้เพิ่มเติมอีกด้วย โดยเงื่อนไขในแต่ละมาตรการนั้น จะขึ้นอยู่กับสถาบันการเงินแต่ละแห่งเป็นผู้พิจารณาอนุมัติตามความเดือดร้อนของผู้ที่ได้รับผลกระทบ

โดยเมื่อประชาชนหรือผู้ประกอบการสนใจเลือกใช้มาตรการใดแล้ว สามารถคลิกลิงก์เข้าไปยังเว็บไซต์ของสถาบันการเงินของรัฐที่สนใจเพื่อดูรายละเอียดมาตรการ และติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ ยกตัวอย่างมาตรการต่าง ๆ ของสถาบันการเงินของรัฐดังนี้

 

ตัวอย่างมาตรการเราไม่ทิ้งกัน-ด้านการเงินของ ธอส.

 

ธอส. ออกสินเชื่อบ้าน ดอกเบี้ย 1.99% ต่อปี คงที่ 2 ปีแรก

ธอส. ออกมาตรการช่วย 10 มาตรการ ได้แก่

มาตรการช่วยเหลือลูกค้าผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

- มาตรการที่ 1: ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และเงินงวดผ่อนชำระไม่เกิน 6 เดือน โดยคิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เท่ากับ 0.01% ต่อปี สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบด้านรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวจีน

- มาตรการที่ 2: ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และเงินงวดผ่อนชำระไม่เกิน 4 เดือน คิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลดลงเหลือ 1.00% ต่อปี สำหรับลูกค้าที่รายได้ต่อเดือนได้รับผลกระทบจากนักท่องเที่ยวในประเทศกลุ่มเสี่ยง

โครงการ ธอส. ช่วยคนไทย ร่วมสร้างชาติ

- มาตรการที่ 1: พักชำระเงินต้น 3 เดือน และจ่ายเฉพาะดอกเบี้ย สำหรับลูกค้าที่มีวงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท

- มาตรการที่ 2: พักชำระเงินต้น 1 ปี และจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยรายเดือน เมื่อครบ 1 ปี สามารถแจ้งความประสงค์ขยายระยะเวลาการผ่อนชำระเพิ่มได้นานสูงสุดอีก 10 ปี

- มาตรการที่ 3: พักชำระเงินต้น 6 เดือน พร้อมลดดอกเบี้ยเหลือ 3.90% ต่อปี และจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยรายเดือน 

- มาตรการที่ 4: ลดดอกเบี้ยลงเหลือ 3.90% ต่อปี และจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยรายเดือน 6 เดือน สำหรับลูกค้าที่อยู่ระหว่างใช้อัตราดอกเบี้ยผิดนัดชำระหรืออยู่ในสถานะกฎหมาย

- มาตรการที่ 5: พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 4 เดือน สำหรับสำหรับลูกค้าที่มีวงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท และรายได้ต่อเดือนไม่เกิน 35,000 บาท ธนาคารจะยกดอกเบี้ยที่พักชำระให้ลูกค้าที่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของมาตรการเมื่อสิ้นสุดระยะเวลากู้ตามสัญญา 

- มาตรการที่ 6: พักชำระเงินต้น 4 เดือน ลดดอกเบี้ยเหลือ 1.00% ต่อปี สำหรับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข รวมถึงผู้ปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานด้านสาธารณสุขและสถานพยาบาล

- มาตรการที่ 7: พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 6 เดือน สำหรับลูกค้าสินเชื่อประเภทแฟลตและสินเชื่อพัฒนาโคงการที่อยู่อาศัย (Pre Finance) 

- มาตรการที่ 8: พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 3 เดือน สำหรับลูกค้าที่เคยลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ เข้ามาตรการที่ 1, 2, 3, 4 และ 6

ปัจจุบันธนาคารยังคงเปิดให้ลูกค้าที่มีวงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท และได้รับผลกระทบจากโควิด-19 สามารถลงทะเบียนเข้ามาตรการที่ 1 พักชำระเงินต้น 3 เดือน และจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยรายเดือนได้ ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2563

ส่วนลูกค้าที่เคยลงทะเบียนเข้ามาตรการที่ 1, 2, 3, 4 และ 6 ไปแล้วก็ยังสามารถเปลี่ยนมาพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 3 เดือนได้เช่นกัน โดยการลงทะเบียนเข้ามาตรการที่ 8 ภายในวันที่ 28 มิถุนายน 2563 ซึ่งสามารถดำเนินการได้ผ่าน Application: GHB ALL

