ความเห็นคนอสังหาฯหลังประกาศใช้พรก.ฉุกเฉิน

22 ม.ค. 2557

หลังจากที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน  หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน  ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นเวลา 60 วัน โดยเริ่มมีผลตั้งแต่วันนี้ (22 ม.ค. 2557) เป็นต้นไปนั้น DDproperty.com ได้สอบถามความคิดเห็นจากบรรดาบุคคลในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ไทยต่อผลกระทบที่อันอาจจะเกิดขึ้นต่อภาคอสังหาฯ  
 
คนอสังหาฯ ส่วนใหญ่มองว่าการประกาศใช้ พ.ร.ก. ดังกล่าวไม่น่าจะส่งผลกระทบที่ร้ายแรงต่อภาคธุรกิจ จะมีเพียงก็แต่ผลกระทบในวงแคบหรือระยะสั้นเท่านั้น 
 
นายสัมมา คีตสิน  ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ มองว่า “การประกาศใช้ พ.ร.ก. ดังกล่าวจะส่งผลให้ตลาดอสังหาฯ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ พ.ร.ก.ครอบคลุม ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี บางส่วนของปทุมธานี และบางส่วนของสมุทรปราการ ชะลอตัวลง”
 
นายธนวันต์ ชัยวัฒนะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แมกโนเลีย ไฟน์เนสท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด มองว่านับตั้งแต่เกิดการชุมนุมขึ้น ตลาดอสังหาฯ ได้ชะลอตัวลงค่อนข้างมากมาระยะหนึ่งแล้ว ดังนั้น การที่รัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้นจึงไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อตลาดมากนัก
 
"การประกาศใช้ พ.ร.ก.ดังกล่าวน่าจะช่วยให้ภาพรวมตลาดในสายตาของลูกค้าชัดเจนมากขึ้นว่าจะดำเนินไปในทิศทางใดต่อไป" นายธนวันต์กล่าวเสริม
 
ด้านนายเศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด(มหาชน) ที่กล่าวว่า “ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองเกิดขึ้นหลายครั้ง ซึ่งเราเชื่อว่าคนไทย โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ มีภูมิในการที่จะรับมือกับเหตุการณ์ในลักษณะนี้ได้ดี หากพูดถึงผลกระทบ ผมเชื่อว่าจะมีแค่ในระยะสั้นเท่านั้น”
 
สอดคล้องกับความเห็นของนายเดวิด ซีมิสเตอร์ ประธานบริหาร ซีบีอาร์อี ประเทศไทย  ที่มองว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเมืองไทยแต่อย่างใด
 
“หลังจากที่ได้ดำเนินธุรกิจที่นี่มา 25 ปี เราได้ผ่านสถานการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทางการเมือง หรือแม้แต่ภัยธรรมชาติ มาหลายครั้งแล้ว ทำให้เราหรือแม้แต่ตลาดอสังหาฯ ของไทยมีภูมิต่อเรื่องเหล่านี้ และคอยจับตามองกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปด้วยความระมัดระวัง ทั้งนี้ เรายังไม่เห็นผลกระทบด้านลบต่อตลาดสักเท่าไร เนื่องจากตลาดอสังหาฯ ของไทยมีพื้นฐานที่ยังดีอยู่และพร้อมที่จะเติบโตต่อไปได้” นายซีมิสเตอร์กล่าว
 
โดยผู้บริหารของซีบีอาร์อี ประเทศไทยเผยว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัทสามารถปิดการขายคอนโดมิเนียมไปได้กว่า 60 ยูนิตและปล่อยพื้นที่ให้เช่าในอาคารสำนักงานได้ 5,000 ตารางเมตร ดังนั้น ตนจึงเชื่อว่าจากประสบการณ์ที่ผ่านมา อีกไม่นานตลาดก็จะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง  
 
เช่นเดียวกับนายไทรมั่น ลัญฉน์ดี ประธานกรรมการบริหาร คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย และประธานสภาหอการค้าอังกฤษแห่งประเทศไทย ที่กล่าวว่า “แม้ในภาพรวมการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินจะเป็นการเพิ่มความสั่นคลอนให้กับธุรกิจและส่งผลต่อความรู้สึก แต่หากสถานการณ์คลี่คลายลงอย่างรวดเร็วก็จะส่งผลกระทบกับตลาดเพียงระยะสั้น มากกว่าที่ถดถอยในระยะยาว 
 
