วงในเชื่อปิดกรุงเทพฯยังไม่ส่งผลต่อดีมานด์อสังหาฯ

15 ม.ค. 2557

แม้การชัตดาวน์กรุงเทพฯ ของผู้ชุมนุม กปปส. กำลังเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจจากผู้คนทั่วโลก และหลายฝ่ายต่างพากันกังวลถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับภาคเศรษฐกิจของไทย รวมไปถึงภาคอสังหาริมทรัพย์ แต่ในสายตาของคนอสังหาฯ ทั้งไทยและเทศ การชุมนุมดังกล่าวยังไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคธุรกิจมากนัก
 
นางสุพินท์ มีชูชีพ กรรมการผู้จัดการ โจนส์ แลง ลาซาลล์ ประเทศไทย กล่าวกับ DDproperty.com ว่าสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ มีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทน้อยมาก โดยในส่วนของธุรกิจบริการด้านตัวแทนเช่า-ให้เช่าพื้นที่สำนักงาน ในตอนนี้นับว่ายังไม่ได้รับผลกระทบใดๆ เนื่องจากบริษัทต่างๆ ที่เป็นผู้เช่าพื้นที่สำนักงานก็ยังคงอยู่ตามปกติ ไม่มีการปิดกิจการและคืนพื้นที่เช่า ในขณะที่บริษัทที่มีแผนการขยายสำนักงานก็ยังไม่พบว่ามีการเปลี่ยนแผน 
 
“มีบ้างบางรายที่อาจชะลอการตัดสินใจ  แต่ส่วนใหญ่ยังคงเดินหน้าต่อ ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะตลาดอาคารสำนักงานในกรุงเทพฯ ขณะนี้มีซัพพลายหรือพื้นที่เช่าเหลือว่างไม่มาก โดยเฉพาะอาคารคุณภาพดีในทำเลดี ดังนั้น บริษัทผู้เช่าบางรายจึงไม่อาจรีรอได้ เพราะมีบริษัทผู้เช่ารายอื่นรอคิวอยู่” นางสุพินท์ กล่าว
 
ส่วนในด้านการเป็นตัวแทนลงทุนซื้อขายโครงการอสังหาริมทรัพย์  ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มของโรงแรมที่มีนักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างชาติให้ความสนใจค่อนข้างมากในช่วงสองสามปีที่ผ่านมานั้น  สถานการณ์ทางการเมืองที่ร้อนแรงในปัจจุบันทำให้การเจรจาซื้อขายมีการชะลอออกไปทั้งในฝั่งผู้ซื้อและผู้ขาย โดยในฟากผู้ขายก็ยังไม่อยากขายในตอนนี้ เพราะกลัวถูกกดราคา ส่วนผู้ซื้อก็ชะลอการซื้อ เพราะไม่แน่ใจว่า ซื้อไปแล้วราคาจะตกหรือไม่
 
“แต่การเจราจาซื้อขายบางรายการก็ยังเดินหน้าต่อ เพราะนักลงทุนมองการซื้อโรงแรมเป็นการลงทุนระยะยาว ในขณะที่สถานการณ์ทางเมืองส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นในอดีตส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวในระยะสั้นๆ ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก เพราะฉะนั้น หากเหตุการณ์สงบเร็ว ตลาดท่องเที่ยวก็มีโอกาสฟื้นได้เร็ว”
 
ในขณะที่ด้านธุรกิจตัวแทนซื้อขายที่พักอาศัย ปริมาณการซื้อขายในโครงการที่โจนส์แลงลาซาลล์ดูแลนั้นยังค่อนข้างปกติ จะมีก็เพียงฝั่งของเจ้าของโครงการที่บางรายตัดสินใจเลื่อนการออกแคมเปญส่งเสริมการขายที่ต้องใช้เงินทุนสูงในช่วงนี้ออกไปเพื่อรอดูสถานการณ์ 
 
“หากเหตุการณ์จบลงด้วยดี ผลกะทบก็จะมีไม่มากและความเชื่อมั่นของตลาดและนักลงทุนก็จะฟื้นได้เร็วเนื่องจากปัจจัยพื้นฐานในตลาดอสังหาฯ ของไทยค่อนข้างแข็งแกร่ง แต่หากจบลงด้วยความรุนแรงโดยที่ยังไม่มีทางออกที่ชัดเจน  ความไม่แน่นอนก็จะดำเนินต่อไปซึ่งจะไม่เป็นผลดีต่อทั้งเศรษฐกิจโดยรวมและภาคอสังหาฯ” นางสุพินท์กล่าวเสริม
 
ด้านนายไมเคิล บ็อค ผู้อำนวยการกลุ่มของทริลเลียน พร็อพเพอร์ตี้ ซึ่งเป็นบริษัทตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ในประเทศสิงคโปร์ที่ปัจจุบันมีลูกค้าราว 150 รายที่ทำสัญญาและอยู่ในขั้นตอนของการรอโอนคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ผ่านทางบริษัท กล่าวว่าลูกค้าทุกรายยังคงเดินหน้าทำเรื่องโอนตามแผนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง  
 
“แน่นอนว่า ลูกค้าบางรายอาจจะมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในปัจจุบัน แต่ลูกค้าส่วนใหญ่เคยผ่านช่วงเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองเมื่อปี 2553 มาแล้ว และเข้าใจว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันไม่ใช่เรื่องที่น่าตกใจแต่อย่างใด” นายบ็อคกล่าวกับ DDproperty.com
 
โดยนับตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา ราคาและปริมาณการซื้อ-ขายอสังหาฯ จากกรุงเทพฯ ไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด แต่กลับเพิ่มขึ้น ซึ่งนายบ็อคมั่นใจว่าสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมืองในกรุงเทพฯ ณ ขณะนี้จะทำลายความเชื่อมั่นของผู้ซื้ออสังหาฯ มากนัก
 
 “ณ ขณะนี้ เรายังมีผู้ที่ให้ความสนใจสอบถามเกี่ยวกับโครงการคอนโดฯ ในกรุงเทพฯ เข้ามาตลอด ผมคิดว่าความเปลี่ยนแปลงที่จะส่งผลต่อปริมาณการซื้อ-ขายอสังหาฯ จากเมืองไทยได้จริงๆ น่าจะเป็นเรื่องของการเปลี่ยนแปลงกฎหมายด้านอสังหาฯ มากกว่า แต่หากเป็นเรื่องอื่น ไม่น่าจะมีผลกระทบอะไรมากนัก” นายบ๊อคกล่าวทิ้งท้าย 
 
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com   
 
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่  
 
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
เขียนความเห็น