ยามเช้าวันนี้ สายฝนโปรยปรายลงมา อากาศครึ้มเชียวนะคะ
บางคนบอกว่า ชอบอากาศแบบนี้ ยิ่งถ้าอยู่บนคอนโดสูงๆ มองออกมานอกหน้าต่าง แล้วมีหยาดฝนเกาะอยู่บนกระจก
…ช่างโรแมนติกซะจริง
แต่บางคนก็บอกว่า อากาศแบบนี้ดูเหงาๆ จัง
ในวันฝนพรำเช่นนี้ ทำให้นึกไปถึงเรื่องราวของ “ดอกมะลิ”
กลิ่นของดอกไม้สีขาวนวลตานี้ มีคุณสมบัติเด่นหลายประการ อาทิ ช่วยให้เกิดความผ่อนคลาย รวมไปถึงคลายความเมื่อยล้าได้ด้วย
ในตำนานของอินเดีย เล่ากันมาว่า มีเจ้าหญิงรูปงามองค์หนึ่ง ตกหลุมรักเทพเจ้าพระอาทิตย์ แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะเทพเจ้า ไม่ได้รักเธอ เจ้าหญิงเศร้ามากจึงฆ่าตัวตาย และเมื่อโปรยเถ้ากระดูกของเธอไปยังที่ใด ณ บริเวณนั้นจะมีดอกมะลิเติบโตขึ้น ผลิดอกสวยงามหอมละมุน
…ความรักของเธอที่มีต่อเทพพระอาทิตย์ยังคงอยู่ในทุกหนแห่ง ไม่ได้จางคลายลงแม้สักนิด
ดอกมะลิจึงเปรียบเสมือน ดอกไม้แห่งความรัก
เราสามารถนำดอกมะลิมาวางประดับตกแต่งให้บ้านสวยงาม ด้วยการนำมาใส่ไว้พานแก้ว หรือโถแก้วเปิดฝาใบสวย แล้วนำมาวางไว้ในห้องรับแขก หรือหากชอบมะลิที่ร้อยเป็นพวงมาลัยก็อาจจะนำมาวางในพานกระเบื้องลายครามประดับไว้ตามจุดต่างๆ ก็คลาสสิคไปอีกแบบ แถมยังทำให้บ้านมีกลิ่นหอมสดชื่นของดอกมะลิด้วยนะคะ
ลืมบอกไปว่า กลิ่นหอมของมะลิยังช่วยสร้างความรู้สึกอบอุ่น และสร้างความมั่นใจให้แก่เราได้อีกด้วยนะคะ
หากไม่มีดอกมะลิสด อาจใช้น้ำมันหอมระเหยกลิ่นนี้ จุดลงบนเตาเผนน้ำมันแทนก็ได้ เพราะมีคุณสมบัติในการช่วยบำบัดได้เช่นเดียวกัน
เวลาอันงดงาม กับกลิ่นกรุ่นของมะลิในวันครึ้มฟ้าครึ้มฝนเฉกเช่นวันนี้ เปรียบดั่งภาพศิลป์ที่แสนละเอียดอ่อน…เข้าถึงได้ด้วยหัวใจ หาใช่ความคิด
…“ดอกมะลิสีขาว ร้อยยาวเป็นมาลัย
เติมความรักซ่อนไว้ ภายใต้กลีบบางเบา
แซมด้วยกุหลาบกลิ่นกรุ่น ละมุนในความเหงา
แทนความคิดถึงของตัวเรา ที่มีให้เขาเนิ่นนานมา”
หมายเหตุ: ภาพจาก flowerslover.in.th