สารพัดวิธีง่ายๆ ในการเอาขยะออกไปจากชีวิต
ในตอนก่อนๆ ดาด้า ได้คุยถึงเรื่องความรกรุงรังในบ้าน และเหตุผลที่คนเก็บความรกรุงรังกันไปแล้ว ใครยังไม่ได้อ่านก็ตามไปอ่านได้ที่นี่เลยค่ะ เคล็ดลับรับปีมังกรน้ำตอนที่ 3 การขจัดความรก
สำหรับวันนี้ จะมาคุยกันถึงเรื่องวิธีการกำจัดความรกค่ะ ง่ายๆ เลยนะคะ ก่อนอื่น ลองแยกข้าวของต่างๆ โดยแบ่งออกเป็นส่วนๆ ดังนี้
-สิ่งของที่จะทิ้ง
ของที่เราต้องทิ้งแน่นอน ทิ้งชัวร์ๆ ไม่รู้จะเก็บไปทำไม
-สิ่งของที่จะนำไปซ่อม
แนะนำว่า น่าจะกำหนดระยะเวลาในการซ่อมด้วย หากเกินกำหนดไม่ได้ทำสักที ก็ตัดใจทิ้งไปเถอะ คุณไม่ได้ซ่อมหรอก
-สิ่งของที่จะนำไปรีไซเคิล หรือนำไปขาย
ถ้าเรามีของที่คิดว่าจะเอาไปขาย หรือจะนำไปปรับเปลี่ยนประยุกต์ทำใหม่ก็ลองดู แต่อย่างที่บอกว่า เราน่าจะกำหนดระยะเวลาในการทำ หากเกินกว่ากำหนด น่าจะลองตัดใจทิ้งของไปเลย เพราะไม่งั้น ของเหล่านี้ก็จะกองเกะกะให้รกตา รำคาญใจ
-สิ่งของที่จะนำไปมอบให้เพื่อน หรือญาติ
อะไรที่ยังดูดี สดใหม่ ซื้อมา ไม่ได้ใช้ แล้วอยากเอาไปมอบเป็นของขวัญก็ให้ไปเลยค่ะ ไม่ต้องเสียดาย เพราะการให้นั้นดีกว่าการรับมากมายนัก เป็นการฝึกสละความเห็นแก่ตัวได้ดีมาก
-สิ่งของที่จะเอาไปบริจาค
ก็เป็นทางเลือกที่ดีมากค่ะ ฝึกการให้จนเป็นนิสัย แล้วเราจะไม่ยึดติดกับสิ่งใดๆ ในโลกใบนี้ ^o^
-สิ่งของที่จะนำไปคืนเจ้าของ
เป็นโอกาสดีมากที่เราจะรีบนำของที่ยืมเขามาให้กลับคืนสู่มือเจ้าของซะ จะส่งให้ด้วยตนเอง หรือส่งกลับทางไปรษณีย์ก็แล้วแต่จะสะดวกเลยจ้า
-สิ่งของที่ยังไม่แน่ใจว่าจะทิ้ง หรือจะเก็บ
บางคนอาจยังไม่แน่ใจ ตรงนี้อาจเป็นตัวช่วยในการประวิงเวลา แต่ก็อย่างที่บอกว่า ยื่นเดทไลน์ ขีดเส้นตายให้ตัวเองด้วยว่า จะตัดสินใจเมื่อไร จะได้ไม่ต้องยืดเยื้อเก็บของไปอีกเป็นปีให้รกบ้าน
เราอาจทำกล่องเพื่อใช้แบ่งของเหล่านี้ ก็จะทำให้ง่ายขึ้นในการคัดแยก จากนั้นก็ตัดสินใจเลยว่าจะเอาอะไรใส่ลงไปในกล่องไหน แต่ถ้าเราคิดว่า เราใจเด็ดกว่านั้น อาจไม่ต้องแยกกล่องเลยก็ได้ แค่มอง และตัดสินใจเลยว่าจะเก็บอะไร จะทิ้งอะไร ฟันธงไปเลยชัดๆ
คนที่เชี่ยวชาญในการกำจัดความรกรุงรัง อาจตัดสินใจได้ง่ายว่าจะจัดการอย่างไรกับสิ่งของที่อยู่รอบตัว แต่ถ้าเรายังเป็นมือใหม่ อาจต้องใช้เวลาสักเล็กน้อยในการฝึกฝน แต่ไม่มีอะไรยาก หากเริ่มต้นลองทำ ต่อไปก็จะคล่องแคล่วและตัดสินใจได้ไวขึ้นว่าจะทิ้ง หรือจะเก็บอะไรดี
สิ่งที่ทำให้เราตัดสินใจง่ายขึ้นในการจะทิ้ง จะให้หรือจะเก็บของชิ้นใดไว้ก็คือ ถามใจเราเองว่า เราได้ใช้ประโยชน์จากของชิ้นนี้หรือเปล่า หรือแค่กลัวว่าอาจจะต้องใช้เลยต้องเก็บ (แล้วก็ไม่มีโอกาสได้ใช้มันสักที), เรารู้สึกรักของชิ้นนี้หรือเปล่า เราเห็นของชิ้นนี้แล้ว เรารู้สึกดีหรือไม่ นี่ก็เป็นสิ่งสำคัญอีกสิ่ง เรื่องนี้อาจฟังเข้าใจยากสักหน่อย แต่ลองฟังเสียงร่างกาย โดยปราศจากความคิดกันบ้าง บางทีความคิดอาจหลอกเราว่า เราต้องเก็บของนี้ไว้เพราะ มันแพงนะ แต่ใจลึกๆ เราอาจไม่อยากมีของชิ้นนี้เลยก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น เสื้อผ้าบางตัวที่เราตัดสินใจซื้อ แต่พอซื้อมาก็ไม่ได้ใส่เลย แต่ด้วยความเสียดายเลยเก็บคาตู้ไว้อย่างนั้น นี่แหละเป็นต้น
อีกอย่างที่อยากจะบอกก็คือว่า การกำจัดของไม่จำเป็นออกจากชีวิต จะทำให้เราสดใส ร่าเริง มีพลังมากกว่าเก่านะจ๊ะ ถ้าวันไหนเรารู้สึกเครียดแล้วละก็ การกำจัดความรกรุงรังนั้นถือเป็นวิธีบำบัดที่ดีมากวิธีหนึ่ง และหากวันไหนรู้สึกเซ็งๆ เบื่อๆ เครียดๆ กลุ้มๆ ลองหันมาจัดบ้านจัดช่อง ทิ้งอะไรที่มันรกๆ ออกไปซะ จะทำให้สุขภาพจิตดีขึ้นจริงๆ นะจ๊ะ ขอบอก
ลองดูค่ะ หากวันธรรมดา จันทร์ถึงศุกร์ กลับบ้านไป อาจจะเหนื่อยไม่มีเวลากันมากนัก แต่ถ้าวันเสาร์ หรือวันอาทิตย์ไหน อยู่บ้านว่างๆ พอจะมีเวลาก็จัดบ้านกันสักนิดสักหน่อย ค่อยๆ ทำเดี่ยวความรกรุงรังรอบตัวก็จะค่อยๆ หายไปเองแหละค่ะ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกๆ คนนะคะ