ทั้งนี้ ธอส. ยังเตรียมขยายระยะเวลาความช่วยเหลือ ตามมาตรการต่าง ๆ ให้กับลูกค้าที่ยังคงได้รับผลกระทบโดยอัตโนมัติไปจนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2563 ซึ่งจะมีการประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมอีกครั้ง

โครงการ ธอส. ปันน้ำใจ เราไม่ทิ้งกัน

ล่าสุด ธอส. ได้ทำ “โครงการ ธอส. ปันน้ำใจ เราไม่ทิ้งกัน” วงเงิน 20,000 ล้านบาท ให้กู้สำหรับบุคคลในครอบครัวของประชาชนที่ได้รับสิทธิ์ตามโครงการเราไม่ทิ้งกันของรัฐบาล (มาตรการเงินเยียวยา 5,000 บาท จำนวน 3 เดือน) หรือบุคคลในครอบครัวของลูกค้า ธอส. ที่ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์เข้าร่วม “มาตรการช่วยเหลือทั้ง 10 มาตรการข้างต้น

โดยผู้กู้จะได้รับอัตราดอกเบี้ยคงที่ 1.99% ต่อปี นานถึง 2 ปีแรก ปีที่ 3 อัตราดอกเบี้ย 3.75% ต่อปี ปีที่ 4 อัตราดอกเบี้ย MRR-2% ต่อปี และปีที่ 5 จนถึงตลอดอายุสัญญาเงินกู้ กรณีลูกค้าสวัสดิการ อัตราดอกเบี้ยเท่ากับ MRR-1.00% ต่อปี และกรณีรายย่อยทั่วไป อัตราดอกเบี้ยเท่ากับ MRR-0.75% ต่อปี (ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย MRR ธอส. เท่ากับ 6.150% ต่อปี)

วัตถุประสงค์ให้กู้เพื่อซื้อบ้านใหม่และบ้านมือสอง ปลูกสร้าง ต่อเติม ขยาย ซ่อมแซม และซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัยพร้อมกับการขอกู้ตามวัตถุประสงค์หลัก (ซื้อ ปลูกสร้าง ต่อเติม ขยาย และซ่อมแซม)

วงเงินให้กู้ไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อหลักประกัน รวมถึงได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ คิดค่าประเมินราคาหลักประกันในอัตราพิเศษ และให้ผ่อนชำระได้นานสูงสุด 40 ปี ยื่นคำขอกู้และทำนิติกรรมได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน-30 ธันวาคม 2563

 

ตัวอย่างมาตรการเราไม่ทิ้งกัน-ด้านการเงินของ ธ.ออมสิน

 

ธ.ออมสิน ปล่อยสินเชื่อใหม่ ผ่อนเบา ดอกเบี้ยต่ำ

ธนาคารออมสิน ได้ออกมาตรการดูแลดังนี้

1. การพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยโดยอัตโนมัติเป็นระยะเวลา 6 เดือน จนถึงสิ้นเดือนตุลาคม 2563

2. สินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 หรือเงินกู้ฉุกเฉิน วงเงิน 10,000 บาทต่อราย สำหรับผู้มีอาชีพอิสระ และวงเงิน 50,000 บาทต่อราย สำหรับผู้มีรายได้ประจำ วงเงินรวม 40,000 ล้านบาท

3. เงินกู้ซอฟท์โลน 150,000 ล้านบาท

ล่าสุด ธนาคารออมสินออกมาตรการฟื้นฟูรายได้ ด้วยการปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ระยะเวลาผ่อนนาน จำนวน 4 ประเภท วงเงินสินเชื่อประเภทละ 10,000 ล้านบาท รวมวงเงินสินเชื่อ 40,000 ล้านบาท ได้แก่

- สินเชื่อสร้างงานสร้างอาชีพ

- สินเชื่อก่อร่างสร้างตัวใหม่

- สินเชื่อคลายกังวล

- สินเชื่อซอฟท์โลนเยียวยาผู้ประกอบการธุรกิจส่งออกและธุรกิจท่องเที่ยว

 

ตัวอย่างมาตรการเราไม่ทิ้งกัน-ด้านการเงินของ ธ.กรุงไทย

 

ธ.กรุงไทย พักชำระหนี้ ลดดอกเบี้ย

ธนาคารกรุงไทย ช่วยเหลือลูกค้าทุกกลุ่มอย่างเต็มที่ เพื่อให้สามารถเดินหน้าด้วย 5 มาตรการเยียวยา โดยลูกค้าบุคคล ลูกค้ารายย่อย และ SME ประกอบด้วย

มาตรการที่ 1: ลูกค้าสินเชื่อบุคคล และลูกค้าสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ที่วงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท พักชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย 4 เดือน ลดดอกเบี้ยลง 0.25% ต่อปี จากสัญญากู้เดิม 4 เดือน

