ธุรกิจวัสดุก่อสร้างโดนลูกหลงพิษการเมืองด้วย หลังโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของภาครัฐหยุดชะงัก การลงทุนภาคเอกชนชะลอตัว นักวิเคราะห์ชี้ตลาดปี 57 โตเพียง 2% โดยจะใช้เวลาฟื้นตัวไม่ต่ำกว่า 6 เดือน
นายประสิทธิ์ รัตนกิจกมล นักวิเคราะห์ของ บริษัท หลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยบทวิเคราะห์แนวโน้มตลาดวัสดุก่อสร้างในปี 2557 ว่ามีแนวโน้มการเติบโตเพียงต่ำกว่าที่เคยคาดไว้ก่อนหน้านี้ หลังแรงขับเคลื่อนธุรกิจเริ่มลดลง อันเป็นผลกระทบจากสถานการณ์การเมืองในประเทศที่ไม่สงบ ทำให้การเดินหน้าผลักดันโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของภาครัฐต้องหยุดชะงักลง ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยในเดือนธันวาคมที่ผ่านมาปรับตัวลดลงต่ำสุดในรอบกว่า 2 ปี โดยเชื่อว่าจะส่งผลกระทบต่อการลงทุนภาคเอกชนในที่สุด
สำหรับงานก่อสร้างที่จะเกิดขึ้นส่วนใหญ่ในปีนี้จะเป็นงานที่ทำต่อเนื่องมาจากปีที่ผ่านมา อาทิ งานในเมกะโปรเจคของภาครัฐที่ได้รับการอนุมัติก่อนหน้า ได้แก่ งานก่อสร้างรถไฟฟ้าและอาคารสถานที่ราชการต่างๆ รวมไปถึงโครงการอสังหาริมทรัพย์ของภาคเอกชนที่เปิดขายในปีก่อน
“ในขณะที่กิจกรรมการก่อสร้างใหม่ๆ น่าจะต้องรอความชัดเจนของสถานการณ์การเมืองในประเทศ โดยเฉพาะการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่เพื่อมาสานต่องานก่อสร้างต่างๆ ซึ่งฝ่ายวิจัยเชื่อว่าจะต้องใช้เวลาอีกไม่ต่ำกว่า 6 เดือน” บทวิเคราะห์ระบุ
ทั้งนี้ ปริมาณการใช้ปูนซีเมนต์ในประเทศ เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2551-2552 ที่มีเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมือง พบว่าปริมาณการใช้ปูนซีเมนต์ในประเทศเติบโตได้เพียง 2.3% จากปกติที่จะมีอัตราการเติบโตราว 6-7% ต่อปี ขณะที่ปริมาณการใช้กระเบื้องปูพื้นและบุผนังในประเทศ หดตัวลงอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2556 จากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ถูกดึงไปจากโครงการรถคันแรก และราคาพืชผลการเกษตรที่ลดลง
โดยบทวิเคราะห์ดังกล่าวชี้ว่า“สถานการณ์การเมืองที่จะส่งผลโดยตรงต่อภาวะเศรษฐกิจของประเทศ จะทำให้ธุรกิจวัสดุก่อสร้างในปี 2557 ต้องเผชิญกับการแข่งขันระหว่างผู้ประกอบการในตลาดมากขึ้น เพื่อแย่งชิงยอดขายในภาวะที่ตลาดยังขาดปัจจัยบวกมากระตุ้น”
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่