ลาว-เมียนมาร์ทำเลทองธุรกิจร้านอาหาร-ของแต่งบ้าน

14 ม.ค. 2557

ผลวิจัยเผยลาว-เมียนมาร์เป็นทำเลทองของธุรกิจอาหาร-สินค้าตกแต่งบ้าน  
 
จากผลวิจัยและวิเคราะห์แนวทางลงทุนลาว-เมียนมาร์ซึ่งจัดทำขึ้นโดย สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พบว่าจากการลงพื้นที่เพื่อรวบรวมข้อมูลจากผู้บริโภคจริงในประเทศลาวและเมียนมาร์เป็นระยะเวลา 6 เดือน พบว่า ชาวลาวและชาวพม่ากว่า 90% มักทำอาหารรับประทานเองที่บ้านทุกวันโดยซื้อของจากตลาดสดและร้านขายของชำ โดยออกไปรับประทานอาหารนอกบ้านเพียงเดือนละ 1-2 ครั้งเท่านั้น ซึ่งแม้คนในทั้ง 2 ประเทศส่วนใหญ่จะนิยมบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพ แต่อาหารประเภทปิ้ง-ย่างและฟาสต์ฟู้ดก็ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้บริโภคจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะวัยรุ่นของทั้งสองประเทศ
 
ในส่วนของที่อยู่อาศัยนั้น ผลสำรวจพบว่าชาวลาวนิยมอยู่บ้าน โดย 72% อยู่บ้านเดี่ยวที่สร้างเอง โดยที่ไม่ค่อยนิยมจ้างสถาปนิก มัณฑนากร หรือดีไซน์เนอร์เพื่อออกแบบหรือตกแต่ง โดยแบบบ้านที่นิยมเป็นสไตล์โมเดิร์น และใช้เวลาส่วนใหญ่ในการอยู่ในห้องนั่งเล่น  ส่วนพฤติกรรมการซื้อของตกแต่งบ้านนั้น จะเน้นซื้อของชิ้นเล็กๆ เช่น โคมไฟ กรอบรูป และอื่นๆ โดยได้ไอเดียการแต่งบ้านส่วนใหญ่มาจากรายการโทรทัศน์ ชื่นชอบ  
 
ในขณะที่ชาวเมียนมาร์ส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ในแฟลต/ อพาร์ทเมนต์ คิดเป็น 37% โดย 88% ให้ความสำคัญกับห้องนั่งเล่น ในส่วนของการตกแต่งบ้าน ชาวเมียนมาร์ 50% จะคำนึงถึงหลักฮวงจุ้ย และได้ไอเดียการแต่งบ้านจากรายการโทรทัศน์และห้องตัวอย่างตามร้านเฟอร์นิเจอร์ โดยจะเน้นเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ที่มีอายุการใช้งานยาวนาน 
 
จากการวิเคราะห์ผลสำรวจดังกล่าว สสว. มองว่าจากพฤติกรรมของผู้บริโภคทั้งลาวและเมียนมาร์แสดงให้เห็นถึงโอกาสขยายตลาดของธุรกิจร้านอาหารและสินค้าตกแต่งบ้านจากเมืองไทย
 
ภาพ: Index Living Mall จาก urban.co.th 
 
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com   
 
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่  
 
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
เขียนความเห็น