มาตรการที่ 2: ลูกค้าบุคคลและลูกค้าสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ที่มีเอกสารแสดงรายได้ลดลง พักชำระเงินต้น (ชำระเฉพาะดอกเบี้ย) 6 เดือน ลดดอกเบี้ยลง 0.25% ต่อปี จากสัญญากู้เดิม 6 เดือน

มาตรการที่ 3: ลูกค้าธุรกิจที่มีวงเงินกู้ไม่เกิน 100 ล้านบาท พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย 6 เดือนอัตโนมัติ

มาตรการที่ 4: ลูกค้าสินเชื่อธุรกิจขนาดกลางขึ้นไป ที่มีเอกสารแสดงรายได้ลดลง พักชำระหนี้เงินต้นวงเงินสินเชื่อระยะยาว (Term Loan) สูงสุด 12 เดือน ขยายระยะเวลาชำระหนี้สำหรับตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) และสินเชื่อเพื่อการค้าต่างประเทศ สูงสุด 6 เดือน

มาตรการที่ 5: ลูกค้าธุรกิจที่มีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 500 ล้านบาท สนับสนุนสินเชื่อ Soft Loan วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 20% ของยอดหนี้คงค้าง ณ 31 ธันวาคม 2562 ระยะเวลากู้สูงสุด 5 ปี อัตราดอกเบี้ย 2 ปีแรก 2% ต่อปี พักชำระเงินต้นสูงสุด 12 เดือน ไม่ต้องชำระดอกเบี้ย 6 เดือนแรก 

ทางด้านบุคลากรทางการแพทย์ ข้าราชการและพนักงานราชการที่สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ทางธนาคารได้ออกมาตรการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาภาระค่าใช้ด้านสินเชื่อบุคคลและสินเชื่อที่อยู่อาศัย ทั้งในส่วนที่เป็นวงเงินเดิม และผู้ที่ประสงค์จะขอสินเชื่อใหม่ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ เช่น การปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงจากสัญญาเดิม พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย รวมทั้งคิดอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษในส่วนของสินเชื่อใหม่อีกด้วย

 

ตัวอย่างมาตรการเราไม่ทิ้งกัน-ด้านการเงินของ ธ.อิสลาม

 

ธ.อิสลาม ออก 7 มาตรการลดค่าผ่อน-พักชำระหนี้-ให้สินเชื่อ

ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ได้ออก 7 มาตรการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ดังนี้

มาตรการการผ่อนปรนการชำระหนี้

- มาตรการให้ความช่วยเหลือลูกค้ารายย่อยชั้นดี เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยที่มีคุณภาพประเภทสินเชื่อบุคคลและสินเชื่อธุรกิจรวมทั้งสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ที่เป็นลูกหนี้ที่ยังไม่เป็น NPFของธนาคาร ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจโดยลดภาระผ่อนชำระค่างวดระยะสั้นไม่เกิน 3 เดือน

- มาตรการพักชำระหนี้ 6 เดือน อัตโนมัติ ช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ที่มีวงเงินสินเชื่อ ไม่เกิน 100 ล้านบาท โดยธนาคารจะดำเนินการปรับให้อัตโนมัติ ลูกค้าไม่ต้องติดต่อใดๆ กับธนาคาร ซึ่งจะเริ่มมีผลตั้งแต่เดือนเมษายน 2563 โดยไม่ถือเป็นการผิดนัดชำระหนี้ของลูกค้าและจะไม่เสียประวัติข้อมูลเครดิต

- มาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ ปี 2563 เป็นการช่วยเหลือลูกหนี้เดิมที่มีศักยภาพซึ่งได้รับผลกระทบจากสถาณการณ์เศรษฐกิจ ด้วยการพักชำระหนี้เงินต้นและชำระเฉพาะกำไร ระยะเวลา 6-12 เดือน และขยายระยะเวลาสินเชื่อออกไปตามระยะเวลาที่พักชำระหนี้โดยกำหนดอัตรากำไรเดิม พร้อมให้ความช่วยเหลืออื่นๆเพิ่มเติมตามความรุนแรงของปัญหา เป็นรายกรณี

มาตรการสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่อง

- โครงการสินเชื่อเพื่อสนับสนุนมาตรการ Soft Loan 2% ต่อปี เป็นการให้สินเชื่อใหม่กับลูกค้าเดิมของธนาคารที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียนเพื่อเสริมสภาพคล่องสำหรับประกอบธุรกิจ ในรูปแบบ Term Financing และ Revolve Financing ระยะเวลาสัญญาไม่เกิน 2 ปี วงเงินสินเชื่อสูงสุดได้ไม่เกิน 20% ของยอดหนี้คงค้าง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 คิดอัตรากำไร 2% ต่อปี นาน 2 ปี พร้อมฟรี! กำไร 6 เดือนแรก กรณี Term Financing ปลอดชำระเงินต้นได้นานสูงสุด 12 เดือน ซึ่งลูกค้าสามารถใช้หลักประกันเดิมและไม่ต้องประเมินใหม่