โดยนายลัญฉน์ดีได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ World Business Report ของ BBC World Service เมื่อวานนี้ว่า “ใครที่อยากจะมาลงทุนในเมืองไทยในช่วงนี้ อย่างมากก็จะแค่ชะลอการตัดสินใจเพื่อพิจารณาทางเลือกอื่นๆ  แต่ถึง ณ ตอนนี้ ก็ยังมีการซื้อ-ขายในไทยอยู่แต่เพียงแค่ในปริมาณที่น้อยลง และผู้ซื้อใช้เวลาในการตัดสินใจนานขึ้นเท่านั้น” 
 
สำหรับนายวรเดช   ศิวเตชานนท์ประธานบริหาร บริษัท อีอาร์เอแฟรนไชส์ (ประเทศไทย) จำกัด มองว่าการที่ไทยเคยเผชิญกับสถานการณ์ที่แย่กว่านี้ เหตุการณ์ปัจจุบันซึ่งยังไม่มีความรุนแรงใดๆ จึงไม่ส่งผลกระทบกับกลุ่มผู้ซื้อภายในประเทศ แต่สำหรับลูกค้าต่างชาติมีผลลบมาก ดูได้จากข่าวของประเทศไทยที่ออกในสื่อต่างประเทศที่มีภาพลักษณ์ไม่ค่อยดีเท่าไร  

เช่นเดียวกับนางสุพินท์ มีชูชีพ กรรมการผู้จัดการ โจนส์ แลง ลาซาลล์ ประเทศไทย ที่มองว่าการประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินจะส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของนักลงทุนที่จะต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้นหากจะมาลงทุนด้านอสังหาฯ ในเมืองไทย 
 
ในขณะที่นางดรุณี รุ่งเรืองผล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดาร์วิด พร๊อพเพอร์ตี้ เซอร์วิส จำกัด เชื่อว่าธุรกิจจะไม่ได้รับผลกระทบอะไร ตราบใดที่ยังไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น 
 
ด้านคนในแวดวงอสังหาฯ ในพัทยา ซึ่งแม้จะไม่ได้อยู่ในพื้นที่ พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือได้รับผลกระทบโดยตรงจากเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองดังกล่าว ก็มีมุมมองที่คล้ายๆ กัน
 
นายไนเจล คอร์นิค ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คิงดอม พร็อพเพอร์ตี้ กล่าวว่า “ในช่วง 10-15 ปีที่ผ่านมา เราได้เห็นศักยภาพของไทยในการรับมือและปรับตัวกับสถานการณ์ต่างๆ และสามารถฟื้นตัวกลับมาได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งในครั้งนี้ ผมก็ยังมั่นใจว่าประเทศไทยจะยังคงรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี สำหรับในส่วนของตลาดอสังหาฯ นั้น ไทยมีโครงการที่อยู่อาศัยคุณภาพดีอยู่มากมายและยังเป็นทางเลือกที่ดีต่อการลงทุน  ส่วนในเรื่องของการท่องเที่ยวนั้น กรุงเทพฯ อาจได้รับผลกระทบบ้างในเรื่องจำนวนของนักท่องเที่ยวที่อาจจะลดลง แต่สำหรับตามเมืองท่องเที่ยวรอบนอกแล้วยังคงมีจำนวนที่หนาแน่นเช่นเดิม” 
 
นายมาร์ค โบว์ลิ่ง  ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายขายที่อยู่อาศัยของคอลลิเออร์สฯ สาขาพัทยา กล่าวว่า “ในขณะที่มีการประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉินในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลบางส่วน แต่ในพัทยาเองนั้น ธุรกิจดำเนินไปตามปกติ ยอดขายที่อยู่อาศัยก็อยู่ในระดับที่ดีโดยมีผู้ซื้อจากหลายหลายชาติ ในขณะที่ชาวต่างชาติส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ที่นี่ต่างมีมุมมองต่อเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ว่าเป็นสิ่งที่เคยเกิดมาแล้ว จึงไม่ตื่นตระหนกอะไร” 
 
นายเคส คุชเปอร์ส ผู้จัดการร่วม บริษัท ทาวน์ แอนด์ คันทรี่ จำกัด กล่าวว่า “การประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉินไม่น่าจะส่งผลกระทบกับธุรกิจอสังหาฯ มากนัก แต่ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าจับตามองสำหรับประวัติศาตร์การเมืองไทย เหตุการณ์อาจจะยืดเยื้อไปสักระยะ แต่ชีวิตก็ยังคงต้องดำเนินต่อไป” 
 
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com   
 
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่  
 
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
เขียนความเห็น