- สินเชื่อมุสลิมและสินเชื่อสนับสนุนชายแดนภาคใต้ เพื่อช่วยเหลือลูกค้าที่เป็นมุสลิมและพี่น้องชายแดนใต้ วงเงินไม่เกิน 20 ล้านบาท

- โครงการสินเชื่อเสริมสร้างธุรกิจรายย่อยมุสลิม เพื่อช่วยเหลือลูกค้าที่เป็นนักธุรกิจมุสลิมรายย่อย วงเงินไม่เกิน 200,000 บาท

- โครงการสินเชื่อมุสลิมรายย่อยสู้ภัยโควิด เพื่อช่วยเหลือลูกค้ามุสลิมรายย่อยสำหรับไปสร้างหรือฟื้นฟูอาชีพ วงเงินต่อรายไม่เกิน 30,000 บาท ผ่อนชำระเดือนละเพียง 390 บาท หรือ วันละ 13 บาทต่อวงเงิน 10,000 บาท เท่านั้น

 

ตัวอย่างมาตรการเราไม่ทิ้งกัน-ด้านการเงินของ ธ.ก.ส.

 

ธ.ก.ส. ออก 7 มาตรการ พักชำระเงินต้น-ดอกเบี้ย-ชดเชยรายได้

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ออกมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร 7 มาตรการ ดังนี้

1. มาตรการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. ในภาพรวม ประกอบด้วยการขยายระยะเวลาชำระหนี้ ลดอัตราดอกเบี้ย ปลอดชำระต้นเงินใน 3 ปีแรก ให้กับลูกหนี้ปกติ และลูกหนี้ NPL ครอบคลุมทั้งเกษตรกรลูกค้า ผู้ประกอบการและสถาบัน ระยะเวลาดำเนินมาตรการ ตั้งแต่วันนี้-31 ธันวาคม 2564 และยังมีสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียน (Working Capital) ในการประกอบอาชีพแก่ลูกหนี้เพิ่มเติมเพื่อเสริมสภาพคล่อง

2. มาตรการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่มีงวดชำระเป็นรายเดือน โดยพักชำระหนี้ต้นเงินและดอกเบี้ย 3 เดือน โดยอัตโนมัติ (เมษายน-มิถุนายน 2563) ทั้งในส่วนของเกษตรกรและบุคคลทั่วไป ทั้งประเภทสินเชื่อส่วนบุคคล และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย

3. มาตรการให้ความช่วยเหลือทางการเงินลูกค้า SMEs แบ่งเป็น 2 มาตรการ ได้แก่

- มาตรการพักชำระหนี้ต้นเงินและดอกเบี้ย 6 เดือน (เมษายน-กันยายน 2563) แบบอัตโนมัติทุกรายให้กับ SMEs ตามนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่มีวงเงินกู้รวมไม่เกิน 100 ล้านบาท และในระหว่างพักชำระหนี้ ลูกค้าที่ประสงค์ชำระหนี้ ธ.ก.ส. จะคืนดอกเบี้ย 10% ของเงินที่ส่งชำระ (Cash Back)

- มาตรการสนับสนุนสินเชื่อธุรกิจ SMEs (Soft Loan ของ ธปท.) เพื่อเสริมสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการที่มีวงเงินกู้รวมไม่เกิน 500 ล้านบาท ในอัตราดอกเบี้ย 2% ต่อปี เป็นระยะเวลา 2 ปี รัฐบาลรับภาระจ่ายดอกเบี้ยแทน 6 เดือนแรก วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 20% ของยอดหนี้คงค้าง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562

4. มาตรการพักชำระหนี้ต้นเงินและดอกเบี้ยเงินกู้ทั้งระบบ ที่ถึงกำหนดชำระตั้งแต่งวดเมษายน 2563-มีนาคม 2564 เป็นเวลา 1 ปี โดยอัตโนมัติ และยังคงชั้นหนี้เดิมของลูกค้าก่อนเข้าโครงการฯ ให้กับเกษตรกรลูกค้า ทุกกลุ่ม ทั้งที่เป็นเกษตรกรรายคน บุคคล ผู้ประกอบการ (นิติบุคคล) กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง

5. มาตรการสินเชื่อฉุกเฉิน วงเงิน 20,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและครอบครัวของเกษตรกรในการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายจำเป็นและฉุกเฉินในครัวเรือน ในอัตราดอกเบี้ยคงที่ 0.1% ต่อเดือน วงเงินกู้รายละไม่เกิน 10,000 บาท กำหนดชำระคืนไม่เกิน 2 ปี 6 เดือนนับจากวันกู้ ไม่ต้องใช้หลักประกัน โดยปลอดชำระคืนต้นเงินและดอกเบี้ยใน 6 เดือนแรกนับจากวันกู้

6. มาตรการชดเชยรายได้สำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระ “เราไม่ทิ้งกัน” โดยจ่ายเงินเยียวยา 5,000 บาท (3 เดือน)

7. มาตรการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกร ตามมติคณะรัฐมนตรี รายละ 15,000 บาท โดยจ่ายเดือนละ 5,000 บาท เป็นระยะเวลา 3 เดือน (พฤษภาคม-กรกฎาคม 2563)

สินเชื่อช่วยเหลือหลังการแพร่ระบาดคลี่คลาย

เพื่อให้มีเงินทุนในการประกอบอาชีพหรือสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ จำนวน 3 โครงการ ประกอบด้วย

1. สินเชื่อพอเพียงเพื่อเลี้ยงชีพ สำหรับเกษตรกรหรือผู้ที่สนใจซึ่งไม่เคยเป็นลูกค้า ธ.ก.ส. มาก่อน ได้มีเงินทุนประกอบอาชีพตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง วงเงินรวม 10,000 ล้านบาท วงเงินกู้รายละ ไม่เกิน 50,000 บาท

2. สินเชื่อนิวเจนฮักบ้านเกิด สำหรับเกษตรกร ทายาทเกษตรกร หรือคนรุ่นใหม่ที่กลับคืนสู่ภูมิลำเนาและสนใจในการทำเกษตรกรรม วงเงินรวม 60,000 ล้านบาท

3. สินเชื่อระยะสั้นฤดูการผลิตใหม่ สำหรับเกษตกรที่ได้รับการพักชำระหนี้ เพื่อเป็นเงินทุนในการทำการเกษตรระยะสั้น ปีการผลิต 2563/64 วงเงินรวม 100,000 ล้านบาท วงเงินกู้รายละไม่เกิน 50,000 บาท

ทั้งนี้ สินเชื่อทั้ง 3 โครงการ อัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน อย่างไรก็ตาม ธ.ก.ส. จะเร่งนำเสนอโครงการเพื่อให้คณะกรรมการธนาคารพิจารณาเห็นชอบโดยเร็วต่อไป

 

reason-home-loan-rejected10

 

รวมมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้จากธนาคารต่าง ๆ 

นอกจากนี้สถาบันการเงินต่าง ๆ ยังได้มีมาตรการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ดังนี้

 

ธนาคารกรุงเทพ

บัตรเครดิต

- ปรับลดอัตราการผ่อนชำระขั้นต่ำมาอยู่ที่ 5% (จากเดิม 10%) จนถึง 31 ธันวาคม 2564 สำหรับผู้ถือบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพทุกประเภท และทุกรายได้รับสิทธิอัตโนมัติ โดยไม่ต้องลงทะเบียนขอรับสิทธิ

- ปรับลดดอกเบี้ยลงเป็นพิเศษ อยู่ที่ 12% สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ประกอบอาชีพหรือทำงานในธุรกิจโรงแรม การท่องเที่ยว สายการบิน และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องจากการที่รัฐบาลประกาศให้หยุดบริการชั่วคราว

- พักชำระเงินต้น และดอกเบี้ยนาน 3 เดือน

- ยกเว้นดอกเบี้ยค้างชำระ 1 เดือน

สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ ประเภทเงินกู้ (Installment Loan)

- พักชำระเงินต้น และดอกเบี้ยนาน 3 เดือน

สินเชื่อที่อยู่อาศัย

- วงเงินขณะอนุมัติไม่เกิน 3 ล้านบาท พักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ยนาน 3 เดือน

- วงเงินขณะอนุมัติตั้งแต่ 3 ล้านบาทขึ้นไป ขอความช่วยเหลือเป็นรายกรณีตามสถานการณ์

สินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอี

- วงเงินขณะอนุมัติไม่เกิน 20 ล้านบาท พักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ยนาน 3 เดือน

ธนาคารกสิกรไทย

ลูกหนี้ธุรกิจ

- สินเชื่อเพื่อธุรกิจ (ประเภทเงินกู้) ผ่อนชำระเฉพาะดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 12 เดือน

- วงเงินหมุนเวียน (ประเภทตั๋ว) ขยายตั๋วครั้งละไม่เกิน 3 เดือน

- สินเชื่อเช่าซื้อเครื่องจักร ผ่อนชำระเฉพาะดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 12 เดือน

ลูกหนี้รายย่อย

- สินเชื่อบ้านกสิกรไทยและสินเชื่อที่อยู่อาศัยอื่นที่มีหลักประกัน ผ่อนชำระเฉพาะดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 12 เดือน

- สินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล ผ่อนชำระเฉพาะดอกเบี้ยถึงรอบบัญชีเดือนธันวาคม 2563

- สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ปรับลดยอดผ่อนชำระรายเดือนสูงสุด 50% ระยะเวลาสูงสุด 12 เดือน และขยายระยะเวลาการผ่อนสูงสุด 6 เดือน โดยรวมสัญญาล่าสุดต้องไม่เกิน 7 ปี

 

 

ธนาคารไทยพาณิชย์

ลูกหนี้ธุรกิจ

- พักชำระหนี้เงินต้น สูงสุด 12 เดือน

- ขยายระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุด 12 เดือน

- ขยายระยะเวลาวงเงินหมุนเวียน สูงสุด 6 เดือน

ลูกหนี้บุคคลและผู้ประกอบการรายย่อย

- สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อผู้ประกอบการรายย่อย: พักชำระหนี้เงินต้น สูงสุด 6 เดือน

- สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์: พักชำระค่างวดสูงสุด 6 เดือน

- สินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล: พักชำระยอดขั้นต่ำสูงสุด 6 เดือน

*หมายเหตุ เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

 

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

ลูกหนี้ธุรกิจ

- ผ่อนปรนเงื่อนไขสำหรับวงเงินกู้ระยะยาวเป็นระยะเวลาสูงสุด 12 เดือน

- ผ่อนปรนเงื่อนไขสำหรับวงเงินสินเชื่อหมุนเวียนเป็นระยะเวลาสูงสุด 6 เดือน

- ลดดอกเบี้ยสูงสุด 2% จากอัตราดอกเบี้ยปกติ เป็นระยะเวลาสูงสุด 6 เดือน

ลูกหนี้รายย่อย

สินเชื่อที่อยู่อาศัย

- พักชำระหนี้เงินต้น (จ่ายแต่ดอกเบี้ย) สูงสุดไม่เกิน 12 เดือน

- ลดจำนวนเงินผ่อนชำระค่างวด ไม่เกิน 12 เดือน

- พักชำระหนี้เงินผ่อนชำระค่างวด (พักหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย) ไม่เกิน 6 เดือน

ยื่นคำขอได้ตั้งแต่วันนี้-31 ธันวาคม 2563 โดยต้องไม่เป็นสินเชื่อค้างชำระเกิน 90 วัน ไม่เคยปรับปรุงโครงสร้างหนี้ และไม่เป็นสินเชื่อที่อยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย ก่อนวันที่ 1 มกราคม 2563

 

 

ธนาคารยูโอบี

ลูกหนี้ธุรกิจ

- พักชำระหนี้เงินต้น สูงสุด 12 เดือน

ลูกหนี้รายย่อย

- ปรับลดอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำของสินเชื่อบัตรเครดิต

 

ธนาคารทิสโก้

ลูกหนี้ธุรกิจ/ลูกหนี้รายย่อย

- สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ เลื่อนการชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา 3 เดือน หรือ พักชำระหนี้เงินต้น เป็นเวลา 6 เดือน (ตามความประสงค์ของลูกค้า)

- สินเชื่อเช่าซื้อ (วงเงินไม่เกิน 250,000 บาท) พักชำระหนี้เงินต้น เป็นเวลา 6 เดือน

- สินเชื่อบ้าน (ไม่เกิน 3 ล้านบาท) และสินเชื่อธุรกิจ SMEs (วงเงินไม่เกิน 20 ล้านบาท) พักชำระเงินต้น 3 เดือน และ พิจารณาลดดอกเบี้ยให้ตามสถานการณ์ของแต่ละราย

 

ธนาคารธนชาต

ลูกหนี้ธุรกิจ

- สินเชื่อ SMEs รายย่อย

  • Term loan: พักชำระหนี้เงินต้นสูงสุด 6 เดือน
  • วงเงินกู้เกินบัญชี (O/D) ลดอัตราดอกเบี้ยลง 1.50% จากสัญญาเดิม ระยะเวลา 3 เดือน

สินเชื่อ OD คืออะไร ทำไมคนทำธุรกิจควรรู้จัก

- สินเชื่อลูกค้ารายใหญ่

  • Term loan: พักชำระหนี้เงินต้นสูงสุด 6 เดือน หรือขยายเวลาเงินกู้สูงสุด 6 เดือน
  • Short term loan (Working Capital & Trade Finance): ขยายเวลาชำระหนี้สูงสุดไม่เกิน 3 เดือน

ลูกหนี้รายย่อย

- สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ธนชาต DRIVE: พักชำระหนี้สูงสุดไม่เกิน 60 วัน และขยายระยะเวลาผ่อนชำระไม่เกิน 96 งวด เมือครบกำหนดพักชำระหนี้

- สินเชื่อเล่มแลกเงิน: พักชำระหนี้สูงสุดไม่เกิน 60 วัน

- สินเชื่อบ้านธนชาต: พักชำระหนี้สูงสุดไม่เกิน 3 เดือน

- สินเชื่อบุคคลธนชาต: พักชำระหนี้สูงสุดไม่เกิน 3 เดือน

- บัตรเครดิตธนชาต: ลดยอดชำระขั้นต่ำเหลือ 5% หรือ 500 บาท สูงสุดไม่เกิน 3 เดือน

- บัตรกดเงินสด Flash Plus ลดยอดชำระขั้นต่ำเหลือ 1% หรือ 100 บาท สูงสุดไม่เกิน 3 เดือน

 

ธนาคารทหารไทย

สินเชื่อบัตรเครดิต/บัตรกดเงินสด

ปรับลดอัตราผ่อนชำระคืนขั้นต่ำ

- บัตรเครดิต ปี 2563-2564 เหลือ 5%

- บัตรเครดิต ปี 2565 เหลือ 8%

- บัตรเครดิต ปี 2566 เหลือ 10%

- บัตรกดเงินสด เหลือ 3%

ปรับอัตโนมัติโดยไม่ต้องติดต่อธนาคาร เริ่มรอบบิลเดือนเมษายน 2563 เป็นต้นไป

สินเชื่อรถยนต์ ธนชาต Drive

- พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุด 6 เดือน (เพาะสินเชื่อเล่มแลกเงิน: เลื่อนชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา 3 เดือน)

สินเชื่อบ้าน/สินเชื่อบุคคล

- พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 3 เดือน

สินเชื่อเอสเอ็มอี

- เงินกู้ระยะยาว พักชำระเงินต้น 6 เดือน (จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย)

- ลดอัตราดอกเบี้ย O/D 1.5% ระะยะเวลา 3 เดือน

- พักชำระค่าธรรมเนียมค้ำประกัน บสย. 12 เดือน

ลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่

- เงินกู้ระยะยาว พักชำระเงินต้น + ขยายระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุด 6 เดือน

- เงินกู้ระยะสั้น ขยายเวลาชำระเงินต้น 3 เดือน

- เพิ่มวงเงิน สินเชื่อระยะยาว/สินเชื่อตั๋วสัญญาใช้เงิน วงเงินกู้ไม่เกิน 20 ล้านบาท/ราย ดอกเบี้ยต่ำ 2% ระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี

ลงทะเบียนร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันนี้-30 มิถุนายน 2563

 

ธนาคารเกียรตินาคิน

ลูกหนี้ธุรกิจ (ธุรกิจอพาร์ตเมนต์โรงแรม)

- พักชำระหนี้เงินต้น และ/หรือ ลดดอกเบี้ย สูงสุด 18 เดือน

ลูกหนี้รายย่อย

- พักชำระหนี้เงินต้นสูงสุด 6 เดือน

- ส่วนลดดอกเบี้ย ขยายระยะเวลาชำระหนี้

 

 

ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย)

- แนวทางการให้ความช่วยเหลือจะถูกพิจารณาเป็นรายกรณี

 

ธนาคารไอซีบีซี (ไทย)

- ผ่อนปรนการชำระหนี้เงินต้นชั่วคราวเป็นระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 12 เดือน ทั้งลูกค้าธุรกิจและลูกค้าบุคคลธรรมดา*

- เพิ่มวงเงินสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือการดำเนินธุรกิจของลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ*

- ผ่อนปรนอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำสำหรับลูกค้าบัตรเครดิตที่ได้รับผลกระทบ*

*หมายเหตุ ธนาคารจะพิจารณาให้ความช่วยเหลือลูกค้าปัจจุบันของธนาคารเป็นรายกรณี

 

ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์

ลูกหนี้ธุรกิจ

- ผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระ เช่น ปลอดเงินต้นสูงสุด 12 เดือน และขยายระยะเวลาเงินกู้ เพื่อให้ภาระการผ่อนชำระลดลงหลังหมดช่วงปลอดเงินต้น

- สนับสนุนสินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนเพิ่ม

- ช่วยเหลืออื่น ๆ ตามที่เห็นสมควรโดยพิจารณาเป็นราย ๆ ไป

 

ธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อย

ลูกหนี้ SMEs ทั้งบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล

- พักชำระหนี้เงินต้น สูงสุดไม่เกิน 24 เดือน

- ปรับลดจำนวนเงินการผ่อนชำระค่างวด และขยายระยะเวลาเงินกู้ออกไปสูงสุดไม่เกิน 24 เดือน

 

 

ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM)

มาตรการลดภาระผู้ส่งออกไทย สู้ภัยไวรัสโคโรนา

ด้านสินเชื่อ

- พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุด 6 เดือน รวมทั้งขยายระยะเวลาให้ต่ออายุตั๋วสัญญาใช้เงิน (รวมอายุตั๋วเดิมไม่เกิน 360 วัน)

- ขยายระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุดได้สูงสุด 5 ปี สำหรับลูกค้าที่มีการค้ำประกันสินเชื่อโดย บสย. PGS ระยะที่ 5-7 โดยไม่คิดค่าธรรมเนียม

- ระยะเวลาให้บริการตั้งแต่วันนี้-31 ธันวาคม 2563

 

มาตรการสินเชื่อเพื่อการลงทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

ด้านสินเชื่อ

- วงเงินกู้ระยะยาวเพื่อซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์ หรือเพื่อต่อเติมปรับปรุงโรงงาน วงเงินสูงสุดไม่เกิน 100 ล้านบาทต่อราย ระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุด 7 ปี หลักประกันขั้นต่ำ 40% สำหรับกลุ่มลูกค้า SMEs ใช้ บสย. ค้ำประกันได้ (โครงการ PGS 8) อัตราดอกเบี้ย 2 ปีแรก 2.00% ระยะเวลาให้บริการตั้งแต่วันนี้-31 ธันวาคม 2563

 

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.)

มาตรการด่วนช่วยเหลือ SMEs ไทยจากผลกระทบไวรัสโควิด-19

- พักชำระหนี้เงินต้น สำหรับลูกค้าบัญชีประเภทเงินกู้ระยะยาว นานสูงสุด 12 เดือน

- ขยายเวลาชำระหนี้ โดยขยายเวลาให้สอดคล้องกับธุรกิจได้ และสำหรับลูกค้าที่ใช้ บสย. ค้ำประกันสินเชื่อเดิมสามารถขยายระยะเวลาค้ำประกันออกไปได้อีก 5 ปี โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม

- เติมทุนสินเชื่อดอกเบี้ยถูกนิติบุคคล 3% ต่อปี ใน 3 ปีแรก บุคคลธรรมดา 5% ต่อปีใน 3 ปีแรก

 

บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)

- มาตรการ “ต่อเติม เสริมทุน SMEs สร้างไทย” ช่วยเหลือ SMEs ที่มีปัญหาขาดสภาพคล่อง โดยสถาบันการเงินได้ปรับปรุงเงื่อนไขการผ่อนชำระหนี้ และมีการเติมทุนสร้างสภาพคล่อง สามารถใช้โครงการ “บสย. SMEs สร้างไทย” ได้ทันที รับคำขอค้ำประกันจนถึง 31 ธันวาคม 2563

- มาตรการช่วยเหลือเร่งด่วนจากเหตุการณ์โคราช ฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกันสินเชื่อธุรกิจ 2 ปีแรก สำหรับ SMEs ที่ได้รับการผ่อนปรนการชำระหนี้กับธนาคาร และต้องการเพิ่มเงินทุนหมุนเวียน ขยายสภาพคล่อง

 

ขอบคุณข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย

 

สนใจรับบทความดีดี อัปเดต ข่าวอสังหาริมทรัพย์ และ อ่านคู่มือซื้อขาย พร้อม รีวิวโครงการคอนโดฯ ใหม่ บ้านใหม่ หลากหลายทำเลและราคา รวมถึง ทำความรู้จักกับทำเลฮอตทั่วกรุง เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการซื้อ-ขาย-เช่า

อ่านอะไรต่อดี

เครื่องคำนวณดอกเบี้ย & สินเชื่อ
Affordability Calculator Icon
ตรวจสอบยอดวงเงินกู้บ้านใหม่ที่คาดว่าคุณจะได้รับการพิจารณาจากแบงก์และยอดผ่อนชำระในแต่ละเดือน
Repayment Calculator Icon
คำนวณยอดผ่อนชำระต่อเดือนตามอัตราดอกเบี้ยของคุณด้วยเครื่องมือคำนวณสินเชื่อนี้
฿
Interest Rate And loan Icon
เพียงใส่ยอดเงินกู้ที่คุณต้องการ เราจะคำนวณให้คุณเห็นถึงยอดผ่อนชำระต่อเดือนตามระยะเวลาผ่อนและอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกัน